เรียนรู้วิธีการที่พ่อแม่จะช่วยป้องกันลูกๆที่อยู่ในวัยรุ่น ออกห่างจากเส้นทางเสพติดจากบทความนี้

วัยรุ่นกับการเสพติด…พ่อแม่จะช่วยป้องกันลูกๆ จากยาเสพติดและเหล้าได้อย่างไร

สำหรับพ่อแม่แล้ว การเลี้ยงดูลูกไม่ใช่เพียงการให้ชีวิตหรือทำให้เติบโต แต่ยังรวมถึง “การปกป้อง” ลูกๆ จากภัยอันตรายต่างๆ และหนึ่งใน “ภัย” ที่สามารถคุกคามทุกครอบครัว และเป็นความกังวลของพ่อแม่ทุกคนก็คือ ภัยจากการเสพติด โดยเฉพาะอย่างยิ่งในโลกปัจจุบันนี้ที่การเข้าถึงสิ่งเสพติดเป็นไปได้ง่ายกว่าเดิม คงไม่มีพ่อแม่คนไหนที่ไม่กังวลว่า ลูกของตนเองอาจพลั้งพลาดติดกับดักของการเสพติดเข้าสักวัน

การเรียนรู้วิธีป้องกันลูกๆ ของเราจากสิ่งเสพติด เป็นเรื่องที่พ่อแม่ควรศึกษา แต่สิ่งหนึ่งที่คนเป็นพ่อแม่ต้องรู้ และอาจประหลาดใจก็คือ ไม่ใช่เพียงแค่เพื่อนหรอกที่มีอิทธิพลต่อการตัดสินใจใช้สิ่งเสพติดของเด็กวัยรุ่น แต่พ่อแม่ก็เป็นผู้ที่มีอิทธิพลต่อลูกในเรื่องนี้เป็นอย่างมากเช่นกัน 

ดังนั้น แทนที่จะมัวเป็นกังวลถึงผลกระทบจากการคบเพื่อนของลูกๆ และเข้มงวดกับลูกจนอาจเกิดการต่อต้าน สิ่งที่พ่อแม่ทุกคนสามารถทำได้ดีกว่าก็คือ การเน้นไปที่การสร้างสภาพแวดล้อมภายในบ้านที่อบอุ่นและสามารถเป็นที่พึ่งพิงให้แก่เด็กๆ ได้ รวมถึงพฤติกรรมที่ปลอดการเสพติด และทำให้เด็กๆ ไม่สามารถเข้าถึงเหล้าและยาเสพติดต่างๆ ได้ง่าย คุณต้องไม่ลืมว่าลูกๆ มักต้องการความคิดเห็นจากพ่อแม่ก่อนเป็นอันดับแรกในแทบจะทุกเรื่อง รวมถึงเรื่องของยาเสพติดหรือเหล้า แต่หากพ่อแม่ปฏิเสธที่จะพูดคุยในเรื่องเหล่านี้ ลูกของตัวเองก็จะหันไปปรึกษากับกลุ่มเพื่อนแทน

หากคุณเป็นพ่อแม่ที่กำลังกังวลในเรื่องนี้ หรือต้องการเตรียมพร้อมเพื่ออนาคต ต่อไปนี้เป็นเคล็ดลับสำคัญที่คุณจะสามารถป้องกันการเสพติดของลูกได้

ทำไมเด็กวัยรุ่นถึงหันไปหายาเสพติด

ช่วงชีวิตของวัยรุ่นนั้นไม่ง่ายเลย ไม่เชื่อลองถามวัยรุ่นคนไหนดูก็ได้ ความเปลี่ยนแปลงต่างๆ ที่เกิดขึ้นตั้งแต่ช่วงเริ่มขึ้นมัธยมปลายไปจนถึงมหาวิทยาลัย ทั้งในเรื่องของร่างกาย อารมณ์ และสังคม สร้างแรงกดดันหลายๆ แบบและหลายระดับ ซึ่งสามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของเด็กวัยรุ่นได้อย่างมาก จึงเป็นที่เข้าใจได้ว่าทำไมการใช้ยาเสพติดในกลุ่มวัยรุ่นจึงมีอัตราสูงที่สุด ในแทบจะทุกประเทศทั่วโลก และต่อไปนี้เป็นสาเหตุที่พบได้บ่อยซึ่งทำให้วัยรุ่นหันไปพึ่งพายาเสพติด

