Blog

เข้ารับการบำบัดยาเสพติด..ตอนไหนดีที่สุด

การเข้ารับการบำบัดยาเสพติด..ตอนไหนดีที่สุด

คำถามที่ว่าช่วงเวลาไหนที่เหมาะสมที่สุดสำหรับการเข้ารับการบำบัด คำตอบง่ายๆ สั้นๆ ก็คือ “ตอนนี้” เหตุผลน่ะหรือ ก็เพราะว่ายิ่งทิ้งเอาไว้นานเท่าใด การเสพติดก็จะเลวร้ายมากยิ่งขึ้น ดังนั้น การเข้ารับการรักษาการเสพติดตั้งแต่ตอนนี้จึงเป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดในการรักษาสุขภาพ รวมทั้งรักษาความสัมพันธ์และสถานภาพทางการเงินของคุณเอาไว้ให้ได้ สำหรับคนส่วนใหญ่แล้ว ทุกคนต่างก็ต้องวิ่งวุ่นระหว่างหน้าที่การงาน ชีวิต ส่วนตัวและเรื่องอื่นๆ ในชีวิตอยู่ไม่ได้ขาด การสร้างความสมดุลในการใช้ชีวิตไม่ใช่เรื่องง่าย และบ่อยครั้งที่การหาเวลาเพื่อจดจ่อกับสิ่งใดสิ่งหนึ่ง แม้กระทั่งสิ่งที่เรารู้ดีว่าสำคัญอย่างยิ่ง ก็ยังอาจเป็นไปได้ยาก ดังนั้น จึงเป็นเรื่องที่เป็นไปได้ว่า ถึงแม้ว่าคุณจะเริ่มตระหนักแล้วว่าตัวเองอาจมีปัญหาการเสพติด แต่คุณก็ยังสามารถหาข้ออ้างนับร้อยนับพันมาบอกตัวเองว่า ทำไมคุณจึงต้องจัดการกับสิ่งนี้ด้วยตัวเองไปก่อนชั่วคราว คุณอาจบอกตัวเองประมาณว่า  “อีกสองสามเดือน พอเรื่องงานลงตัวดีแล้ว ผมจะเริ่มปรึกษากับใครสักคนที่จะช่วยให้คำแนะนำในการลดการดื่มลงสักหน่อย” “ทุกอย่างกำลังตึงเครียดมาก และยาที่กินอยู่ก็ช่วยให้บรรเทาลงได้บ้าง หลังจากทุกอย่างเข้าที่เข้าทางดีแล้ว ฉันจะลองคิดอีกทีว่าจะหาอะไรที่ดีต่อสุขภาพมากกว่านี้มาแทนที่ยาพวกนี้” “ฉันคงมีเวลามากพอที่จะใส่ใจกับตัวเอง พอโรงเรียนเปิดเทอมแล้วและลูกๆต่างก็ออกไปเรียน ฉันค่อยไปจัดการตอนนั้นแล้วกัน” สิ่งที่อยู่เบื้องหลังข้ออ้างเหล่านี้ที่พบได้บ่อยที่สุดก็คือ การคาดเดาเอาเองว่าการรักษาการเสพติดเป็นสิ่งที่เราสามารถชะลอเวลาเอาไว้ก่อนได้ และผลที่ตามมาจากการทำเช่นนั้นก็ไม่ได้มีอะไรร้ายแรงเท่าไหร่ แต่ความเป็นจริงแล้วก็คือ การคิดเอาเองเช่นนั้นเกิดมาจากการไม่ยอมรับความจริง (ซึ่งเป็นลักษณะสำคัญของการเสพติด) และก็ไม่ตรงกับความเป็นจริงที่ว่า การเสพติดเป็น “โรค” ชนิดหนึ่ง ซึ่งถึงแม้การเข้ารับการรักษาอาจไม่สะดวกนัก แต่หากลองจินตนาการดูแล้วก็คงเหมือนกับสถานการณ์ใยเวลาที่คุณกระดูกหัก คุณก็คงไม่อาจผัดผ่อนการไปหาหมอได้ การชะลอการรักษาการเสพติดไปจนกว่าคุณจะว่าง ก็ไม่ใช่ทางเลือกที่ดีต่อสุขภาพเช่นกัน การทำความเข้าใจให้ชัดเจนว่า ทำไมการลงมือทำอย่างทันทีถึงเป็นเรื่องจำเป็น จะช่วยให้คุณตัดสินใจเลือกในสิ่งที่ดีต่อสุขภาพตัวเองในอนาคตได้ และต่อไปนี้คือบางประเด็นในเรื่องนี้ที่ควรคำนึงถึง …

การเข้ารับการบำบัดยาเสพติด..ตอนไหนดีที่สุด Read More »

