Blog

ความต่างระหว่างภาวะซึมเศร้ากับโรคซึมเศร้า

เศร้าไม่หายสักที: ความต่างระหว่างภาวะซึมเศร้ากับโรคซึมเศร้า

อารมณ์เศร้าเกิดขึ้นกับเราได้ตลอดเวลา แต่หากความรู้สึกแย่ๆ ไม่หายเป็นเดือน เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าภาวะที่เป็นอยู่เกิดจากผลกระทบจากเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกเศร้าเป็นระยะหนึ่ง หรือเรานั้นกำลังเผชิญกับโรคซึมเศร้า ภาวะซึมเศร้าเนื่องจากสถานการณ์ร้ายแรงเป็นตัวกระตุ้น (Situational depression) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับบุคคลที่เผชิญกับเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่มากระทบกระเทือนจิตใจของพวกเขาอย่างรุนแรง เช่น การเสียชีวิตของคนใกล้ชิด การตกงาน หรือการหย่าร้าง ซึ่งระยะเวลาของภาวะนี้จะเกิดขึ้นเป็นระยะหนึ่ง อาจเป็นเดือนหรือหลายเดือน และจะค่อยๆหายไป แต่อย่างไรก็ตาม หากภาวะซึมเศร้าเนื่องจากสถานการณ์รุนแรงนี้ ไม่ได้รับการรักษาเยียวยา ก็อาจทวีความรุนแรงขึ้น และส่งผลให้เกิดเป็นโรคซึมเศร้า (Clinical depression)  วิธีในการรักษาภาวะซึมเศร้าจากสถานการณ์ร้ายแรง และโรคซึมเศร้า มีความแตกต่างกัน ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่เราควรจะมีความเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างอาการของภาวะซึมเศร้าจากสถานการณ์ร้ายแรง และอาการของโรคซึมเศร้า ภาวะซึมเศร้าจากสถานการณ์ร้ายแรงคืออะไร (Situational Depression)  ภาวะซึมเศร้าจากสถานการณ์ร้ายแรง เป็นความผิดปกติที่เกิดกับจิตใจ หรือบ่อยครั้งเรียกว่า “ภาวะการปรับตัวผิดปกติ หรือ adjustment disorder” เนื่องจากบุคคลนั้นไม่สามารถรับมือกับความเครียดจากสถานการณ์บางอย่างที่มากระทบกระเทือนจิตใจ ซึ่งมีการศึกษาพบว่า ภาวะซึมเศร้าจากสถานการณ์เกิดขึ้นในผู้ใหญ่เป็นอัตราร้อยละ 10% และเกิดขึ้นในเด็กวัยรุ่นถึง 30% อะไรคือสัญญาณของภาวะซึมเศร้าจากสถานการณ์ร้ายแรง คนที่มีภาวะซึมเศร้าจากสถานการณ์จะรู้สึกเศร้าอย่างมาก ร้องไห้มากกว่าปกติ และรู้สึกสิ้นหวัง อาการอื่นๆ ที่เป็นสัญญาณของภาวะซึมเศร้าจากสถานการณ์ มีดังต่อไปนี้ รู้สึกไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร …

เศร้าไม่หายสักที: ความต่างระหว่างภาวะซึมเศร้ากับโรคซึมเศร้า Read More »

