ถ้าคุณมีปัญหาติดยาตามใบสั่งแพทย์ เช่น ทรามาดอล,แวเลียม, ซาแน็กซ์,เอติแวน, โคเดอีน
ศูนย์บำบัดยาเสพติด เอกชน เดอะดอว์น เชียงใหม่ ช่วยคุณได้ ด้วยการรักษาแบบครบวงจร
ในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมา ปัญหาการเสพติดยาตามใบสั่งแพทย์ได้ลุกลามกลายเป็นโรคระบาดของยุคโลกาภิวัตน์ โดยยาที่มีผู้เสพติดมากที่สุด ได้แก่ ยากลุ่มโอปิออยด์ (เช่น ทรามาดอล, โคเดอีน) เบนโซไดอะซีปีน (เช่น ไดอะซีแพม, แวเลียม, ซาแน็กซ์) ยาที่ออกฤทธิ์กระตุ้นระบบประสาท (เช่น ริทาลิน) และยานอนหลับ (เช่น โซพีเดม) เทรนด์ที่น่าเป็นห่วงนี้นำไปสู่ปัญหาอื่นอีกมากมาย รวมทั้งการใช้ยาเกินขนาดโดยไม่ตั้งใจจนต้องเข้ารับการรักษาในโรงพยาบาล
แม้จำนวนผู้เสพติดยาตามใบสั่งแพทย์จะเพิ่มขึ้นอย่างน่ากังวล แต่ยังมีการจ่ายยาเหล่านี้อย่างแพร่หลายเกินความจำเป็น คนส่วนใหญ่มองว่ายาตามใบสั่งแพทย์มีความปลอดภัย เพราะว่าสั่งจ่ายโดยแพทย์ ผู้ใช้หลายคนก็ไม่เข้าใจว่ายาเหล่านี้อาจมีผลข้างเคียงที่รุนแรง เมื่อใช้อย่างต่อเนื่องก็ทำให้ติดได้ และเพราะยาตามใบสั่งแพทย์เป็นสิ่งที่สังคมยอมรับนี่เอง บางคนจึงใช้จนติดแต่ไม่รู้ตัวว่ามีปัญหา เพราะว่ายังดำเนินชีวิตได้ตามปกติ และผู้ที่พยายามเลิกใช้ยาเหล่านี้ก็มีเปอร์เซ็นต์สูงที่จะกลับมาติดอีก
เดอะดอว์น เชียงใหม่ ประสบความสำเร็จในการรักษาผู้เสพติดยาตามใบสั่งแพทย์มาเป็นจำนวนมาก เพราะเราเข้าใจดีว่าการเลิกยากลุ่มนี้มีความท้าทายเพียงใด เราจึงออกแบบหลักสูตรการรักษาแบบครบวงจรที่ช่วยให้คุณดีท็อกซ์ล้างพิษยาออกจากร่างกาย และเตรียมความพร้อมเพื่อการเลิกยาอย่างถาวร นอกจากนี้ทีมงานของเรายังพร้อมจะดูแลและให้กำลังใจคุณอย่างใกล้ชิดตลอดกระบวนการ
ผลกระทบและความเสี่ยงจากการติดยาตามใบสั่งแพทย์
ยาแต่ละชนิดส่งผลไม่เหมือนกันก็จริง แต่ยาตามใบสั่งแพทย์ทุกชนิดส่งผลต่อสมองอย่างมาก เพราะมีสารที่ออกฤทธิ์ต่อสารสื่อประสาท ทำให้การทำงานของสมองเปลี่ยนไป เมื่อคุณเพิ่มขนาดการใช้ยาขึ้นเรื่อยๆ เพราะร่างกายเริ่มดื้อยา ผลดังกล่าวก็ยิ่งเห็นชัด
ยาที่ออกฤทธิ์กดประสาทอย่างเบนโซไดอะเซปีนอาจทำให้มีปัญหาในการพูดหรือการหายใจ ง่วงผิดเวลา สับสน หรือทักษะการทำงานของกล้ามเนื้อบกพร่อง ส่วนยากลุ่มโอปิออยด์อาจทำให้ง่วงอย่างรุนแรง คลื่นไส้ ท้องอืดและยังอาจไปกดการหายใจ (หรือทำให้หยุดหายใจ) ซึ่งข้อหลังนี้เป็นสาเหตุหลักของการเสียชีวิตจากการใช้ยากลุ่มโอปิออยด์เกินขนาด ส่วนยาที่ออกฤทธิ์กระตุ้นประสาท เช่น แอมเฟตามีนที่แพทย์เป็นผู้สั่งจ่าย จะทำให้หัวใจเต้นแรงและอุณหภูมิร่างกายสูงขึ้นอย่างมาก ผลของยาเหล่านี้จะทวีความรุนแรงและซับซ้อนถ้าใช้ร่วมกับยาชนิดอื่นหรือแอลกอฮอล์ ซึ่งการใช้ยาตามใบสั่งแพทย์ร่วมกับสารเสพติดก็มักเกิดขึ้นบ่อยในปัจจุบัน