ข้ออ้างเพื่อเลี่ยงการเข้ารับการบำบัด

5 ข้ออ้างที่ผู้เสพติดใช้บ่อยเพื่อเลี่ยงการเข้าบำบัด

การตัดสินใจเข้ารับการบำบัดไม่ใช่เรื่องง่าย ผู้เสพเลยมักจะหาข้ออ้างเพื่อหลีกเลี่ยงการบำบัด แต่หากคุณหาข้ออ้างไปเรื่อยๆ คุณกำลังเพิ่มความเสี่ยงในการเผชิญกับผลอันเลวร้ายที่จะตามมาจากการเสพติดของคุณ ถ้าคุณกำลังเตะถ่วงสุดฤทธิ์เพื่อจะไม่เข้าบำบัด คุณก็ไม่ใช่คนเดียวหรอกที่เป็นแบบนั้น เหตุผลที่ถูกยกเอามาเป็นข้ออ้างเพื่อเลี่ยงการเข้าสถานบำบัดนั้นมีมากมายไม่รู้จักจบจักสิ้น ตั้งแต่ไม่มีเวลาไปจนถึงไม่มีเงิน ทั้งหมดก็เพื่อปฏิเสธความคิดที่ว่าคุณอาจกำลังมีปัญหาเสพติด สิ่งที่คุณคิดว่าเป็นเหตุผลอันหนักแน่น ที่แท้แล้วก็เป็นเพียงแค่การป้องกันตัวเองในเรื่องการเสพติดต่างหาก การหาเหตุผลและการไม่ยอมรับความจริงเป็นการชะลอการรักษาการเสพติดให้เนิ่นนานออกไป ซึ่งทำให้โอกาสที่จะเกิดผลกระทบที่รุนแรงต่อสุขภาพกาย สุขภาพใจ และชีวิตสังคมของคุณเพิ่มมากยิ่งขึ้น มาเริ่มต้นช่วยเหลือตัวคุณเอง ด้วยการพิจารณาเหตุผลเหล่านี้ตามที่เป็นจริง และดูแลตัวเองอย่างจริงจังเสียที เราได้แยกแยะข้ออ้างเพื่อเลี่ยงการเข้าบำบัดที่พบกันบ่อยที่สุด และแยกย่อยแต่ละข้ออ้างเพื่อให้คุณเห็นว่า ปราการที่ขวางกั้นระหว่างคุณกับการรักษาก็คือปราการที่อยู่ในใจของคุณนั่นเอง ข้ออ้างที่พบบ่อยในการไม่ยอมเข้ารับการบำบัด และเหตุผลที่คุณไม่ควรใช้ ข้ออ้างที่พบทั้งหมดล้วนมาจากความกังวลหรือปัญหาที่ไม่อาจแก้ไขได้โดยง่าย แต่สิ่งที่เป็นปัญหามากกว่าก็คือ เมื่อเรามองข้ออ้างเหล่านี้เป็นจุดสิ้นสุด แทนที่จะเป็นจุดเริ่มต้นของการแก้ปัญหา เพราะจริงๆ แล้วข้ออ้างเหล่านี้เป็นตัวบ่งชี้ที่ดีว่า เราต้องเจาะลึกลงไปเพื่อทำความเข้าใจเหตุผลที่อยู่เบื้องหลังของข้ออ้างเหล่านั้น และเริ่มต้นคิดหาวิธีที่จะก้าวข้ามข้ออ้างเหล่านั้นไปให้ได้ ข้ออ้าง 1 :  “ถ้าคนรู้ว่าชั้นเป็นไอ้ขี้ยา ชั้นจะสูญเสียทุกสิ่งทุกอย่าง ทั้งการงานและเพื่อนๆ” คุณอาจกังวลเกี่ยวกับการถูกตราหน้าว่าเป็น “ขี้ยา” หรือ “ขี้เมา” โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณอยู่ในสังคมที่ถือว่าการเสพติดเป็นข้อห้ามใหญ่หรือสิ่งที่สังคมไม่ยอมรับ และยังเป็นเรื่องปกติมากที่จะกังวลว่า เรื่องนี้อาจส่งผลต่ออาชีพการงานของตัวเองได้ ไม่เพียงแต่เรื่องที่เพื่อนร่วมงานจะรู้เรื่องการเสพติดของคุณ แต่คุณยังต้องการเวลาที่จะหยุดงานเพื่อมาจัดการเรื่องนี้ด้วย วิธีก้าวข้ามสู่การแก้ปัญหา: ยอมรับความจริงว่าคุณไม่สามารถปิดบังการเสพติดของตัวเองไปได้ตลอดชีวิต นี่เป็นช่วงเวลาสำคัญที่ต้องถามตัวเองว่า คนอื่นไม่ระแคะระคายถึงการเสพติดของคุณเลยจริงๆหรือ? คุณเคยเข้าไปที่ทำงานในสภาพมึนเมาหรือแฮงก์หรือเปล่า คุณเคยสังเกตเห็นความเปลี่ยนแปลงในความสัมพันธ์ของคุณกับผู้คนรอบข้างหรือเปล่า หรือวิธีการใช้ชีวิตของคุณ คนที่ใกล้ชิดคุณไม่รู้จริงๆ หรือว่าคุณกำลังมีปัญหาการเสพติด …

5 ข้ออ้างที่ผู้เสพติดใช้บ่อยเพื่อเลี่ยงการเข้าบำบัด Read More »

เรียนรู้เคล็ดลับการพูดคุยกับผู้เสพติดไม่ให้เสียเรื่อง

6 เคล็ดลับพูดคุยกับผู้เสพติด คุยยังไงไม่ให้เสียเรื่อง

การพูดคุยกับผู้ที่มีปัญหาการเสพติดให้ได้ผลไม่ใช่เรื่องง่ายๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อคุณเองกำลังเต็มไปด้วยความเครียดและความกลัว จนอาจลืมคิดไตร่ตรองไปชั่วขณะ แต่คำพูดที่ออกจากปากแล้ว ไม่อาจเรียกคืนได้ง่าย และคำพูดบางอย่างก็อาจทำให้ทุกอย่างพังพินาศ และผลักให้คนที่รักของคุณซึ่งกำลังมีปัญหาการเสพติดยิ่งห่างออกไป ลองมาค้นคว้าหาข้อมูลกันสักนิด และตั้งสติคิดให้ถี่ถ้วนว่าคุณต้องการจะพูดอะไร เพื่อที่จะได้พูดคุยเกี่ยวกับการเสพติดกับคนที่คุณรักอย่างได้ผลดีตามที่ต้องการ สิ่งที่คุณต้องการ… 1 สิ่งที่คุณอาจพูดออกไป… “ใครๆ ก็เห็นกันหมดว่าเธอติดยา/ติดเหล้า เธอเป็นอะไรของเธอ” สิ่งที่จะเกิดกับผู้เสพติด… รู้สึกว่าถูกตำหนิ ละอาย และปิดกั้นการพูดคุยแบบเปิดใจ สิ่งที่คุณควรพูด… “หลังๆ มานี่ชั้นรู้สึกว่าเธอไม่ค่อยเป็นตัวของตัวเองสักเท่าไหร่ ถ้าเธอมีอะไรอยากคุย ชั้นพร้อมจะคุยด้วยเสมอ” 2 สิ่งที่คุณอาจพูดออกไป… “ทำไมเธอไม่รับโทรศัพท์ชั้นเลย นี่เธอดื่มเหล้าอีกแล้วใช่มั้ย” สิ่งที่จะเกิดกับผู้เสพติด… คำพูดที่อาจดูเหมือนปกติในการพูดคุยกับคนอื่น แต่กลับให้ความรู้สึกตรงกันข้ามสำหรับผู้เสพติด และทำให้ฝ่ายนั้นเกิดการปิดกั้นตัวเอง สิ่งที่คุณควรพูด… “ชั้นพยายามโทรหาเธอแต่เธอไม่ทันรับสาย ถ้าเธอว่าง ช่วยโทรกลับหาชั้น” 3 สิ่งที่คุณอาจพูดออกไป… “ถ้าอยากจะกำจัดเรื่องนี่ออกไป นี่เป็นวิธีเดียว เธอไม่มีทางเลือก” สิ่งที่จะเกิดกับผู้เสพติด… การทำตัวเป็นคนที่รู้ดี รวมถึงอวดรู้ในสิ่งที่คนที่คุณรักต้องการ เป็นการไม่ให้ความสำคัญกับความคิดและความเข้าใจในตนเองของอีกฝ่าย สิ่งที่คุณควรพูด… “ดีจริงๆ ที่เธอกำลังคิดเรื่องการเข้ารับการรักษา ชั้นพอจะมีข้อมูลเรื่องนี้ ถ้าเธอต้องการ ชั้นจะส่งให้นะ” 4 สิ่งที่คุณอาจพูดออกไป… “ชั้นรู้ …

6 เคล็ดลับพูดคุยกับผู้เสพติด คุยยังไงไม่ให้เสียเรื่อง Read More »