การบำบัดที่ศูนย์บำบัดยาเสพติดและเหล้าที่เดอะดอว์น

การบำบัดที่ศูนย์บำบัดยาเสพติดและเหล้าได้ผลดีอย่างไร

เมื่อคุณมีชีวิตอยู่ในวงจรสิ่งเสพติด คุณอาจรู้สึกว่ามันยากที่จะหลุดพ้นออกมา แต่อย่างไรก็ตาม การเลิกสิ่งเสพติดเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ก้าวแรกที่สำคัญในการเลิกเหล้าเลิกยา คือการเข้ารับการบำบัดรักษา ซึ่งคุณอาจรู้สึกกังวลใจ อับอาย และเต็มไปด้วยคำถามว่า ศูนย์บำบัดเหล้าและยาเสพติดจะสามารถช่วยคุณได้จริงหรือไม่ บทความนี้มีคำตอบให้กับคุณ ที่ศูนย์บำบัดแบบอยู่ประจำ คุณจะมีพื้นที่ส่วนตัว และเวลาเพื่อที่จะเยียวยาตัวเอง การบำบัดแบบอยู่ประจำมีโอกาสในสำเร็จมากกว่าการบำบัดแบบไป-กลับ เนื่องจากคุณจะได้แยกตัวออกจากปัจจัยกระตุ้นต่างๆ ที่คุณพบในชีวิตประจำวัน สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการบำบัดรักษาการเสพติดนั้นคือ การมีพื้นที่ เวลาในการโฟกัสกับตัวเอง และจดจ่อการบำบัดรักษาเพื่อที่จะเลิกยาเสพติด รวมไปถึงการมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้การดูแล จะส่งผลให้การบำบัดนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่ศูนย์บำบัด คุณจะได้รับการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้คุณสามารถที่จะโฟกัสในการบำบัดรักษา ผู้เข้ารับการบำบัดแต่ละท่านจะได้รับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับอาการของคุณโดยเฉพาะ ซึ่งแผนการรักษาในศูนย์บำบัดเอกชน จะประกอบไปด้วย การถอนพิษ การบำบัดโดยการพูดคุยและรับคำปรึกษาจากนักจิตบำบัด รวมไปถึงได้รับคำแนะนำและเรียนรู้เครื่องมือในการจัดการกับตนเองเพื่อไม่ให้คุณกลับไปใช้สารเสพติดอีกครั้งด้วย นอกจากนี้ ในการบำบัดรักษาที่ศูนย์บำบัดแบบอยู่ประจำ จะเปิดโอกาสให้คุณได้สร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย กับผู้เข้ารับการบำบัดที่กำลังเดินไปในเส้นทางการเลิกเสพติดกับคุณ อีกด้วย ที่ศูนย์บำบัดมีการบำบัดรักษาภาวะเสพติดแบบใดบ้าง? ศุนย์บำบัดรักษาผู้ติดแอลกอฮอล์และยาเสพติดส่วนมาก ทำการบำบัดรักษาผู้เข้าบำบัดในภาวะดังต่อไปนี้ การติดยาเสพติด การติดสุรา (ติดเหล้า) การมีพฤติกรรมเสพติด (เสพติดการพนันหรือเสพติดเซ็กซ์) โดยหลักสูตรการรักษาส่วนมากใช้ระยะเวลาประมาณ 1-3 เดือน และผู้เข้ารับการบำบัดสามารถขอขยายเวลาการรักษาได้ หากต้องการ โดยส่วนใหญ่แล้วพบว่าผู้ติดยาเสพติดจำนวนมากมักมีอาการผิดปกติทางจิตร่วมด้วย เช่น โรคซึมเศร้า …

การบำบัดที่ศูนย์บำบัดยาเสพติดและเหล้าได้ผลดีอย่างไร Read More »

ผู้ชายเมื่อมีปัญหาสุขภาพจิตมักเก็บซ่อนเอาไว้ไม่บอกใคร

“เป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง” เมื่อต้องเก็บงำปัญหาสุขภาพจิตและเผชิญกับมันอย่างเดียวดาย

