รักษาโรควิตกกังวลด้วยแนวทางการดูแลแบบองค์รวม

เดอะดอว์น เชียงใหม่ ให้บริการดูแลผู้ที่มีภาวะวิตกกังวลด้วยแนวทางการรักษาแบบองค์รวม

ความวิตกกังวลเป็นอารมณ์ที่สามารถเกิดขึ้นได้ตามปกติเมื่อเผชิญกับความเครียดหรือสถานการณ์ที่กดดัน แต่หากความวิตกกังวลเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รุนแรง หรือส่งผลกระทบต่อการทำงาน การเรียน การใช้ชีวิตประจำวัน หรือความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง อาจเป็นสัญญาณของโรควิตกกังวล (Anxiety Disorder) ซึ่งควรได้รับการประเมินโดยจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

เดอะดอว์น เชียงใหม่ ให้บริการดูแลผู้ที่มีภาวะวิตกกังวลแบบผู้ป่วยใน (Residential Mental Health Treatment) โดยเริ่มจากการประเมินอย่างรอบด้าน ทั้งด้านสุขภาพจิต สุขภาพกาย ประวัติการรักษา และปัจจัยแวดล้อมที่เกี่ยวข้อง เพื่อวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล ภายใต้การดูแลของจิตแพทย์ นักจิตวิทยา และทีมสหวิชาชีพ

แนวทางการรักษาของเราผสมผสานการดูแลทางการแพทย์ การทำจิตบำบัด และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะในสภาพแวดล้อมที่สงบและเอื้อต่อการพักฟื้น เพื่อสนับสนุนการดูแลสุขภาพจิตอย่างต่อเนื่อง ทั้งนี้ วิธีการรักษาจะได้รับการออกแบบและปรับให้เหมาะสมกับอาการและความต้องการของผู้เข้ารับบริการแต่ละราย

สัญญาณและอาการของโรควิตกกังวล

ผู้ที่มีภาวะวิตกกังวลอาจมีอาการแตกต่างกันในแต่ละบุคคล โดยอาการสามารถแสดงออกได้ทั้งด้านอารมณ์ ความคิด พฤติกรรม และร่างกาย หากอาการเกิดขึ้นต่อเนื่อง ส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต การทำงาน หรือความสัมพันธ์กับผู้อื่น ควรเข้ารับการประเมินจากจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

อาการทางอารมณ์และความคิด

  • รู้สึกกังวลหรือหวาดกลัวอย่างต่อเนื่อง แม้ไม่มีสาเหตุชัดเจน
  • รู้สึกตึงเครียด ผ่อนคลายได้ยาก
  • คิดมากหรือกังวลกับเหตุการณ์ในอนาคตมากกว่าปกติ
  • รู้สึกว่าควบคุมความกังวลของตนเองได้ยาก
  • กังวลกับเรื่องเล็กน้อยมากกว่าปกติ
  • วิตกเกี่ยวกับการถูกตัดสินหรือการประเมินจากผู้อื่น
  • มีความคิดวนซ้ำเกี่ยวกับเหตุการณ์ที่ผ่านมา
  • รู้สึกแยกตัวจากตนเอง (Depersonalisation)
  • รู้สึกว่าสิ่งรอบตัวไม่เป็นจริง (Derealisation)

อาการทางร่างกาย

  • ใจสั่นหรือหัวใจเต้นเร็ว
  • หายใจไม่อิ่ม แน่นหน้าอก หรือรู้สึกหายใจลำบาก
  • เวียนศีรษะ หน้ามืด หรือรู้สึกคล้ายจะเป็นลม
  • ปวดศีรษะหรือปวดเมื่อยกล้ามเนื้อ
  • มือสั่น เหงื่อออกมาก หรือรู้สึกร้อนวูบวาบ
  • คลื่นไส้ ปวดท้อง หรือมีอาการผิดปกติของระบบทางเดินอาหาร
  • นอนหลับยาก หลับไม่สนิท หรือตื่นบ่อย
  • สมาธิลดลง คิดหรือจดจ่อกับงานได้ยาก
  • รู้สึกเหนื่อยล้าหรืออ่อนเพลียโดยไม่ทราบสาเหตุ