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับความแตกต่างระหว่าง เสพติดยา และ พึ่งพาสารเสพติด

เสพติดยาหรือพึ่งพาสารเสพติด — มาทำความเข้าใจความแตกต่างกัน

การศึกษาทางวิทยาศาสตร์ที่เกี่ยวข้องกับการเสพติดเพิ่มขึ้นเป็นอย่างมากในปัจจุบัน ทำให้เราเข้าใจว่าผู้เสพติดยาเสพติดและแอลกอฮอล์ มีภาวะเสพติดได้ทั้งทางร่ายกายและทางใจ สิ่งที่แยกการพึ่งพาสารเสพติดออกจากการเสพติดยา คือความแตกต่างระหว่างปฏิกิริยาทางร่างกายและปฏิกิริยาทางสมอง และการรับรู้ถึงความแตกต่างนี้จะเป็นประโยชน์อย่างมาก ในการทำความเข้าใจความสัมพันธ์ระหว่างคนเรากับสารเสพติด และประเภทของการรักษาที่จะช่วยหยุดการเสพติดนั้นได้ การเสพติดยาคืออะไร การทำความเข้าใจเรื่องการเสพติดมีความก้าวหน้าอย่างต่อเนื่อง และก็มีการศึกษาและการวิจัยใหม่ๆ จำนวนมาก ที่ย้อนแย้งกับความเชื่อและความเข้าใจผิดๆ เกี่ยวกับการเสพติดที่มีกันมาเป็นเวลานาน โดยการค้นพบใหม่หลักๆ ในสมัยใหม่นี้ คือการได้ยอมรับการเสพติดในฐานะ “โรคเรื้อรัง” ชนิดหนึ่ง ดังนั้น ตอนนี้คำที่ถูกต้องสำหรับการเรียกการเสพติดจึงได้แก่ “ความผิดปกติในการใช้สารเสพติด (Substance Use Disorder หรือ SUD)”  และความเข้าใจนี้ได้ช่วยให้ผู้คนจำนวนมากหลุดออกจากความคิดอันคร่ำครึเกี่ยวกับความผิดปกติในการใช้สารเสพติดที่ว่า การเสพติดเป็นเรื่องของการขาดความเข้มแข็งทางจิตใจ หรือเป็นเรื่องทางศีลธรรม และหันมาพิจารณถึงความเข้าใจแบบองค์รวมเกี่ยวกับผลกระทบอันซับซ้อนที่สารเสพติดทำให้เกิดกับสมองและร่างกายของคนๆหนึ่ง การเสพติดทำให้เกิดอะไรกับสมอง เมื่อเรามักทำกิจกรรมที่ทำให้เกิดความพึงพอใจ เช่น การกินอาหารอร่อยๆ การได้รับรางวัล การดื่มเบียร์เพื่อการสังสรรค์ในตอนเย็น การทำกิจกรรมเหล่านี้จะไปกระตุ้นเส้นทางในสมองที่เกี่ยวกับการรับรางวัล ซึ่งทำให้เกิดการหลั่งสารสื่อประสาทที่เรียกว่า “โดพามีน (dopamine)” ซึ่งทำให้เรารู้สึกผ่อนคลายและมีความสุข และก็เชื่อมโยงสิ่งนี้กับแรงจูงใจและความทรงจำของเรา นี่เป็นปฏิกิริยาทางธรรมชาติต่อสิ่งที่เราทำให้เรามีความสุข และประทับตราลงในสมองของเราในฐานะของความรู้สึกชื่นชอบ และคาดหวังว่าเราอาจจะได้ทำสิ่งเหล่านั้นอีกครั้ง ปฏิกิริยาของสมองต่อสารเสพติดอย่างเช่นแอลกอฮอล์ เฮโรอีน หรือนิโคติน ก็ทำให้เกิดการหลั่งโดพามีนจำนวนมากที่รุนแรง และรวดเร็ว ซึ่งสมองจะเรียนรู้อย่างรวดเร็วและจดจำความรู้สึกที่ไม่ปกตินี้เอาไว้ กระตุ้นให้เกิดแรงจูงใจอันแรงกล้า หรือโหยหาที่จะได้สัมผัสกับความรู้สึกเช่นนี้อีกครั้ง เมื่อปริมาณและความถี่ของการเสพติดเพิ่มมากขึ้น …

เสพติดยาหรือพึ่งพาสารเสพติด — มาทำความเข้าใจความแตกต่างกัน Read More »