“เฮ้ย! เป็นผู้ชายหรือเปล่าวะ” “เเค่นี้ทำไมต้องเศร้าด้วยเหรอ” เป็นทัศนคติผิดๆที่ทำให้ผู้ชายไม่กล้าขอความช่วยเหลือเมื่อตนเองประสบปัญหาที่มีผลกระทบต่อสุขภาพจิต สิ่งที่ตามมาก็คือผู้ชายต้องแบกรับกับความรู้สึกที่เจ็บปวดอย่างเดียวดาย จนทำให้ชีวิตแย่ลงเรื่อยๆ เรามาเปลี่ยนทัศนคติใหม่ว่าผู้ชายที่ยอมรับว่าตนกำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิตและขอความเหลือไม่ได้ทำให้พวกเขาเป็นคนอ่อนแอ แต่กลับทำให้เค้าสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ในสังคม เมื่อนักร้องชื่อดัง แห่งวง Linkin Park เชสเตอร์ เบนนิงตัน เสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายในวัย 41 ปี การจากไปอย่างกระทันหันของเขาสร้างความตกใจให้กับแฟนเพลง และคนใกล้ชิดเป็นอย่างมาก เขาเป็นนักดนตรีที่ประสบความสำเร็จ เป็นที่นับถือ และเชื่อมโยงกับผู้คนทั่วโลก ความคิดที่เขาจะฆ่าตัวตายจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าที่จะเป็นไปได้สำหรับหลายๆ คน  แม้ว่าเขาจะมีประวัติเรื่องของปัญหาด้านจัดการอารมณ์ ซึ่งคนใกล้ชิดได้ให้ข้อมูลว่า เขาได้เริ่มทำการรักษา แต่อย่างไรก็ตาม เชสเตอร์ มองปัญหาเรื่องภาวะซึมเศร้าของเขาเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ และ พูดอยู่เสมอๆ ว่า ก็ไม่เห็นเขามีปัญหาอะไร อีกอย่างเขาเป็นผู้ชายด้วย เขาสามารถหาทางออกของเขาเองได้ การสูญเสียที่น่าเศร้าในครั้งนี้ กลายเป็นสิ่งที่สังคมนำมาวิพากวิจารณ์เกี่ยวกับวิกฤตความเป็นชาย และการมีปัญหาสุขภาพจิตในผู้ชาย ผู้ชายจำนวนมากจมอยู่กับความทุกข์ทรมานจากปัญหาด้านสุขภาพจิต เนื่องจาก ความคิดที่ว่า การยอมรับว่าตัวเองกำลังมีปัญหาด้านสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่น่าอับอายสำหรับลูกผู้ชาย ส่งผลให้พวกเขาไม่ยอมหาทางรักษา และแก้ปัญหาโดยการแยกตัวเองออกจากสังคม ทำให้มีปัญหาอื่นๆ ตามมา ได้แก่ การหันมาดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น การใช้สารเสพติด รวมไปถึง การมีภาวะซึมเศร้า และการฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเสียชีวิตของเพศชาย …

“เป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง” เมื่อต้องเก็บงำปัญหาสุขภาพจิตและเผชิญกับมันอย่างเดียวดาย Read More »

มารู้จักกับความหมายและสาเหตุของการเสพติด

“การเสพติด” เอ๊ะ คำนี้คุ้นๆ: มารู้จักกับความหมายและสาเหตุของมัน

การเสพติด เป็นคำที่มักได้ยินกันจนชินหู แต่มีคนจำนวนไม่มากที่เข้าใจความหมายที่ถูกต้องของคำๆ นี้ ในปัจจุบันผู้เสพติดและอัตราการเสพติดมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทย สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกคนก็คือ ความรู้ และ ความเข้าใจ เกี่ยวกับภาวะเสพติด เช่น อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนเสพติด สถานที่ ที่ให้การช่วยเหลือผู้เสพติดหากต้องการบำบัดรักษา วันนี้เรามาชวนคุณเรียนรู้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับภาวะเสพติด เพื่อนำไปปรับประยุกต์ใช้เพื่อช่วยเหลือผู้เสพติดในครอบครัว  การเสพติดเป็นโรคเรื้อรังทางสมอง สิ่งแรกที่ทุกคนควรที่จะต้องทำความเข้าใจก็คือ การเสพติดก็เปรียบเสมือนกับเรากำลังเป็นโรคร้าย หลายคนมีความเข้าใจที่ผิดเกี่ยวกับการเสพติดว่า ทุกคนสามารถเลิกเสพติดได้หากต้องการที่จะเลิกและมีจิตใจที่เข้มแข็งพอ อย่างไรก็ตาม การเสพได้ถูกบัญญัติในทางการแพทย์ให้เป็นโรคเรื้อรังทางสมอง  ทั้งแพทย์และผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจิตเปรียบเทียบการเสพติดเหมือนกับโรคร้ายแรง และมีความคิดเห็นพ้องกันว่า การเสพติดมีผลกระทบที่รุนแรงต่อทั้งทางร่างกาย และจิตใจ เหมือนกับโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น เบาหวานและมะเร็ง เพราะหากเข้ารับการรักษาและมั่นดูแลตัวเอง เราก็สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ  อะไรเป็นสาเหตุของการเสพติด? จากที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า การเสพติด ก็เปรียบเสมือนการเป็นโรคร้าย คำถามที่ตามมาก็คือ อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนเสพติด ทำไมบางคนเสพติด และบางคนไม่เสพติด จากจำนวนปริมาณการใช้สารเสพติดและผู้เสพติดทั่วโลกจำนวนมาก ทำให้มีงานวิจัยเกี่ยวกับสาเหตุของการเสพติดออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลที่นักวิจัยพบก็คือ การเสพติดเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุและหลายปัจจัย ได้แก่  พันธุกรรม  ประวัติครอบครัว  สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย  ปัจจัยต่างๆ ทางสังคม  การมีภาวะโรคทางสุขภาพจิต เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และโรคอารมณ์สองขั้ว …