  • เพื่อให้เข้ากับคนอื่นได้

วัยรุ่นส่วนใหญ่มักรู้สึกถึงแรงกดดันอันมหาศาลที่จะต้องติดตามเทรนด์ใหม่ๆ ให้ทัน หรือทำในสิ่งที่เพื่อนๆ ทำกัน เพื่อรักษาสถานภาพของตัวเองท่ามกลางหมู่เพื่อน ซึ่งหนึ่งในเทรนด์เหล่านี้อาจรวมถึงการใช้ยาเสพติดและการดื่มเหล้า วัยรุ่นจำนวนมากมักคิดว่า ในเมื่อเพื่อนๆ ทำกัน ตัวเองก็ต้องทำด้วยเช่นกัน ไม่อย่างนั้นก็จะไม่ได้รับการยอมรับในแวดวงสังคมของตัวเอง

  • ความอยากรู้อยากเห็น

ความอยากรู้อยากเห็นและการทดลองสิ่งใหม่ๆ เป็นเรื่องปกติมากสำหรับวัยรุ่น บางครั้งวัยรุ่นจึงแค่อยากรู้อยากลองประสบการณ์ใหม่ๆ อย่างเช่น ความรู้สึก “ไฮ” หรือความมึนเมาเคลิบเคลิ้ม แต่ก็สามารถทำให้เกิดผลเสียที่ร้ายแรงตามมาได้

  • เพื่อให้รู้สึกดี

วัยรุ่นจำนวนมากจึงเลือกใช้ยาเสพติดหรือเหล้าเพื่อความสนุกสนานและเร้าใจ ซึ่งเป็นความรู้สึกที่ไม่สามารถได้จากความสุขแบบเรียบง่ายอย่างเช่น การกินหรือการออกกำลังกาย และนี่ก็ทำให้วงจรอุบาทว์ของการเสพติดเริ่มต้นขึ้น เนื่องจากเมื่อมีการใช้ยาเสพติด สมองจะสร้างโดพามีนและยูโฟเรียมากกว่าปกติถึง 10 เท่าจากที่คนเราเคยสัมผัส ซึ่งเป็นการสร้างสารเคมีในสมองที่ไม่ปกติ แต่สมองของเราจะจดจำสิ่งนี้ และก็จะโหยหาจนเกิดการพึ่งพิงและเสพติดในที่สุด

  • เพื่อรับมือกับแรงกดดันจากที่บ้าน

ค่านิยมของครอบครัวแบบไทยๆ อย่างเช่นความสำเร็จและความมีหน้ามีตาในสังคม ทำให้พ่อแม่สร้างแรงกดดันให้แก่ลูกๆ — ไม่ว่าจะรู้ตัวหรือไม่รู้ตัวก็ตาม วันรุ่นส่วนมากมักจะถูกกดดันให้เรียนให้ได้เกรดดีๆ และสอบติดมหาวิทยาลัยชื่อดัง หรือบางครั้งเด็กๆ ก็ถูกนำไปเปรียบเทียบกับพี่น้องหรือญาติๆ หรือที่แย่กว่านั้นก็คือการเอาไปเปรียบเทียบกับลูกของเพื่อนๆ หรือบางทีเด็กๆ ก็ไม่เห็นด้วยกับเป้าหมายในอนาคตที่พ่อแม่วางไว้ให้ตัวเอง แต่ก็ไม่กล้าที่จะพูด และแรงกดดันที่จะต้องประสบความสำเร็จตามค่านิยมนี้ ก็อาจหนักหนาสาหัสเสียจนทำให้วัยรุ่นบางคนหันไปหายาเสพติดบางอย่าง เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพตัวเอง เช่น ยาที่เป็นสารกระตุ้นหรือสารกระตุ้นที่ผิดกฎหมายอย่าง ยาไอซ์

เด็กบางคนอาจเติบโตขึ้นมาในบ้านที่พ่อแม่มีปัญหาเรื่องการดื่ม หรือพ่อแม่ทะเลาะกันเป็นประจำ การได้เห็นพฤติกรรมการเสพติดหรือการทำร้ายกันทั้งทางร่างกายและทางวาจา หรือต้องรับผิดชอบในสิ่งที่ควรเป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ อย่างเช่นการดูแลน้องที่ยังเล็กอยู่ ก็สามารถสร้างแรงกดดันให้อย่างมหาศาลได้เช่นกัน เนื่องจากเด็กๆ จะรู้สึกว่าไม่มีพ่อแม่ที่สามารถหันไปหาเพื่อขอคำแนะนำในการรับมือกับแรงกดดันทั้งหลายที่พบในชีวิตวัยรุ่นของตัวเองได้เลย สถานการณ์เช่นนี้สามารถทำให้เด็กๆ เกิดอาการซึมเศร้า มีความเครียดสูงแบบผิดปกติ และเปิดบาดแผลทางใจที่สามารถผลักดันให้เด็กหันไปหาเหล้าหรือยาเสพติด เพื่อรับมือกับอารมณ์ความรู้สึกของตนเอง

