การบำบัดความคิดและพฤติกรรม

แนวทางการบำบัดเพื่อรักษาปัญหาสุขภาพจิต

การบำบัดความคิดและพฤติกรรมคืออะไร?

การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioural Therapy: CBT) เป็นแนวทางการรักษาสุขภาพจิตที่ใช้บทสนทนาหรือการรับคำปรึกษาจากนักจิตบำบัดผู้เชี่ยวชาญ การบำบัดในรูปแบบนี้ได้รับการยอมรับว่ามีประสิทธิภาพสำหรับรักษาอาการหรือภาวะทางจิตหลายประเภท ไม่ว่าจะเป็นภาวะซึมเศร้า ความวิตกกังวลและอาการติดสารเสพติด ในชั่วโมงการบำบัด ผู้เข้ารับการรักษาจะได้บอกเล่าถึงความคิดและอารมณ์ความรู้สึกที่เกิดขึ้นจากความเชื่อด้านลบหรือความคิดที่รบกวนจิตใจซึ่งอยู่ในชีวิตของพวกเขา โดยปกติแล้วความคิดความเชื่อเหล่านี้จะมีความเชื่อมโยงกับความเจ็บป่วยด้านจิตใจที่กล่าวถึงข้างต้น

หลังจากนั้นผู้เข้ารับการรักษาและนักจิตบำบัดจะร่วมพูดคุยปรึกษาถึงแบบแผนความคิดและความรู้สึกที่ชักจูงผู้เข้ารับการบำบัดเข้าสู่การมีพฤติกรรมที่ไม่พึงประสงค์ การปรึกษาพูดคุยจะเน้นถึงปัญหาทางจิตใจและความคิดในแต่ละด้านตามลำดับอย่างละเอียดและมีการพิจารณาร่วมกันถึงพฤติกรรมที่เกิดขึ้นจากปัญหาเหล่านั้น นักจิตบำบัดจะให้คำปรึกษาถึงแนวทางหรือวิธีการบำบัดที่สร้างประโยชน์เพื่อแนะนำถึงการเปลี่ยนแปลงบางอย่างที่ควรเกิดขึ้นในความคิดและการกระทำของผู้เข้ารับการรักษา และเมื่อถูกนำไปใช้ในชีวิต แนวทางดังกล่าวจะช่วยเป็นกลไกเพื่อจัดการกับความคิดซึ่งจะเปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการรักษาได้บรรลุผลสำเร็จตามเป้าหมายส่วนตัวและสามารถปรับปรุงสุขภาวะที่ดีภายในของตนเอง

เนื่องด้วยความเคร่งครัดในการใช้แนวทางบำบัดเชิงจิตสังคม การบำบัดความคิดและพฤติกรรมจะหลีกเลี่ยงการใช้ยาสำหรับบรรเทาอาการเจ็บป่วย แนวทางบำบัดเชิงจิตสังคมเช่นนี้ เป็นการเสริมแรงพลังโดยตรงให้กับผู้เข้ารับการรักษาให้พัฒนาทักษะในการควบคุมสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขาได้เอง พฤติกรรมและแบบแผนความคิดใหม่และเสริมสร้างสุขภาวะที่ดีของผู้เข้ารับการรักษาจะช่วยลดความตึงเครียดของอาการและช่วยบรรเทาอาการของ โรคสุขภาพจิตที่พวกเขาเผชิญอยู่ เช่น ภาวะซึมเศร้าและความวิตกกังวล

การบำบัดความคิดและพฤติกรรม ยังมีประสิทธิภาพและประสบความสำเร็จในการรักษาอาการกลัว (Phobias) ชนิดต่างๆ (กลัวที่สูง กลัวที่แคบ) พฤติกรรมการกินที่ผิดปกติ การใช้สารเสพติด การมีพฤติกรรมเสพติด  ภาวะสะเทือนใจอย่างรุนแรงหรือ PTSD และบุคลิกภาพผิดปกติชนิดก้ำกึ่ง ซึ่งโดยปกติจะเป็นการบำบัดที่ใช้รักษาร่วมกับแนวทางหรือรูปแบบการบำบัดอื่น 

การบำบัดความคิดและพฤติกรรมช่วยเหลือผู้เข้ารับการบำบัดอย่างไร?