หมายเหตุ: อาการข้างต้นเป็นเพียงข้อมูลเบื้องต้นสำหรับการสังเกตตนเอง ไม่สามารถใช้วินิจฉัยโรควิตกกังวลได้ หากอาการเกิดขึ้นต่อเนื่องหรือส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิต ควรปรึกษาจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิตเพื่อรับการประเมินและวางแผนการรักษาที่เหมาะสม

ผลกระทบและความเสี่ยงของโรควิตกกังวลหากไม่ได้รับการดูแลอย่างเหมาะสม

โรควิตกกังวลที่เกิดขึ้นต่อเนื่องและส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน อาจทำให้การทำงาน การเรียน ความสัมพันธ์กับคนรอบข้าง และสุขภาพโดยรวมได้รับผลกระทบ หากไม่ได้รับการประเมินและดูแลอย่างเหมาะสม อาการอาจรุนแรงขึ้นและส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในหลายด้าน ดังนี้

ผลกระทบที่อาจเกิดขึ้น

  • ประสิทธิภาพในการทำงานหรือการเรียนลดลง เนื่องจากสมาธิลดลง ตัดสินใจได้ยาก หรือกังวลอยู่ตลอดเวลา
  • ความสัมพันธ์กับคนในครอบครัว คู่สมรส และเพื่อนร่วมงานได้รับผลกระทบ เพราะอาจหลีกเลี่ยงการเข้าสังคมหรือมีความกังวลในการสื่อสารกับผู้อื่น
  • การดูแลสุขภาพลดลง เช่น นอนหลับไม่เพียงพอ รับประทานอาหารไม่สมดุล หรือหลีกเลี่ยงการออกกำลังกาย
  • หลีกเลี่ยงกิจกรรมหรือสถานการณ์ที่ทำให้เกิดความกังวล จนส่งผลต่อการใช้ชีวิตประจำวันและการทำกิจกรรมที่เคยทำได้ตามปกติ
  • ความสามารถในการใช้ชีวิตประจำวันลดลง เช่น การเดินทาง การทำงาน หรือการทำกิจกรรมต่าง ๆ ที่เคยทำได้
  • อาจเกิดปัญหาสุขภาพจิตร่วม (Comorbidity) เช่น โรคแพนิค โรคซึมเศร้า หรือภาวะการใช้แอลกอฮอล์และสารเสพติดในผู้ป่วยบางราย
นอกจากผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวันแล้ว โรควิตกกังวลยังอาจส่งผลต่อสุขภาพกายและสุขภาพจิตในระยะยาว หากอาการเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องหรือเริ่มรบกวนการดำเนินชีวิต ควรเข้ารับการประเมินจากจิตแพทย์หรือผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพื่อรับคำแนะนำและวางแผนการดูแลที่เหมาะสมกับแต่ละบุคคล
ชิงช้านั่งเล่นในสวน

เดอะดอว์นกับการดูแลผู้ที่มีภาวะวิตกกังวล

ทีมสหวิชาชีพของเดอะดอว์น ประกอบด้วยจิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักจิตบำบัด และบุคลากรด้านสุขภาพจิตที่มีใบอนุญาตประกอบวิชาชีพตามสาขาที่เกี่ยวข้อง พร้อมพัฒนาความรู้และทักษะทางวิชาชีพอย่างต่อเนื่อง เพื่อให้การดูแลสอดคล้องกับแนวทางการรักษาที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน

ผู้เข้ารับบริการจะได้รับการประเมินอย่างรอบด้าน เพื่อวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคล โดยผสมผสานการดูแลทางการแพทย์ การทำจิตบำบัด และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะอย่างเหมาะสม เป้าหมายของการรักษาคือการช่วยให้ผู้เข้ารับบริการสามารถเรียนรู้วิธีจัดการกับอาการวิตกกังวล พัฒนาทักษะในการดูแลสุขภาพจิตของตนเอง และเตรียมความพร้อมสำหรับการกลับไปใช้ชีวิตประจำวันอย่างเหมาะสม

การรักษาแบบผู้ป่วยในเหมาะกับใครบ้าง

การรักษาแบบผู้ป่วยใน (Residential Mental Health Treatment) อาจเป็นทางเลือกที่เหมาะสมสำหรับผู้ที่มีภาวะวิตกกังวลซึ่งส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน หรือผู้ที่ต้องการการดูแลอย่างต่อเนื่องในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพักฟื้น ระหว่างการเข้ารับบริการ ผู้เข้ารับบริการจะได้เข้าร่วมโปรแกรมการรักษาที่ออกแบบเฉพาะบุคคล ซึ่งประกอบด้วยการดูแลทางการแพทย์ การทำจิตบำบัด และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะแบบองค์รวม ภายใต้การดูแลของจิตแพทย์และทีมสหวิชาชีพ พร้อมมีการติดตามและปรับแผนการรักษาให้เหมาะสมกับอาการของแต่ละบุคคลตลอดระยะเวลาของโปรแกรม

แนวทางการรักษาโรควิตกกังวลที่เดอะดอว์น

เดอะดอว์น ใช้แนวทางการดูแลแบบองค์รวม (Holistic Approach) โดยผสานการรักษาทางการแพทย์ การทำจิตบำบัด และกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะเข้าด้วยกัน เพื่อดูแลทั้งด้านอารมณ์ ความคิด พฤติกรรม และปัจจัยแวดล้อมที่อาจเกี่ยวข้องกับภาวะวิตกกังวล ผู้เข้ารับบริการทุกคนจะได้รับการประเมินอย่างละเอียด เพื่อวางแผนการรักษาเฉพาะบุคคลและปรับแผนตามความก้าวหน้าตลอดระยะเวลาการรักษา

การดูแลโดยจิตแพทย์และทีมผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต

การรักษาโรควิตกกังวลที่เดอะดอว์น เชียงใหม่ ดำเนินการโดยจิตแพทย์ นักจิตวิทยา นักจิตบำบัด และทีมสหวิชาชีพ ซึ่งร่วมกันวางแผนการรักษาตามแนวทางที่ได้รับการยอมรับในปัจจุบัน

แนวทางการรักษาอาจประกอบด้วยการทำจิตบำบัดด้วยเทคนิคการปรับความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioural Therapy: CBT) และการบำบัดด้วยสติ (Mindfulness-Based Cognitive Therapy: MBCT) เพื่อช่วยให้ผู้เข้ารับบริการเข้าใจรูปแบบความคิด อารมณ์ และพฤติกรรมของตนเอง พร้อมพัฒนาทักษะในการจัดการกับความวิตกกังวลในชีวิตประจำวัน

สำหรับผู้เข้ารับบริการบางรายที่ได้รับการประเมินโดยจิตแพทย์ว่ามีข้อบ่งชี้ อาจพิจารณาใช้การกระตุ้นสมองด้วยคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้า (Transcranial Magnetic Stimulation: TMS) ร่วมกับแนวทางการรักษาอื่น ๆ ทั้งนี้ การเลือกใช้ TMS จะขึ้นอยู่กับการประเมินของแพทย์และความเหมาะสมของผู้เข้ารับบริการแต่ละราย

การส่งเสริมสุขภาวะแบบองค์รวม

นอกจากการรักษาทางการแพทย์และการทำจิตบำบัดแล้ว The Dawn Wellness Centre ยังผสานกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะเข้าเป็นส่วนหนึ่งของแผนการรักษา เพื่อสนับสนุนการดูแลทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตอย่างสมดุล โดยกิจกรรมต่าง ๆ จะได้รับการเลือกใช้ตามความเหมาะสมของผู้เข้ารับบริการแต่ละราย