พฤติกรรมแย่ๆ ของพ่อแม่ที่เป็นพิษร้ายต่อจิตใจลูก

6 พฤติกรรมและคำพูดของพ่อแม่ที่เป็นพิษต่อจิตใจลูกๆ และวิธีรับมือ

ผู้ที่เป็นพ่อแม่ไม่จำเป็นต้องเป็นคนที่สมบูรณ์แบบเสมอไป และถึงวิธีการเลี้ยงลูกอาจไม่ได้ถูกต้องร้อยเปอร์เซ็น ในบางจังหวะ ก็ถือได้ว่าเป็นเรื่องปกติที่พ่อแม่ต้องเรียนรู้กันไป แต่หากพ่อแม่แสดงพฤติกรรมในเชิงลบอย่างต่อเนื่อง พฤติกรรมเหล่านี้ก็จะส่งผลลัพท์แง่ลบต่อจิตใจและพัฒนาการของลูกๆ ในวัยผู้ใหญ่ได้ ในปัจจุบันคำว่า “เป็นพิษ” ได้ถูกนำมาใช้อย่างกว้างขวางในการพูดถึงปัญหาสุขภาพจิต เพื่ออธิบายถึงพฤติกรรมที่เป็นปัญหาและบ่อนทำลายสุขภาพจิต โดยสำหรับพ่อแม่ที่ “เป็นพิษ” นั้น ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งหรือทั้งสองคนจะมีพฤติกรรมแย่ๆที่ส่งผลกระทบในแง่ลบในระยะยาวต่อจิตใจและพฤติกรรมต่างๆของลูกๆ ของตน ซึ่งมักจะดำเนินต่อเนื่องไปจนกระทั่งพวกเขาเข้าสู่วัยผู้ใหญ่ แน่นอนว่า เราแทบทุกคนต่างก็เคยมีความทรงจำอันเจ็บปวดในวัยเด็กอยู่บ้าง แต่หากช่วงเวลาในวัยเด็ก มีแต่ความรู้สึกและความทรงจำในแง่ลบและความเจ็บปวดอย่างไม่ขาดสาย สิ่งเหล่านี้ก็จะ “เป็นพิษ” ต่อสุขภาพจิต ที่สามารถกลายมาเป็นปัญหาที่หยั่งรากลึก และ/หรือ นำไปสู่การสร้างรูปแบบพฤติกรรมแบบผิดของเด็กๆ ในการตอบสนองกับปัญหาต่างๆได้ ซึ่งโดยทั่วไปแล้ว พฤติกรรมที่เป็นพิษของพ่อแม่มักเกิดมาจากปัญหาที่หยั่งรากลึกในตัวพ่อแม่ และเป็นข้อบ่งชี้ว่าพ่อแม่อาจต้องการความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพ เช่นเดียวกับที่เด็กหรือลูกๆที่มีพ่อแม่ที่มีพฤติกรรมเป็นพิษ เด็กที่ได้รับควาทเสียหายทางสุขภาพจิตที่เกิดจากพ่อแม่ประเภทนี้ ก็มักต้องการความช่วยเหลือเช่นกัน การทำความเข้าใจว่าพฤติกรรมของพ่อแม่ที่เป็นพิษนั้นเป็นอย่างไร และรับรู้ถึงผลกระทบของพฤติกรรมเหล่านี้ จะเป็นการเริ่มต้นการรับรู้และแก้ไขพฤติกรรมเหล่านี้เสียใหม่ รวมถึงการหาวิธีรับมือกับพฤติกรรมที่เป็นพิษอย่างเหมาะสมอีกด้วย พฤติกรรมเป็นพิษ 6 ประเภทจากพ่อแม่ ในขณะที่เป็นเรื่องปกติที่คนเป็นพ่อแม่จะทำผิดบ้าง แต่เมื่อความผิดพลาดเหล่านี้เริ่มเป็นรูปแบบของพฤติกรรมในแง่ลบอย่างต่อเนื่อง ก็ถือว่าเป็นก้าวข้ามเส้นแบ่งของการทำความผิดตามปกติไปแล้ว และเมื่อผ่านไปนานๆ พฤติกรรมเหล่านี้ก็สามารถทิ้งรอยแผลทางอารมณ์ที่บาดลึกอยู่ในใจของเด็กๆ และทำให้พวกเด็กอาจไม่สามารถมีสัมพันธภาพที่ดีได้ในอนาคต 1. การดูถูกและการเยาะเย้ยเสียดสี การดูถูกเหยียดหยามส่งผลกระทบต่อการมองเห็นคุณค่าของตัวเองเป็นอย่างยิ่ง และแม้กระทั่งการดูถูกเหยียดยามในเรื่องเล็กๆ น้อยๆ ก็สามารถตราตรึงอยู่ในความทรงจำของคนเราได้อย่างยาวนาน ซึ่งพ่อแม่ที่เป็นพิษมักใช้การดูถูกซ้ำแล้วซ้ำเล่าเพื่อสร้างวินัย หรือลดทอนความมั่นใจของเด็กๆ …

6 พฤติกรรมและคำพูดของพ่อแม่ที่เป็นพิษต่อจิตใจลูกๆ และวิธีรับมือ Read More »

ทำความเข้าใจเกี่ยวกับ 10 ประเภทพฤติกรรมเสพติดเซ็กซ์ ศูนย์บำบัดเซ็กซ์

10 ประเภทของพฤติกรรม “เสพติดเซ็กซ์” ที่คุณควรรู้จัก

คำจำกัดความของคำว่า “เสพติดเซ็กซ์” ไม่ได้เรียบง่ายหรือตรงไปตรงมาอย่างที่คุณคิด เพราะไม่ใช่แค่เพียงการหมกมุ่นกับการมีเซ็กซ์ แต่ยังมีพฤติกรรมที่ล่อแหลมอีกหลายอย่างที่เข้าข่ายการเสพติดเซ็กซ์ มาทำความรู้จักกับลักษณะของพฤติกรรมที่เป็นอาการของความผิดปกติประเภทนี้ การเสพติดเซ็กซ์…ความเป็นจริงที่ไม่อาจมองข้าม เมื่อก่อนการเสพติดเซ็กซ์ถูกมองว่าเป็นเพียงส่วนหนึ่งของตราบาปหรือความอัปยศทางใจ หากในปัจจุบันได้มีการตระหนักเพิ่มมากขึ้นถึงปัญหาของการเสพติดเซ็กซ์ว่า เป็นอาการที่ต้องได้รับการรักษา โดยงานวิจัยเผยว่า การเสพติดเซ็กซ์มีผลกระทบต่อผู้คนในทุกเพศมากกว่า 12 ล้านคนในสหรัฐฯ และการเสพติดเซ็กซ์สามารถแสดงออกมาในหลากหลายรูปแบบด้วยกั การเสพติดเซ็กซ์คืออะไร การเสพติดเซ็กซ์เกิดขึ้นเมื่อคนผู้นั้นมีพฤติกรรมทางเพศบางอย่างที่ไม่อาจหักห้ามตัวเองได้ มีความหมกมุ่น มีลักษณะที่ไม่สามารถควบคุมได้ และจะยังคงประพฤติเช่นนั้นต่อไปแม้จะเกิดผลที่เลวร้ายตามมาก็ตาม งานวิจัยชี้ให้เห็นว่าการเสพติดเซ็กซ์โดยทั่วไปแล้ว เป็นสิ่งที่ถูกใช้เพื่อเป็นกลไกในการรับมือต่อบาดแผลทางใจหรือความเครียดอย่างรุนแรง แต่ก็อาจเป็นความผิดปกติที่เกิดขึ้นร่วมกับปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ หรือเชื่อมโยงกับความผิดปกติทางระบบประสาทก็เป็นได้ โดยการเสพติดเซ็กซ์สามารถแบ่งเป็นประเภทต่างๆ ตามลักษณะของพฤติกรรมได้ดังนี้ ฝันเฟื่องเรื่องเซ็กซ์ เซ็กซ์จะไม่มีความสุขถ้าปราศจากความฝันเฟื่อง หรือจินตนาการในเรื่องเซ็กซ์ การยั่วยุทางเพศ เซ็กซ์เป็นเรื่องของความสำเร็จจากการยั่วยวน และความสนใจในเรื่องนี้ก็จะหมดไปอย่างรวดเร็วหลังจากมีเซ็กซ์ ถ้ำมอง ความสุขทางเพศขึ้นอยู่กับการกระตุ้นทางสายตา ชอบโชว์ เซ็กซ์คือการเรียกร้องความสนใจ และการได้เห็นปฏิกิริยาจากผู้อื่น การจ่ายเงินเพื่อเซ็กซ์ ความสุขทางเพศเกิดจากการซื้อบริการที่เกี่ยวกับเรื่องทางเพศ เซ็กซ์เพื่อการแลกเปลี่ยน เซ็กซ์คือการแลกเปลี่ยน เพื่อความรู้สึกที่เหนือกว่าหรือการเป็นผู้ควบคุมผู้อื่น การคุกคามทางเพศ ความสุขทางเพศเกิดจากการได้คุกคามพื้นที่ส่วนตัวของผู้อื่น โดยที่ผู้นั้นไม่รู้ เซ็กซ์กับคนแปลกหน้า ความสุขทางเพศเกิดขึ้นจากความเสี่ยงในการมีเพศสัมพันธ์กับคนแปลกหน้า เซ็กซ์ที่เจ็บปวด ความสุขทางเพศเกิดขึ้นจากการถูกลงโทษ หรือความเจ็บปวดทางร่างกาย การล่วงละเมิดทางเพศ เซ็กซ์เป็นเรื่องของการมีอำนาจ และการกดขี่ผู้ที่อ่อนแอกว่า ระดับของการเสพติดเซ็กซ์ การเสพติดเซ็กซ์ประเภทต่างๆ …