เดอะดอว์น เชียงใหม่ ทางเลือกที่ดีที่สุดสำหรับผู้ต้องการเลิกยา
ศูนย์บำบัดยาเสพติด เอกชน เดอะดอว์น เชียงใหม่ เป็นสถานพยาบาลแต่งตั้งตามประกาศกระทรวงสาธารณสุข ประเภทฟื้นฟูสมรรถภาพ ดำเนินการรักษาด้วยวิธีทันสมัยที่สุดที่มีการใช้อยู่ในปัจจุบัน ทีมงานนักจิตวิทยาคลินิกของเราประกอบด้วยบุคลากรทรงคุณวุฒิที่มีประสบการณ์สูง นอกจากนี้ศูนย์ของเรายังมีทีมสนับสนุนผู้เข้ารับการรักษาและทีมพยาบาลอยู่ประจำตลอด 24 ชั่วโมง เพื่อให้การดูแลตามหลักวิชาชีพและให้กำลังใจในเวลาที่คุณต้องการ
หาทางออกจากการติดยาตามใบสั่งแพทย์วันนี้
ทำไมการรักษาแบบอยู่ประจำจึงได้ผลสูงสุด
ในการรักษาแบบไปกลับ คุณยังอยู่ที่บ้านตามปกติ แต่ไปพบนักจิตวิทยาคลินิกเพื่อรับคำปรึกษาตามกำหนด และเมื่อสิ่งแวดล้อมที่บ้านยังเหมือนเดิม การจะหนีให้พ้นจากปัจจัยกระตุ้นที่อยู่รอบตัวจึงเป็นเรื่องยาก ตรงกันข้ามกับการรักษาแบบอยู่ประจำที่ไม่มีสิ่งใดมารบกวนสมาธิในการรักษาของคุณ การพักอยู่ในศูนย์ช่วยให้คุณได้อยู่ห่างไกลจากตัวการก่อความเครียดในชีวิตประจำวัน รวมทั้งพฤติกรรมเดิมๆ ที่มีส่วนทำให้คุณหันไปพึ่งยา ในขณะเดียวกันคุณก็มีพื้นที่เพียงพอสำหรับการฟื้นฟูเยียวยาตัวเอง และวางรากฐานสำหรับการดำเนินชีวิตหลังการรักษาโดยไม่หันกลับไปพึ่งยาอีก
หลักสูตรบำบัดภาวะติดยาตามใบสั่งแพทย์ที่เดอะดอว์น
ยาตามใบสั่งแพทย์แต่ละชนิดส่งผลต่างกัน แต่หลักสูตรการบำบัดสำหรับทุกท่านที่มาหาเราจะมีองค์ประกอบหลักเหมือนกัน คือ การดีท็อกซ์ล้างพิษยา การให้คำปรึกษา และการฟื้นฟูสุขภาวะแบบองค์รวม
ดีท็อกซ์ยาภายใต้การดูของทีมงานทางการแพทย์
ก่อนเริ่มการบำบัดภาวะเสพติด คุณอาจจะต้องดีท็อกซ์เพื่อล้างพิษยาออกจากร่างกายก่อน แต่จะต้องดีท็อกซ์หรือไม่นั้น ขึ้นอยู่กับความรุนแรงของปัญหา ยาตามใบสั่งแพทย์บางชนิดเมื่อเลิกใช้จะทำให้เกิดอาการถอนยาจนเป็นอันตรายได้ จึงต้องค่อยๆ ลดปริมาณการใช้ภายใต้การดูแลของบุคลากรทางการแพทย์ ทีมงานทางการแพทย์ของเรามีความช่ำชองด้านการดีท็อกซ์ยาทุกชนิด นอกจากนี้คุณยังจะได้รับการดูแลด้วยความใส่ใจ และมีห้องส่วนตัวบรรยากาศผ่อนคลายไว้สำหรับการพักผ่อน ช่วยให้การดีท็อกซ์ดำเนินไปอย่างราบรื่นและสบายที่สุดเท่าที่จะเป็นได้
วิธีบำบัดภาวะเสพติด
หลักสูตรการบำบัดที่เราใช้มีการปรับให้ตรงกับความจำเป็นของแต่ละท่าน รวมทั้งมีการปรับเป็นระยะตามความคืบหน้าในการรักษา แต่องค์ประกอบหลักในการรักษาด้วยจิตบำบัดมีดังนี้