“การเสพติด” เอ๊ะ คำนี้คุ้นๆ: มารู้จักกับความหมายและสาเหตุของมัน Read More »

หญิงสาวทุกข์ทรมานกับโรคซึมเศร้าและพยายามหาทางออก

โรคซึมเศร้าส่งผลร้ายแรงแค่ไหน ทำไมเราจึงต้องเข้ารับการรักษาโรคซึมเศร้า?

คนที่เป็นโรคซึมเศร้า แต่อาการไม่หนัก มักคิดว่าตนเองสามารถรับมือกับมันได้ แต่การปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลรุนแรงจนถึงขั้นฆ่าตัวตาย ดังนั้นควรรีบเข้ารับการรักษา โรคซึมเศร้า เป็นปัญหาสุขภาพจิตที่พบได้จำนวนมากในปัจจุบัน เปรียบเสมือน โรคไข้หวัดที่พบได้ทั่วไป จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO พบว่า มีจำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ากว่า 350 ล้านคนทั่วโลก ในขณะที่ผู้ป่วยโรคไข้หวัดสามารถพักผ่อนโดยอาการดื่มน้ำอุ่นๆ พักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็จะสามารถหายจากอาการไข้หวัดได้ ต่างจากโรคซึมเศร้าผู้ป่วยจะต้องทนทุกข์กับอาการของโรคซึมเศร้า และความรู้สึกสิ้นหวัง ยาวนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ซึ่งการรักษาทำได้โดยการพูดคุยกับนักจิตบำบัด ซึ่งอาจจะใช้วิธีการบำบัดในรูปแบบของการปรับพฤติกรรมและความคิด หรือ CBT ร่วมกับการทานยาต้านโรคซึมเศร้า นอกจากนี้ การเยียวยาโรคซึมเศร้าก็สามารถทำได้โดยการที่ผู้ป่วยเปลี่ยนรูปแบบหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ามาอย่างยาวนาน ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยให้พวกเขากลับมาใช้ชีวิตปกติได้ ดังนั้น วันนี้เรามาชวนคิดว่า เพราะเหตุใดการพิจารณาเข้ารับการรักษาในศูนย์สุขภาพจิตจึงเป็นทางเลือกที่ดี การรักษาโรคซึมเศร้าแบบที่คุณทำอยู่ในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอ โดยทั่วไปแล้ว การรักษาโรคซึมเศร้าจะต้องอาศัยระยะเวลา การบำบัดโดยใช้เทคนิคจิตบำบัด CBT เป็นเวลาอย่างน้อย 8 – 10 สัปดาห์ ร่วมกับการทานยารักษาโรคซึมเศร้า ซึ่งจะต้องกินต่อเนื่องเป็นเวลา 4-6 สัปดาห์เพื่อที่จะเริ่มเห็นผลของการรักษา ซึ่งผู้ป่วยจะต้องเข้าใจว่า การใช้เวลา 2-3 เดือน เพื่อติดตามผลการรักษาเป็นสิ่งที่จำเป็น ก่อนที่จะพิจารณาเปลี่ยนวิธีการรักษา หากคุณสังเกตว่าใช้เวลาในการรักษาผ่านไป …