10 ประเภทของพฤติกรรม “เสพติดเซ็กซ์” ที่คุณควรรู้จัก Read More »

เรียนรู้เกี่ยวกับข้อเท็จจริงของโคเคน ยาเสพติดที่นิยมในหมู่คนรวย มีฐานะ ชื่อเสียง และความสามารถ

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ “โคเคน” ที่ทำให้หลายต่อหลายคนที่มีอนาคตและความสามารถ ต้องตกหลุมพราง

ยาเสพติด…มักเป็นหนึ่งในสิ่งที่ใช้เพื่อเพิ่มความสนุกสนานให้แก่งานปาร์ตี้ และหนึ่งในยาเสพติดที่เป็น “ยาปาร์ตี้” ยอดนิยมก็คือ “โคเคน” แต่สิ่งที่น่ากลัวไปกว่านั้นก็คือ ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับการเสพโคเคนที่ทำให้คนดังหรือผู้ที่มีศักยภาพสูงทั้งหลายติด “กับดัก” จนหลงเดินทางผิด ล่าสุดมีข่าวครึกโครมไปทั่วโลกเมื่อพบโคเคน ที่ได้สมญาว่า “ยาเสพติดไฮโซ” ในรัฐสภาอันทรงเกียรติของสหราชอาณาจักร ซึ่งตอกย้ำภาพลักษณ์ของ โคเคน ว่าเป็นยาเสพติดที่นิยมในหมู่คนดัง คนมีหน้ามีตาในสังคม รวมถึงคนที่มีศักยภาพสูง ได้เป็นอย่างดี ทำไมโคเคนถึงได้ชื่อว่า “ยาเสพติดไฮโซ” โคเคนยังเป็นยาเสพติดราคาสูง ซึ่งทำให้ผู้ที่สามารถเข้าถึงยาเสพติดชนิดนี้ได้ง่ายก็คือผู้ที่มีฐานะดีเป็นส่วนใหญ่ ในประเทศไทยเองก็เช่นกัน เนื่องจากโคเคนเป็นยาเสพติดที่ไม่สามารถผลิตได้ในประเทศต้อง “นำเข้า” เพียงอย่างเดียว ทำให้มีการแพร่ระบาดอยู่ในแวดวงผู้มีอันจะกินในไทย โดยสามารถพบเจอได้ในงานปาร์ตี้ หรือ ผับบาร์ที่วัยรุ่นไฮโซไทยชอบไป และเมื่อไม่กี่ปีที่แล้วมีข่าวใหญ่เกี่ยวกับทายาท บริษัทเครื่องดื่มยักษ์ใหญ่พัวพันกับโคเคน จนขับรถชนตำรวจเสียชีวิต อีกกลุ่มนึงที่พัวพันกับโคเคนก็คือ คนในวงการบันเทิง ซึ่งเป็นกลุ่มคนที่สังคมไทยยกย่องว่าเต็มไปด้วยพรสวรรค์และความสามารถ รวมถึงกลุ่มคนรุ่นใหม่ไฟแรงการศึกษาสูง ที่มีอนาคตไกลในวงการธุรกิจ ที่ต้องแบกรับความกดดันมหาศาลจากหน้าที่การงาน ต่างก็พัวพันกับโคเคนเช่นกัน ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับโคเคน ไม่ใช่เพียงแต่ราคาที่สูงกว่ายาเสพติดชนิดอื่น ที่ทำให้กลุ่มคนที่มีฐานะและศักยภาพสูงเหล่านี้หันมาใช้ยาเสพติดชนิดนี้ หากความจริงแล้ว ด้วยความเชื่อผิดๆ หลายอย่างเกี่ยวกับยาเสพติดชนิดนี้ ที่ทำให้กลุ่มผู้เสพเหล่านี้ ติดกับดักการเสพติดโคเคน ไม่ว่าจะเป็นคนดังในวงการบันเทิง นักการเมือง นักกีฬา หรือแม้แต่นักธุรกิจผู้มั่งคั่ง …

ความเชื่อผิดๆ เกี่ยวกับ “โคเคน” ที่ทำให้หลายต่อหลายคนที่มีอนาคตและความสามารถ ต้องตกหลุมพราง Read More »

8 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับแก๊สหัวเราะ การเสพติดและผลข้างเคียง

8 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ “แก๊สหัวเราะ” ความสนุกชั่วครู่ที่อันตรายต่อร่างกายและจิตใจ..จนอาจทำให้หัวเราะไม่ออก

