9 นิสัยน่ารำคาญที่อาจเป็นสัญญาณของ “โรควิตกกังวล”

9 นิสัยที่อาจไม่ใช่แค่น่ารำคาญ..แต่เป็นสัญญาณเตือนของ “โรควิตกกังวล”

เคยสังเกตไหมว่า พฤติกรรมหรือนิสัยบางอย่างที่เราทำจนเป็นความเคยชิน เช่น การกัดเล็บ การหลบเลี่ยงผู้คน หรือการผัดวันประกันพรุ่งอยู่เสมอ อาจไม่ได้เป็นเพียงแค่นิสัยส่วนตัวที่น่ารำคาญอย่างที่คิด แต่ในทางจิตวิทยา พฤติกรรมเหล่านี้อาจเป็นกลไกการรับมือ (Coping Mechanism) ที่สมองสร้างขึ้นเพื่อตอบสนองต่อความกดดันภายใน และอาจเป็นสัญญาณเตือนแรกเริ่มของโรควิตกกังวลที่กำลังซ่อนอยู่โดยที่คุณไม่รู้ตัว

9 นิสัยน่ารำคาญที่อาจเป็นสัญญาณของ “โรควิตกกังวล” 1
9 นิสัยน่ารำคาญที่อาจเป็นสัญญาณของ “โรควิตกกังวล” 2

1. ทำความเข้าใจ: ความกังวลทั่วไป กับ โรควิตกกังวล ต่างกันอย่างไร?

การรู้สึกกังวลเมื่อเผชิญกับสถานการณ์กดดัน เช่น การสอบ การสัมภาษณ์งาน หรือปัญหาการเงิน เป็นปฏิกิริยาปกติของร่างกาย แต่สำหรับผู้ที่เป็นโรควิตกกังวลทั่วไป (Generalized Anxiety Disorder: GAD) ความรู้สึกกังวลนั้นจะเกิดขึ้นอย่างต่อเนื่อง รุนแรง และไม่สามารถควบคุมได้ จนส่งผลกระทบต่อการใช้ชีวิตประจำวัน

เมื่อร่างกายและจิตใจตกอยู่ในภาวะตึงเครียดสะสม สมองจะสั่งการให้เกิดพฤติกรรมบางอย่างเพื่อเบี่ยงเบนหรือผ่อนคลายความตึงเครียดนั้น ซึ่งมักจะแสดงออกมาในรูปแบบของนิสัยประจำวันที่คนรอบข้างหรือแม้แต่ตัวเราเองมองว่าเป็นเพียง “นิสัยน่ารำคาญ”

2. เช็กลิสต์ 9 นิสัยน่ารำคาญ ที่อาจเป็นสัญญาณของโรควิตกกังวล

หากคุณหรือคนใกล้ชิดมีพฤติกรรมเหล่านี้ติดต่อกันเป็นเวลานาน อาจถึงเวลาที่ต้องกลับมาสังเกตสภาวะทางจิตใจอย่างจริงจัง

พฤติกรรมและนิสัย รูปแบบการแสดงออก กลไกทางจิตวิทยาที่ซ่อนอยู่
1. การแกะเกาผิวหนัง หรือกัดเล็บ แกะดึงรอยแผล ดึงผม หรือกัดเล็บจนบาดเจ็บ เป็นการระบายความตึงเครียดสะสมทางร่างกายโดยไม่รู้ตัว
2. การผัดวันประกันพรุ่ง เลื่อนการทำงาน เลี่ยงการตัดสินใจในเรื่องสำคัญ กลัวความล้มเหลว หรือกลัวว่าผลลัพธ์จะออกมาไม่สมบูรณ์แบบ
3. เช็กโทรศัพท์มือถือตลอดเวลา ติดตามโซเชียลมีเดีย หรือตอบแชททันทีตลอด 24 ชม. กลัวการตกข่าวสาร (FOMO) และกลัวการถูกตัดออกจากกลุ่ม
4. ยกเลิกนัดหรือแผนการเป็นประจำ ถอนตัวจากกิจกรรมทางสังคมในวินาทีสุดท้าย เกิดความกังวลล่วงหน้าเกี่ยวกับการเจอผู้คน หรือการเข้าสังคม
5. การแยกตัวออกจากผู้อื่น เก็บตัว ไม่รับสาย ไม่ออกไปเจอเพื่อนฝูง สมองต้องการสร้างพื้นที่ปลอดภัย
เพื่อลดสิ่งกระตุ้นความกังวล
6. หงุดหงิดง่าย หรือระเบิดอารมณ์ แสดงอาการตอบโต้รุนแรงในเรื่องเล็กน้อย เกิดจากภาวะสมองและระบบประสาทเหนื่อยล้าสะสม
7. การทานอาหารมากเกินไป ทานจุบจิบ หรือทานอาหารหวาน/มันในปริมาณมาก ใช้การทานอาหารเพื่อชดเชยและ
ปลอบประโลมจิตใจ (Emotional Eating)
8. พฤติกรรมปิดกั้นทางอารมณ์ เฉยชา ไม่แสดงความรู้สึก สร้างระยะห่างกับคนใกล้ชิด สร้างเกราะป้องกันตนเองเพราะกลัวความเสียใจหรือความผิดหวัง
9. เสพติดสารบางอย่าง สูบบุหรี่จัด หรือดื่มแอลกอฮอล์
เป็นประจำ
ใช้สารออกฤทธิ์เพื่อกดความรู้สึกวิตกกังวลชั่วคราว