  • เพื่อทำให้ตนเองรู้สึกดีขึ้น

คนเรามีทั้งความปรารถนาที่จะรู้สึกดี และความต้องการที่จะรู้สึกดีขึ้น ซึ่งนี่เป็นสองสิ่งที่แตกต่างกัน ความรู้สึกดีๆ ก็คือความสนุกสนานเพลิดเพลิน แต่วัยรุ่นที่ต้องการทำให้ “รู้สึกดีขึ้น” ที่จริงแล้วก็คือการมองหาวิธีเยียวยาตัวเอง เนื่องจากต้องต่อสู้กับสิ่งที่ไม่ใช่เพียงแค่แรงกดดันจากกลุ่มเพื่อนหรือการเรียน แต่เป็นภาวะที่ซ่อนลึกอยู่ภายใน อย่างเช่น อาการซึมเศร้า ความวิตกกังวลทางสังคม หรือความผิดปกติที่เกี่ยวเนื่องกับความเครียด และก็หันมาใช้ยาเพื่อให้ลืม หรือชดเชยความรู้สึกในแง่ลบด้วยความสุขที่เกิดมาจากสารเสพติด

เราจะป้องกันการเสพติดในกลุ่มวัยรุ่นได้ยังไง

พ่อแม่สามารถสร้างผลกระทบต่อการตัดสินใจของลูกๆ ในการเข้าไปพัวพันกับการใช้สิ่งเสพติดได้ ลูกๆ นั้นแท้จริงแล้วใส่ใจในสิ่งที่พ่อแม่พูดหรือทำมากกว่าที่คุณคิด ทั้งการกระทำและคำพูดของคุณจึงเป็นสิ่งสำคัญต่อลูกๆ และนี่เป็นสิ่งที่คุณสามารถสร้างผลกระทบในแง่ดีให้แก่ลูกๆ ของคุณได้ในเรื่องของการเสพติด

  • หาความรู้ให้ตัวเอง

หากคุณไม่เคยสัมผัสกับผลกระทบของยาเสพติดหรือเหล้า คุณอาจไม่มีประสบการณ์มากนักในหัวที่จะเอามาพูดกับลูกๆ ซึ่งนี่ถือเป็นเรื่องดี (เพราะการใช้สารเสพติดไม่ว่าจะยังไงก็ตาม เป็นสิ่งที่ไม่ควรทำโดยสิ้นเชิง) แต่คุณก็สามารถหาความรู้ให้ตัวเองได้ ในเรื่องยาเสพติดชนิดต่างๆ และผลกระทบในระยะยาวของมัน เพื่อที่คุณจะได้ไม่ให้ข้อมูลผิดๆ แก่ลูกๆ นอกจากนี้วัยรุ่นยังสามารถจับได้ได้หากคุณกำลังโกหกพวกเขาอยู่ เพราะฉะนั้นอย่าลืมทำ “การบ้าน” ของคุณด้วย

  • มีส่วนร่วมในชีวิตของลูกๆ และรับฟังลูก

ใช้เวลาอยู่ด้วยกันและให้ความสนใจแก่ลูกๆ อย่างเต็มที่ รับฟังในสิ่งที่เด็กๆ พูดอย่างตั้งใจ โดยไม่ขัดจังหวะหรือตัดสิน ในกรณีที่ลูกของคุณอาจทดลองใช้ยาเสพติดหรือดื่มเหล้าไปแล้ว คุณก็คงอยากให้เด็กๆ รู้สึกสบายใจที่จะบอกเล่าเรื่องนี้ให้คุณรู้ การเปิดกว้างต่อการพูดคุยจะทำให้ลูกๆ กล้าที่เข้ามาหาคุณ แทนการไปหาคนอื่นที่อาจสนับสนุนหรือชักชวนให้ไปใช้สารเสพติด พยายามหาเวลากินข้าวด้วยกันเป็นประจำ โดยไม่มีอุปกรณ์สื่อสารมารบกวน วัยรุ่นจะตอบสนองในทางที่ดี เมื่อรู้สึกว่าตัวเองได้รับความเชื่อถือและมีคนรับฟัง