ชื่อของ “แก๊สหัวเราะ” อาจฟังดูเหมือนไม่น่าเป็นอันตราย แต่ในความเป็นจริงแล้ว แก๊สหัวเราะที่กลับมาระบาดใหม่อีกครั้งในประเทศไทย ในช่วงล็อคดาวน์รอบล่าสุดนี้ เป็นอันตรายทั้งต่อร่างกายและจิตใจที่อาจทำให้คุณหัวเราะไม่ออก และนี่คือ 8 เรื่องเกี่ยวกับแก๊สอันตรายชนิดนี้ที่คุณควรรับรู้และใส่ใจ 1. แก๊สหัวเราะ..คืออะไร ในความเป็นจริง “แก๊สหัวเราะ” ก็คือสารประกอบทางเคมีชนิดหนึ่งที่ชื่อว่า “ไนตรัสออกไซด์ (Nitrous Oxide)” ซึ่งเป็นแก๊สไร้สี ไร้กลิ่น และไม่ติดไฟ จัดอยู่ในกลุ่มของ “สารระเหย (Inhalant)” ที่มีฤทธิ์ในการกดระบบประสาทส่วนกลาง ซึ่งหมายความว่าแก๊สชนิดนี้จะชะลอการทำงานของสมอง รวมไปถึงระบบหายใจและการทำงานของหัวใจ โดยปกติแล้วไนตรัสออกไซด์จะถูกนำมาใช้งานทางการแพทย์ อย่างเช่น การทำทันตกรรมหรือการผ่าตัด เพื่อระงับความรู้สึกหรือทำให้ผู้ป่วยผ่อนคลายในระหว่างการทำหัตถการหรือการผ่าตัด  นอกจากนี้แล้ว ก็ยังมีการใช้งานไนตรัสออกไซด์ในเชิงพาณิชย์ เช่น กลุ่มอุตสาหกรรมอาหารนำเอาแก๊สชนิดนี้มาใช้ในกระป๋องวิปป์ครีม และกลุ่มอุตสาหกรรมรถยนต์ ก็มีการนำไนตรัสออกไซด์มาใช้เพื่อเพิ่มสมรรถนะของเครื่องยนต์ และบรรจุในถุงลมนิรภัยในรถยนต์ 2. แก๊สหัวเราะกับการใช้เพื่อความบันเทิง นอกจากประโยชน์ในทางการแพทย์และเชิงพาณิชย์ดังกล่าวแล้ว ยังมีการนำไนตรัสออกไซด์มาใช้แบบ “ผิดประเภท” นั่นก็คือการนำเอามาเสพเพื่อความบันเทิง  เนื่องมาจากแก๊สชนิดนี้ใช้ในการทำวิปป์ครีม จึงทำให้สามารถหาซื้อได้ตามร้านจำหน่ายสินค้าเกี่ยวกับอาหารและซูเปอร์มาร์เก็ตบางแห่ง รวมถึงเดี๋ยวนี้ยังสามารถซื้อได้ทางออนไลน์ ทำให้คนทุกเพศทุกวัยสามารถเข้าถึงแก๊สชนิดนี้ได้อย่างง่ายดาย จึงมีการนำเอาไนตรัสออกไซด์มาสูดดมเพื่อความบันเทิง หรือเพื่อทดลองสัมผัสกับความรู้สึกมึนเมาหรือเคลิบเคลิ้ม จัดเป็น “ยาเฉพาะกลุ่ม” ซึ่งได้รับความนิยมมานาน แม้บางช่วงความนิยมจะลดลงไปบ้างแต่ก็ไม่เคยหายไป โดยเฉพาะในสองสามปีที่ผ่านมานี้เทรนด์การใช้แก๊สหัวเราะได้กลับมาอีกครั้งหนึ่งในหลายประเทศทั่วโลก …

8 เรื่องควรรู้เกี่ยวกับ “แก๊สหัวเราะ” ความสนุกชั่วครู่ที่อันตรายต่อร่างกายและจิตใจ..จนอาจทำให้หัวเราะไม่ออก Read More »

อ่านบทความเพื่อทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเสพกัญชาและปัญหาสุขภาพจิต

การเสพกัญชาของคุณ กำลังปกปิดปัญหาสุขภาพจิตอยู่หรือปล่าว

ในยุคที่ “กัญชา” ถูกทำให้ถูกกฎหมาย จนกลายมาเป็น “พืชเศรษฐกิจ” ตัวใหม่ รวมถึงมีงานวิจัยในเรื่องผลดีของกัญชาออกมาจำนวนไม่น้อย แต่สิ่งหนึ่งที่ยังควรต้องตระหนักให้มากๆ ก็คือ ผลกระทบในแง่ลบของการใช้กัญชา และสิ่งหนึ่งที่ควรต้องขีดเส้นใต้เอาไว้เลยก็คือ หากคุณใช้กัญชาเป็นประจำ นี่ก็อาจเป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า มีบางสิ่งบางอย่างที่ผิดปกติ และสุขภาพจิตของคุณก็อาจไม่ได้ดีอย่างที่คุณคิดเลยก็ได้ ดังนั้น ถึงแม้คุณจะเชื่ออย่างมากว่า การใช้กัญชาของคุณไม่ได้เป็นปัญหาอะไร รวมถึงการที่กัญชากลายเป็นของถูกกฎหมายในหลายประเทศทั่วโลก รวมทั้งในบ้านเราด้วย ก็ยิ่งทำให้คุณรู้สึกสบายใจที่จะใช้กัญชาบ่อยขึ้น และยักไหล่ใส่คนที่ยกเรื่องนี้ขึ้นมาเตือนคุณ ไปจนถึงอาจพูดใส่หน้าทุกคนที่เตือนว่า “ก็กัญชาช่วยให้ชั้นผ่อนคลายนี่” หรือ “สูบกัญชาไม่ติดหรอก” หรือ “ก็ดีกว่าดื่มเหล้าตลอดเวลาแหละ” แต่ความจริงแล้ว การเถียงกันไปมาเกี่ยวกับอันตรายของกัญชาหรือโอกาสที่จะติดกัญชานั้น ยังไม่ใช่ประเด็นสำคัญที่สุด เพราะสิ่งที่ควรต้องตระหนักอย่างจริงจังก็คือ “หากคุณใช้กัญชาเป็นหนทางหลักในการรับมือกับความเครียดในแต่ละวัน นั่นแหละคือประเด็นสำคัญที่เป็นปัญหา” อย่างแท้จริง การเพิกเฉยต่อความเป็นไปได้ที่ว่า คุณอาจกำลังใช้กัญชาเพื่อรับมือกับปัญหาที่ร้ายแรงกว่าซึ่งซ่อนอยู่ในใจคุณ ทำให้คุณไม่ได้เผชิญหน้ากับปัญหาเหล่านี้อย่างจริงจัง และไม่สามารถสร้างวิธีการรับมือที่หลากหลายและดีต่อสุขภาพขึ้นมาได้ รวมถึงไม่อาจใช้ชีวิตที่ปกติสุขได้อย่างแท้จริง ก็ใช่น่ะสิ..ชั้นใช้กัญชาทุกวัน แล้วไง..ใครแคร์ การมองว่ากัญชามีความร้ายแรงน้อยกว่าที่เป็นจริงเป็นเรื่องง่ายมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากคุณเปรียบเทียบกัญชากับยาเสพติดชนิดอื่นที่แรงกว่า แต่ถึงแม้กัญชาจะไม่ใช่ยาเสพติดที่อันตรายที่สุดในท้องตลาด ก็ไม่ได้หมายความว่ากัญชาจะไม่มีผลข้างเคียงอะไรเลย หรือการเสพกัญชาเป็นประจำจะมีประโยชน์ต่อคุณ แต่ในทางกลับกันก็มีผลกระทบที่ไม่พึงประสงค์หลายอย่าง ซึ่งสามารถเกิดขึ้นได้จากการเสพกัญชาในระยะยาวที่คุณควรตระหนัก อย่างเช่น ทำให้ขาดสมาธิ ไม่สามารถจดจ่อกับการทำงาน และความสามารถในการเรียนรู้ลดลง มีปัญหาระบบหายใจ หรือเกิดอาการเจ็บปวดที่ปอด …

การเสพกัญชาของคุณ กำลังปกปิดปัญหาสุขภาพจิตอยู่หรือปล่าว Read More »

9 นิสัยน่ารำคาญที่อาจเป็นสัญญาณของ “โรควิตกกังวล”

9 นิสัยที่อาจไม่ได้แค่น่ารำคาญ..แต่เป็นสัญญาณของ “โรควิตกกังวล”