กิจกรรมที่อาจอยู่ในโปรแกรมการดูแล ได้แก่

  • การฝึกสติ (Mindfulness Meditation)
  • โยคะ
  • ดนตรีบำบัด
  • ศิลปะบำบัด
  • การออกกำลังกาย

กิจกรรมเหล่านี้ช่วยส่งเสริมการผ่อนคลาย การตระหนักรู้ในตนเอง การจัดการความเครียด และสนับสนุนกระบวนการจิตบำบัด ผู้เข้ารับบริการยังสามารถใช้พื้นที่ส่วนกลางภายในศูนย์ เช่น ห้องออกกำลังกาย สระว่ายน้ำ และพื้นที่พักผ่อนริมแม่น้ำปิง เพื่อส่งเสริมการพักฟื้นในสภาพแวดล้อมที่สงบและเหมาะสมกับการดูแลสุขภาพจิต

การดูแลผู้มีภาวะวิตกกังวลในสภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการพักฟื้น

เชียงใหม่เป็นจังหวัดที่มีสภาพแวดล้อมเงียบสงบและใกล้ชิดธรรมชาติ ซึ่งเอื้อต่อการพักผ่อนและการดูแลสุขภาพจิต เดอะดอว์น ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิงในบรรยากาศที่เป็นส่วนตัวและเหมาะสำหรับการพักฟื้น ผู้เข้ารับบริการสามารถเข้าร่วมโปรแกรมการรักษาและกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะภายในสภาพแวดล้อมที่ช่วยลดสิ่งรบกวนจากชีวิตประจำวัน พร้อมได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่องจากทีมสหวิชาชีพตลอดระยะเวลาของโปรแกรม

หนึ่งวัน ที่เดอะดอว์น​

การดูแลสุขภาพจิตแบบผู้ป่วยใน (Residential Mental Health Treatment) ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการทำจิตบำบัดเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างกิจวัตรประจำวันที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และการใช้ชีวิตประจำวัน ผู้เข้ารับบริการจะเข้าร่วมโปรแกรมการรักษาที่ได้รับการวางแผนเฉพาะบุคคล ซึ่งประกอบด้วยการพบผู้เชี่ยวชาญ การทำจิตบำบัด กิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะ การออกกำลังกาย การฝึกสติ และช่วงเวลาพักผ่อนอย่างสมดุล ภายใต้การดูแลของทีมสหวิชาชีพ ทั้งนี้ ตารางกิจกรรมอาจมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับแผนการรักษาของผู้เข้ารับบริการแต่ละราย

07:00  ออกกำลังกายแบบกลุ่ม (Group Fitness)
08:00 อาหารเช้า
09:30 ฝึกสติ ศิลปะบำบัด ดนตรีบำบัด หรือกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะ
10:45 จิตบำบัดแบบกลุ่ม
12:00 อาหารกลางวัน
14:00 กิจกรรมให้ความรู้ด้านสุขภาพจิต และ ภาวะเสพติด
15:00 จิตบำบัดรายบุคคลตามแผนการรักษา
17:00 กิจกรรมตามแผนการดูแลรายบุคคล
18:00 อาหารเย็น
19:30 กิจกรรมผ่อนคลายก่อนพักผ่อน
20:00 ช่วงเวลาใช้อุปกรณ์สื่อสาร
20:30 บันทึกประจำวันเพื่อการฟื้นฟู
21:30 พักผ่อน
overhead-view-of-five-people-sitting-in-a-circle-on-the-grass-studying-together

ทุกปัญหามีทางออก พบกับแสงสว่างปลายอุโมงค์​

ให้เราช่วยคุณตั้งแต่วันนี้









Scroll to Top