  • อย่าใช้การขู่ให้กลัว

การใช้เทคนิคขู่ให้กลัว อาจเป็นการยุยงชวนให้อยากลอง และในบางกรณีก็อาจทำให้เด็กๆ กลัวได้ แต่ก็ไม่ได้ผลเสมอไป วัยรุ่นจำนวนมากมีความรู้เกี่ยวกับยาเสพติดบางชนิด หรืออาจเคยพบเห็นบ่อยๆ เพราะฉะนั้นอย่าโกหกหรือพูดจาเกินจริงเพื่อมาสนับสนุนสิ่งที่คุณต้องการจะพูด

  • ตั้งกฎที่ชัดเจนและบังคับใช้อย่างเป็นธรรม

ในฐานะของพ่อแม่ การตั้งกฎให้แก่ลูกๆ โดยเฉพาะในเรื่องการใช้ยาเสพติดเป็นเรื่องสำคัญ ควรตั้งกฎที่กระชับและชัดเจนเกี่ยวกับการไม่ใช้ยาเสพติดหรือไม่ดื่มเหล้า ถึงแม้ลูกอาจบอกว่า “แต่พ่อแม่คนอื่นเขาก็ให้ลูกดื่มเหล้าได้” หรือ “เพื่อนผมก็ดื่ม ไม่เห็นเป็นอะไรเลย” ก็จงมั่นคงกับกฎของคุณเพราะมันจะสะท้อนให้เห็นถึงความเชื่อและหลักการของครอบครัวคุณ

  • การกระทำเสียงดังกว่าคำพูด

ลูกจะมองคุณเป็นแบบอย่างเสมอ และไม่ว่าจะโดยตั้ง ใจหรือไม่ก็ตาม–ลูกก็จะซึมซับในสิ่งที่คุณพูดและทำ ดังนั้น หากคุณไม่สนับสนุนสิ่งที่คุณพูดเกี่ยวกับยาเสพติดและเหล้าด้วยการกระทำของตัวเอง คำพูดของคุณก็จะไม่มีความหมายใดๆ

การใช้ยาเสพติดในวัยที่อายุยังน้อย เพิ่มความเสี่ยงในการเสพติดเหล้าและยาเสพติดในช่วงหลังของชีวิต และที่ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ เด็กที่มีพ่อแม่ติดเหล้าหรือ ติดยาก็มักจะมีความเสี่ยงสูงเป็นพิเศษที่จะเกิดปัญหาเหล่านี้เมื่ออายุมากขึ้น

ความช่วยเหลือและการสนับสนุนสำหรับวัยรุ่นที่มีปัญหาการเสพติดที่เดอะดอว์น

ศูนย์บำบัดเอกชน เดอะดอว์น เชียงใหม่ ให้ความสำคัญของครอบครัวในการเข้ามามีส่วนร่วมในการเรียนรู้วิธีการจัดการและรับมือกับบุตรของท่านเมื่อพวกเขาอยู่บนเส้นทางของการเลิกสิ่งเสพติด

หากลูกของคุณพลั้งพลาดเดินไปบนเส้นทางของการเสพติด การบำบัดรักษาโดยมืออาชีพเป็นสิ่งที่จะสามารถช่วยคนที่คุณรักได้ ศูนย์บำบัดยาเสพติด เอกชน เดอะดอว์น เชียงใหม่ มีทีมงานผู้เชี่ยวชาญในเรื่องการเสพติดและมีหลักสูตรการบำบัดที่สามารถปรับแต่งให้เหมาะกับความต้องการของแต่ละบุคคล เพื่อเอาชนะการเสพติดและแก้ไขปัญหาสุขภาพจิตซึ่งเป็นต้นตอของการเสพติด

นอกจากนี้เรายังตระหนักดีถึงความสำคัญของครอบครัว ที่มีบทบาทสำคัญทั้งในระหว่างการบำบัดและหลังจากการบำบัดที่ศูนย์สิ้นสุดลง ผู้เชี่ยวชาญของเราจะทำงานร่วมกับพ่อแม่เพื่อปลูกฝังวิธีการที่จะสนับสนุนและทำให้การฟื้นฟูของลูกๆ คุณเป็นไปอย่างยั่งยืน

การเสพติดสามารถรักษาได้ หากคุณต้องการพาคนที่คุณรักเข้ารับการบำบัดแบบอยู่ประจำ โทรหาเราตอนนี้ เพื่อให้เราช่วยสนับสนุนให้คุณและลูกๆ ได้กลับมาเดินบนเส้นทางที่จะสามารถเติบโตอย่างมีความสุขได้อีกครั้ง

Scroll to Top

ให้เราช่วยคุณเริ่มต้นการเดินทางสู่สุขภาวะที่ดีตั้งแต่วันนี้

โทร: 083 204 8384