เป็นไปได้หรือเปล่าว่า นิสัยบางอย่างของคุณอาจเป็นมากกว่าแค่ความเคยชิน (อันน่ารำคาญ) ในการทำสิ่งต่างๆ เพราะสำหรับผู้ที่กำลังต่อสู้กับอาการวิตกกังวลแล้ว นิสัยส่วนตัวบางอย่างอาจสื่อนัยให้เห็นถึงปัญหาสุขภาพจิตของเราก็เป็นได้ บอกไว้เลย..9 นิสัยที่อาจไม่ใช่แค่ความ “น่ารำคาญ” นิสัยที่น่ารำคาญบางอย่างของเรา ที่จริงแล้ว อาจบ่งบอกถึงอะไรที่มากไปกว่าวิธีการเฉพาะตัวที่ใช้ในการจัดการกับสิ่งต่างๆ ในแบบของเราก็ได้ เมื่อถูกรุกรานและครอบงำจากโรควิตกกังวล เป็นเรื่องปกติอย่างมาก ที่จะรู้สึกวิตกกังวลเล็กน้อยในขณะรับมือกับความเครียดทั่วไปในชีวิตประจำวันของเรา ไม่ว่าจะเรื่องหน้าที่การงาน ปัญหาครอบครัว หรือปัญหาความรัก แต่สิ่งสำคัญก็คือ คุณต้องตระหนักให้ได้ เมื่อความรู้สึกวิตกกังวลนั้นไม่ใช่สิ่งที่เกิดขึ้นชั่วครู่ชั่วยามหรือเป็นครั้งคราว โรควิตกกังวลทั่วไป (Generalised Anxiety Disorder) เป็นปัญหาสุขภาพจิตที่มีทำให้รู้สึกกระสับกระส่ายหรือเป็นกังวลอย่างต่อเนื่อง หรือบางครั้งก็รุนแรงอย่างมาก จนเกิดอาการมึนงง หัวใจเต้นแรงเร็ว ไม่มีสมาธิ หรือมีปัญหาการนอนหลับ ผู้ที่เป็นโรควิตกกังวลทั่วไปบางครั้งก็จะมีนิสัยบางอย่างที่สร้างปัญหาให้กับตัวเองและคนอื่น เพื่อพยายามที่จะเบี่ยงเบนหรือบรรเทาความวิตกกังวลของตัวเอง ซึ่งตัวอย่างของนิสัยเหล่านั้นได้แก่ การสูบบุหรี่ การแกะเกาผิวหรือกัดเล็บ การปิดกั้นทางอารมณ์ การกินมากจนเกินไป การผัดวันประกันพรุ่งหรือการหลบเลี่ยงบางสิ่งบางอย่าง การใช้โทรศัพท์มือถือหรือคอมพิวเตอร์มากจนเกินไป การยกเลิกแผนการต่างๆ เป็นประจำ การแยกตัวเองจากผู้อื่น ความรู้สึกหงุดหงิดหรือการระเบิดอารมณ์ โรควิตกกังวลเกิดจากอะไร โรควิตกกังวลทั่วไปเชื่อมโยงกับปัจจัยหลายประการ ซึ่งมีทั้งปัจจัยทางพันธุกรรม การทำงานมากเกินไปในบางส่วนของสมอง สารเคมีในสมองที่ไม่สมดุล ประวัติส่วนตัวที่เคยมีบาดแผลทางใจหรือเคยถูกข่มเหงรังแกไม่ว่าจะทางร่างกายหรือจิตใจ การใช้สารเสพติด การดื่มเหล้า และอาการเจ็บปวดเรื้อรังบางอย่าง แต่ในบางกรณี …

9 นิสัยที่อาจไม่ได้แค่น่ารำคาญ..แต่เป็นสัญญาณของ “โรควิตกกังวล” Read More »

เรียนรู้วิธีการที่พ่อแม่จะช่วยป้องกันลูกๆที่อยู่ในวัยรุ่น ออกห่างจากเส้นทางเสพติดจากบทความนี้

วัยรุ่นกับการเสพติด…พ่อแม่จะช่วยป้องกันลูกๆ จากยาเสพติดและเหล้าได้อย่างไร

สำหรับพ่อแม่แล้ว การเลี้ยงดูลูกไม่ใช่เพียงการให้ชีวิตหรือทำให้เติบโต แต่ยังรวมถึง “การปกป้อง” ลูกๆ จากภัยอันตรายต่างๆ และหนึ่งใน “ภัย” ที่สามารถคุกคามทุกครอบครัว และเป็นความกังวลของพ่อแม่ทุกคนก็คือ ภัยจากการเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกปัจจุบันนี้ที่การเข้าถึงสิ่งเสพติดเป็นไปได้ง่ายกว่าเดิม คงไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่กังวลว่า ลูกของตนเองอาจพลั้งพลาดติดกับดักของการเสพติดเข้าสักวัน การเรียนรู้วิธีป้องกันลูกๆ ของเราจากสิ่งเสพติด เป็นเรื่องที่พ่อแม่ควรศึกษา แต่สิ่งหนึ่งที่คนเป็นพ่อแม่ต้องรู้ และอาจประหลาดใจก็คือ ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อนหรอกที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจใช้สิ่งเสพติดของเด็กวัยรุ่น แต่พ่อแม่ก็เป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อลูกในเรื่องนี้เป็นอย่างมากเช่นกัน  ดังนั้น แทนที่จะมัวเป็นกังวลถึงผลกระทบจากการคบเพื่อนของลูกๆ และเข้มงวดกับลูกจนอาจเกิดการต่อต้าน สิ่งที่พ่อแม่ทุกคนสามารถทำได้ดีกว่าก็คือ การเน้นไปที่การสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่อบอุ่นและสามารถเป็นที่พึ่งพิงให้แก่เด็กๆ ได้ รวมถึงพฤติกรรมที่ปลอดการเสพติด และทำให้เด็กๆ ไม่สามารถเข้าถึงเหล้าและยาเสพติดต่างๆ ได้ง่าย คุณต้องไม่ลืมว่าลูกๆ มักต้องการความคิดเห็นจากพ่อแม่ก่อนเป็นอันดับแรกในแทบจะทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องของยาเสพติดหรือเหล้า แต่หากพ่อแม่ปฏิเสธที่จะพูดคุยในเรื่องเหล่านี้ ลูกของตัวเองก็จะหันไปปรึกษากับกลุ่มเพื่อนแทน หากคุณเป็นพ่อแม่ที่กำลังกังวลในเรื่องนี้ หรือต้องการเตรียมพร้อมเพื่ออนาคต ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับสำคัญที่คุณจะสามารถป้องกันการเสพติดของลูกได้ ทำไมเด็กวัยรุ่นถึงหันไปหายาเสพติด ช่วงชีวิตของวัยรุ่นนั้นไม่ง่ายเลย ไม่เชื่อลองถามวัยรุ่นคนไหนดูก็ได้ ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มขึ้นมัธยมปลายไปจนถึงมหาวิทยาลัย ทั้งในเรื่องของร่างกาย อารมณ์ และสังคม สร้างแรงกดดันหลายๆ แบบและหลายระดับ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเด็กวัยรุ่นได้อย่างมาก จึงเป็นที่เข้าใจได้ว่าทำไมการใช้ยาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่นจึงมีอัตราสูงที่สุด ในแทบจะทุกประเทศทั่วโลก และต่อไปนี้เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยซึ่งทำให้วัยรุ่นหันไปพึ่งพายาเสพติด เพื่อให้เข้ากับคนอื่นได้ วัยรุ่นส่วนใหญ่มักรู้สึกถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่จะต้องติดตามเทรนด์ใหม่ๆ …