3. สาเหตุที่ทำให้เกิดโรควิตกกังวล

โรควิตกกังวลไม่ได้เกิดจากความอ่อนแอทางจิตใจ แต่มีปัจจัยร่วมหลายด้านที่ส่งผลกระทบต่อกัน ได้แก่

  • ปัจจัยทางชีวภาพและพันธุกรรม: สมองส่วนที่ควบคุมความกลัวทำงานไวเกินกว่าปกติ ร่วมกับการทำงานที่ไม่สมดุลของสารสื่อประสาท
  • ประสบการณ์และบาดแผลทางจิตใจ (Trauma): ประวัติการเคยถูกข่มเหง การสูญเสีย หรือการเผชิญเหตุการณ์สะเทือนใจในอดีต (PTSD)
  • โรคร่วมทางจิตเวชอื่นๆ: มักพบร่วมกับภาวะทางจิตเวช เช่น โรคกลัวการเข้าสังคม (Social Anxiety Disorder), โรคแพนิค (Panic Disorder) หรือโรคย้ำคิดย้ำทำ
  • ปัจจัยด้านไลฟ์สไตล์: ความเครียดจากการทำงานเรี่ยวแรง พักผ่อนไม่เพียงพอ การดื่มแอลกอฮอล์ หรือการใช้สารเสพติด

4. ผลกระทบหากปล่อยไว้โดยไม่ได้รับการรักษา

หากปล่อยให้โรควิตกกังวลดำเนินไปโดยไม่ได้รับการดูแลอย่างถูกวิธี ความเครียดสะสมอาจพัฒนากลายเป็นโรคซึมเศร้า เสี่ยงต่อการเกิดภาวะติดเหล้าเรื้อรัง ติดสารเสพติด หรือเกิดโรคทางกาย เช่น โรคความดันโลหิตสูง โรคกระเพาะอาหาร และปัญหาระบบลำไส้แปรปรวน

การขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อประเมินอาการตั้งแต่ระยะแรก เริ่มจากการพบจิตแพทย์ เพื่อรับคำปรึกษา จะช่วยให้สามารถรับมือและปรับเปลี่ยนรูปแบบพฤติกรรมได้อย่างตรงจุด

5. การฟื้นฟูสุขภาพจิตและการรักษาอย่างยั่งยืนที่ เดอะดอว์น เชียงใหม่ (The Dawn Wellness Centre Chiang Mai)

หากคุณรู้สึกว่าความวิตกกังวลเริ่มส่งผลกระทบต่อการดำเนินชีวิต และต้องการสถานที่ที่ปลอดภัยในการพักฟื้นกายและใจ การเข้ารับการรักษาในสถานพยาบาลเฉพาะทางคือทางเลือกที่ตอบโจทย์อย่างยิ่ง

เดอะดอว์น เชียงใหม่ (The Dawn Wellness Centre Chiang Mai) ในฐานะศูนย์สุขภาพจิต และศูนย์บำบัดยาเสพติด เอกชน มาตรฐานสากล พร้อมให้บริการดูแลและฟื้นฟูผู้ที่มีภาวะวิตกกังวล เครียดสะสม และปัญหาสุขภาพจิตร่วมอย่างครบวงจร

จุดเด่นในการดูแลของ เดอะดอว์น เชียงใหม่ (The Dawn Wellness Centre Chiang Mai)

  • บรรยากาศเงียบสงบ เอื้อต่อการฟื้นฟู: ตัวศูนย์ตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง จังหวัดเชียงใหม่ ร่มรื่น ปลอดภัย ให้ความเป็นส่วนตัวสูงสุด ช่วยให้ผู้เข้ารับการบำบัดได้ถอยห่างจากสิ่งกระตุ้นความเครียดในชีวิตประจำวัน
  • การดูแลรูปแบบผู้ป่วยใน (Residential Treatment): ปรับรูปแบบชีวิตท่ามกลางการดูแลของทีมจิตแพทย์ นักจิตวิทยาบำบัด และทีมพยาบาลวิชาชีพตลอด 24 ชั่วโมง
  • บูรณาการจิตบำบัดและเทคโนโลยีทางการแพทย์: ใช้กระบวนการจิตบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT) ควบคู่กับนวัตกรรม TMS รักษาโรคซึมเศร้า และโรควิตกกังวล เพื่อปรับสมดุลการทำงานของเซลล์สมองโดยไม่ต้องผ่าตัด
  • การบำบัดแบบองค์รวม (Holistic Wellness): ผสานเทคนิคตะวันตกและตะวันออก เช่น โยคะ สมาธิ และการทำครอบครัวบำบัด เพื่อสร้างทักษะการรับมือความเครียดอย่างยั่งยืน

หากคุณกำลังสงสัยว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดมีภาวะโรควิตกกังวล ต้องการข้อมูลรักษาโรคซึมเศร้า, รักษาแพนิค, รักษาไบโพลาร์ รวมถึงประเมินราคา และรายละเอียดค่าใช้จ่าย สามารถติดต่อทีมผู้เชี่ยวชาญของเดอะดอว์น เชียงใหม่ (The Dawn Wellness Centre Chiang Mai) เพื่อรับคำแนะนำและวางแผนการรักษาอย่างถูกวิธีได้ตั้งแต่วันนี้

โทร. +66 52 135 122

ทุกปัญหามีทางออก พบกับแสงสว่างปลายอุโมงค์​

ให้เราช่วยคุณตั้งแต่วันนี้









Scroll to Top