การบำบัดความคิดและพฤติกรรมจะเน้นการทำงานกับรูปแบบความคิดที่ไม่เป็นจริง (หรือทัศนคติที่ผิด) คือกลุ่มของความคิดด้านลบ ที่เกี่ยวข้องกับการคิดประเมินสถานการณ์ที่มากกว่าความจริงหรือการสรุปเองแบบเหมารวมทั้งหมด การมองเฉพาะในสถานการณ์ด้านลบหรือยึดถือแค่ความคิดด้านลบเท่านั้นแต่ไม่มองในผลลัพธ์ด้านบวกที่เกิดขึ้น  ที่ศูนย์สุขภาพจิตเดอะดอว์น การบำบัดความคิดและพฤติกรรมจะใช้บทสนทนาเพื่อเป็นแนวทางในการเยียวยารักษาและเพื่อแนะนำผู้เข้ารับการรักษาให้ลองเปิดใจต้อนรับความคิดต่าง ๆ ที่เกิดขึ้นในชีวิตด้วยใจที่เป็นกลางและยึดถือความเป็นจริงมากยิ่งขึ้น เพื่อที่อารมณ์และระดับความเครียดของพวกเขาจะได้รับการรักษาและลดระดับลง

นอกจากนั้น ประสิทธิภาพของการบำบัดในรูปแบบนี้เกิดขึ้นผ่านทางการให้คำปรึกษาที่เน้นความเข้าใจ นักจิตบำบัดจะให้ความใส่ใจและจริงใจในการแนะนำแนวทางซึ่งสามารถทำได้ในชีวิตจริงเพื่อเบี่ยงเบนหรือปรับเปลี่ยนแบบแผนความคิดและพฤติกรรมให้ออกจากทิศทางแห่งความตึงเครียดและความเศร้า เมื่อผู้เข้ารับการรักษาแต่ละคนได้เรียนรู้ที่จะนำแนวทางการปรับเปลี่ยนความคิดเช่นนี้มาประยุกต์ใช้ พวกเขาจะพบว่าการมีสติและการมองโลกในแบบที่เป็นอยู่จริง จะสร้างผลลัพธ์ด้านบวกอย่างยิ่งใหญ่ให้กับการใช้ชีวิตประจำวันของพวกเขา

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบำบัดความคิดและพฤติกรรม

แนวทางการบำบัดความคิดและพฤติกรรม

โดยปกติแล้ว การบำบัดความคิดและพฤติกรรมของศูนย์สุขภาพจิตเดอะดอว์น จะประกอบด้วยตารางการให้คำปรึกษาและการบำบัดที่ใช้เวลา 30 นาทีและ 60 นาทีต่อการบำบัดหนึ่งครั้ง กระบวนการบำบัดจะเริ่มต้นด้วยการประเมินทางจิตวิทยาโดยนักจิตบำบัดซึ่งจะใช้การพูดคุยเพื่อทำความเข้าใจในความทุกข์ใจและสิ่งที่กำลังรบกวนจิตใจของผู้เข้ารับการรักษา หลังจากนั้นนักจิตบำบัดจะสะท้อนให้เห็นแนวทางในการปรับเปลี่ยนความคิดที่มีต่อแหล่งที่มาของความวิตกกังวลหรือภาวะซึมเศร้า ซึ่งได้สร้างผลกระทบด้านลบในชีวิตของผู้เข้ารับการรักษา การปรับเปลี่ยนความคิดดังกล่าวจะช่วยนำผู้เข้ารับการรักษาเข้าสู่บริบทชีวิตที่เหมาะสมและเสริมสร้างมากขึ้น

จากบทสนทนาและคำปรึกษา ผู้เข้ารับการบำบัดได้เรียนรู้ถึงชุดทักษะต่างๆ ที่จะช่วยรักษาและป้องกันความคิดและความรู้สึกของพวกเขาให้อยู่ในขอบเขตที่เสริมสร้างและเกิดประโยชน์ ช่วยลดความอึดอัดใจหรือความเจ็บปวดทางใจที่เกิดขึ้นจากความเครียดและความวิตกกังวล นักจิตบำบัดและผู้เข้ารับการรักษาจะร่วมกันฝึกใช้ทักษะเหล่านี้เพื่อจะสามารถนำไปประยุกต์ใช้ได้จริง ทันเวลาและเหมาะสมกับสถานการณ์ชีวิตในรูปแบบต่างๆ  การให้คำปรึกษาที่เกิดขึ้นอย่างต่อเนื่องจะช่วยเปิดโอกาสให้ผู้เข้ารับการบำบัดได้ปรับปรุงและพัฒนาทักษะการรับมือของตนเองให้ดียิ่งขึ้น และยังเป็นการพูดคุยปรึกษาถึงความก้าวหน้าและอุปสรรคที่เกิดขึ้นในชีวิตของผู้เข้ารับการรักษาพร้อมกับการเสริมแรงทางบวกอย่างต่อเนื่องผ่านทางบทเรียนต่างๆ เพื่อสร้างลักษณะนิสัยการมีความคิดด้านบวกและความคิดที่พวกเขาสามารถควบคุมและจัดการได้โดยตนเอง

ให้เราช่วยคุณเริ่มต้นการเดินทางสู่สุขภาวะที่ดีตั้งแต่วันนี้









Scroll to Top

ให้เราช่วยคุณเริ่มต้นการเดินทางสู่สุขภาวะที่ดีตั้งแต่วันนี้

โทร: 083 204 8384