- การบำบัดเดี่ยวและบำบัดกลุ่ม
- การบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT)
- แผนการป้องกันการกลับไปเสพติดซ้ำ
- การดูแลหลังการรักษา
นอกจากนี้เรายังให้การรักษาแบบครบวงจรแก่ผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตร่วมกับภาวะเสพติดด้วย
การฟื้นฟูสุขภาวะแบบองค์รวม
เราจัดการรักษาแบบองค์รวมด้วยวิธีต่างๆ เพื่อเสริมกระบวนการรักษาด้วยจิตบำบัด และช่วยให้คุณรู้สึกปลอดโปร่ง ซึ่งจะประกอบด้วย
- การออกกำลังกาย
- ศิลปะบำบัด
- ดนตรีบำบัด
- โยคะ
- การฝึกสมาธิเจริญสติ
ในยามว่างคุณสามารถเข้าไปใช้ห้องออกกำลังกาย และ สระว่ายน้ำ ภายในศูนย์ได้ เพื่อฟื้นฟูร่างกายจิตใจให้กลับคืนสู่ความสมดุล
ช่วยคนที่คุณรัก ค้นพบทางออก
เปลี่ยนสถานที่เพื่อการเลิกยาอย่างได้ผล
การเปลี่ยนสถานที่ เปลี่ยนบรรยากาศ มีผลมากต่อการเปลี่ยนแปลงชีวิต โดยเฉพาะการเลิกยา เพราะสิ่งแวดล้อมเป็นปัจจัยที่มีความสำคัญต่อการเสพติด เดอะดอว์นเป็นศูนย์บำบัดแบบอยู่ประจำ ตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เมื่อคุณมารักษาที่ศูนย์ของเราก็จะได้อยู่ห่างจากคน สถานที่ และสถานการณ์ที่มีส่วนทำให้คุณต้องใช้ยาตามใบสั่งแพทย์ คุณจะมีสมาธิเต็มที่กับการรักษา
หนึ่งวัน ที่เดอะดอว์น
การดูแลสุขภาพจิตแบบผู้ป่วยใน (Residential Mental Health Treatment) ไม่ได้มุ่งเน้นเฉพาะการทำจิตบำบัดเท่านั้น แต่ยังให้ความสำคัญกับการสร้างกิจวัตรประจำวันที่เหมาะสม เพื่อส่งเสริมการฟื้นฟูทั้งด้านร่างกาย จิตใจ และการใช้ชีวิตประจำวัน ผู้เข้ารับบริการจะเข้าร่วมโปรแกรมการรักษาที่ได้รับการวางแผนเฉพาะบุคคล ซึ่งประกอบด้วยการพบผู้เชี่ยวชาญ การทำจิตบำบัด กิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะ การออกกำลังกาย การฝึกสติ และช่วงเวลาพักผ่อนอย่างสมดุล ภายใต้การดูแลของทีมสหวิชาชีพ ทั้งนี้ ตารางกิจกรรมอาจมีการปรับเปลี่ยนให้เหมาะสมกับแผนการรักษาของผู้เข้ารับบริการแต่ละราย
| 07:00 | ออกกำลังกายแบบกลุ่ม (Group Fitness) |
|---|---|
| 08:00 | อาหารเช้า |
| 09:30 | ฝึกสติ ศิลปะบำบัด ดนตรีบำบัด หรือกิจกรรมส่งเสริมสุขภาวะ |
| 10:45 | จิตบำบัดแบบกลุ่ม |
| 12:00 | อาหารกลางวัน |
| 14:00 | กิจกรรมให้ความรู้ด้านสุขภาพจิต และ ภาวะเสพติด |
| 15:00 | จิตบำบัดรายบุคคลตามแผนการรักษา |
| 17:00 | กิจกรรมตามแผนการดูแลรายบุคคล |
| 18:00 | อาหารเย็น |
| 19:30 | กิจกรรมผ่อนคลายก่อนพักผ่อน |
| 20:00 | ช่วงเวลาใช้อุปกรณ์สื่อสาร |
| 20:30 | บันทึกประจำวันเพื่อการฟื้นฟู |
| 21:30 | พักผ่อน |