วัยรุ่นกับการเสพติด…พ่อแม่จะช่วยป้องกันลูกๆ จากยาเสพติดและเหล้าได้อย่างไร Read More »

อ่านบทความ 4 เคล็ดลับที่จะช่วยให้คุณสามารถฟื้นฟูตัวเองจากภาวะเสพติดไปพร้อมกันกับการปฏิบัติหน้าที่ของพ่อแม่ที่ดี

4 เคล็ดลับของการเป็นพ่อแม่ที่ดีหลังเลิกการเสพติด

คุณรู้ดีว่าการกลับมามีสติที่แจ่มใสจากการเลิกเสพติด นับเป็นการตัดสินใจที่ถูกต้องที่สุด ทั้งสำหรับตัวเองและครอบครัวของคุณเป้าหมายต่อไปคือการเป็นพ่อแม่ที่ดีพร้อมๆกับการดูแลตัวเองไม่ให้หวนกลับไปใช้ชีวิตแบบเดิมอีก ความรู้สึกเหมือนเกิดใหม่หลังจากการเลิกยาเสพติด เป็นอะไรที่สร้างความสุขให้ทั้งคุณและครอบครัว แต่ทว่าเมื่อคุณต้องทำหน้าที่เลี้ยงลูกพร้อมกับการฟื้นฟูตัวเองจากการเสพติด นั่นอาจไม่ใช่เรื่องง่ายนัก แต่ผลที่ได้รับก็ถือว่าคุ้มค่าเป็นอย่างยิ่ง  การทำหน้าที่พ่อแม่ในช่วงการฟื้นฟูตัวเองจากการเสพติดเป็นความท้าทายอย่างใหญ่หลวง เพราะไม่เพียงแต่คุณจะต้องสร้างแนวทางในการดำเนินชีวิตใหม่ให้กับตัวเอง คุณก็ยังต้องรับผิดชอบในการดูแลลูกๆ อีกด้วย ทั้งนี้ หากการเสพติดของคุณส่งผลกระทบร้ายแรงต่อลูกๆของคุณ คุณก็มีหน้าที่เพิ่มเติมในการเยียวยาพวกเค้าพร้อมกันด้วย ถึงแม้จะไม่มีใครกล้าพูดว่า การฟื้นฟูตัวเองจากการเสพติดไปพร้อมกับการทำหน้าที่พ่อแม่เป็นเรื่องง่าย แต่ก็เป็นที่ยอมรับกันดีถึงผลประโยชน์อันมหาศาลที่จะได้จากการใช้ชีวิตอย่างมีสติของคุณ ไม่เพียงต่อตัวคุณเอง แต่ต่อครอบครัวของคุณด้วย การเอาชนะการเสพติดของคุณจะทำให้ความสัมพันธ์ของคุณกับลูกๆ แน่นแฟ้นขึ้น และยังจะช่วยให้คุณสร้างอนาคตที่ดีกว่าให้แก่ตัวเองและครอบครัวอีกด้วย ลองใช้เคล็ดลับต่อไปนี้ในการรับมือกับความท้าทายของการฟื้นฟูตัวเองไปพร้อมกับการทำหน้าที่พ่อแม่ เคล็ดลับที่ 1: ดูแลตัวเองให้ดี ในฐานะของพ่อแม่ที่เป็นผู้เสพติด อาจจะมีหลายครั้งที่สิ่งที่คุณเลือกนั้น เป็นไปเพื่อสนองตอบต่อความต้องการสารเสพติดของตัวเอง มากกว่าจะเพื่อตอบสนองความต้องการของลูกๆ ซึ่งนี่เป็นความจริงอันโหดร้ายและเจ็บปวดของการพึ่งพิงสารเสพติด และในขณะที่คุณกำลังสลัดตัวเองให้เป็นอิสระจากกับดักนี้ คุณก็อาจต้องต่อสู้กับความรู้สึกผิดที่ไม่ได้อยู่เคียงข้างลูกๆ และการก้าวผ่านกระบวนการทางอารมณ์เหล่านี้ก็เป็นส่วนหนึ่งในการเยียวยาตัวเอง อย่างไรก็ตาม สิ่งที่สำคัญไม่แพ้กันก็คือ อย่าให้ความรู้สึกผิดทำให้คุณทำทุกอย่างอย่างสุดโต่ง ด้วยการทุ่มเทพลังงานทั้งหมดของตัวเองเพื่อลูกๆ เพราะในระหว่างการฟื้นฟูตัวเองของคุณนั้น คุณเองก็ต้องการเวลาเพื่อให้ตัวเองได้ผ่อนคลาย หรือฝึกฝนวิธีการรับมือที่เป็นทางเลือกใหม่เพื่อคงความมีสติของตัวเองอย่างยั่งยืน ซึ่งอาจจะเป็นการใช้เวลาออกไปวิ่งออกกำลังกาย ทำงานอดิเรก หรือเข้าคลาสโยคะ ดังนั้น สิ่งที่คุณควรต้องตั้งเป้าก็คือการสร้างความสมดุลระหว่างความต้องการของตัวเองกับความต้องการของลูก เพราะนั่นเป็นพื้นที่ที่จะทำให้คุณประสบความสำเร็จได้ทั้งการดูแลครอบครัว และการเลิกเสพติด เคล็ดลับที่ 2: ใช้เวลากับลูกๆ อย่างมีเป้าหมาย การเอาชนะการเสพติดทำให้คุณได้รับเวลาที่เคยถูกครอบงำด้วยอำนาจของสิ่งเสพติดคืนมา ซึ่งนอกจากคุณจะใช้เวลาเหล่านี้ในการประคับประคองตัวเองจากการเลิกเสพติดเอาไว้ให้ได้ …

4 เคล็ดลับของการเป็นพ่อแม่ที่ดีหลังเลิกการเสพติด Read More »

Scroll to Top

ให้เราช่วยคุณเริ่มต้นการเดินทางสู่สุขภาวะที่ดีตั้งแต่วันนี้

โทร: 083 204 8384