โรคซึมเศร้าส่งผลร้ายแรงแค่ไหน ทำไมเราจึงต้องเข้ารับการรักษาโรคซึมเศร้า? Read More »

ลูกชายติดเหล้ากำลังขอร้องพ่อให้ช่วยลางานให้หน่อยเพราะเค้านั้นเมาค้าง

6 พฤติกรรมของคุณที่กำลังช่วยคนที่คุณรัก ให้เสพติด ต่อไป

ความต้องการที่จะปกป้องคนที่เรารัก ช่วยเหลือพวกเขาเมื่อเขามีปัญหา เป็นเรื่องที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือคนที่เรารักที่กำลังเสพติดอย่างไม่ถูกวิธี จะไม่ช่วยทำให้เค้าหยุดการทำร้ายตัวเองแล้ว แต่ยังเป็นการสนับสนุนให้เค้ามีพฤติกรรมในการเสพติดต่อไป เนื่องจาก เค้าไม่ต้องเผชิญกับผลของการกระทำของตัวเอง ดังนั้นเค้าจึงไม่มีความคิด หรือ ความต้องการที่จะเลิกการเสพติด นั่นเอง การที่ไม่เข้าไปช่วยเหลือ และปล่อยให้เขาได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นอันเนื่องจากการกระทำของพวกเขาเอง อาจเป็นเรื่องที่ทำยาก แต่หากคุณยังคงช่วยเหลือพวกเขาต่อไป ไม่เพียงแต่คุณอาจจะสูญเสียความสัมพันธ์ของคุณระหว่างเขาแล้ว คนที่คุณรักอาจจะต้องติดคุก หรือมีผลกระทบจากการเสพติดจนมีอันตรายต่อชีวิตของพวกเขา วันนี้เรามาชวนสำรวจ 6 พฤติกรรมที่อาจเป็นการส่งเสริมให้คนที่คุณรักไม่สามารถเลิกเสพติด 1. หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงการเสพติด พฤติกรรมนี้พบเห็นได้ทั่วไป กับผู้ใกล้ชิดผู้เสพติด เริ่มตั้งแต่ ช่วงที่ผู้เสพติดเริ่มมีพฤติกรรมการเสพติด ไปจนถึงเมื่อพฤติกรรมการเสพติดของเขาเริ่มส่งผลเสียต่อตัวเขา และคนรอบตัว  การที่เราไม่กล้าที่จะถามคำถามเกี่ยวกับการเสพติด หรือ หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงมันโดยตรงกับผู้เสพติด ซึ่งเป็นคนที่เรารัก อาจมีสาเหตุมาจาก การกลัวที่จะสูญเสียความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวผู้เสพติด กลัวสูญเสียความรักที่เขามีให้กับเรา กลัวว่าจะถูกทำร้ายร่างกาย หรือ อาจมาจากอิทธิพลของวัฒนธรรม หรือการเลี้ยงดู ที่เราเติบโตมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเราเติบโตมาในครอบครัว ที่เคยมีคนเสพติด ทำให้คุณไม่อยากที่จะยอมรับความจริงที่ว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคุณอีกครั้ง และคุณเองก็หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงมัน การหลีกเลี่ยงที่จะตั้งคำถาม หรือ พูดถึงพฤติกรรมการเสพติด เป็นการปฏิเสธ และไม่ยอมรับความจริงในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งด้วยพฤติกรรมนี้จะทำให้ผู้เสพติดยังคงภาวะเสพติดต่อไปเรื่อยๆ …

6 พฤติกรรมของคุณที่กำลังช่วยคนที่คุณรัก ให้เสพติด ต่อไป Read More »

Scroll to Top

ให้เราช่วยคุณเริ่มต้นการเดินทางสู่สุขภาวะที่ดีตั้งแต่วันนี้

โทร: 083 204 8384