Blog

ผู้ชายเมื่อมีปัญหาสุขภาพจิตมักเก็บซ่อนเอาไว้ไม่บอกใคร

“เป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง” เมื่อต้องเก็บงำปัญหาสุขภาพจิตและเผชิญกับมันอย่างเดียวดาย

“เฮ้ย! เป็นผู้ชายหรือเปล่าวะ” “เเค่นี้ทำไมต้องเศร้าด้วยเหรอ” เป็นทัศนคติผิดๆที่ทำให้ผู้ชายไม่กล้าขอความช่วยเหลือเมื่อตนเองประสบปัญหาที่มีผลกระทบต่อสุขภาพจิต สิ่งที่ตามมาก็คือผู้ชายต้องแบกรับกับความรู้สึกที่เจ็บปวดอย่างเดียวดาย จนทำให้ชีวิตแย่ลงเรื่อยๆ เรามาเปลี่ยนทัศนคติใหม่ว่าผู้ชายที่ยอมรับว่าตนกำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิตและขอความเหลือไม่ได้ทำให้พวกเขาเป็นคนอ่อนแอ แต่กลับทำให้เค้าสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ในสังคม เมื่อนักร้องชื่อดัง แห่งวง Linkin Park เชสเตอร์ เบนนิงตัน เสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายในวัย 41 ปี การจากไปอย่างกระทันหันของเขาสร้างความตกใจให้กับแฟนเพลง และคนใกล้ชิดเป็นอย่างมาก เขาเป็นนักดนตรีที่ประสบความสำเร็จ เป็นที่นับถือ และเชื่อมโยงกับผู้คนทั่วโลก ความคิดที่เขาจะฆ่าตัวตายจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าที่จะเป็นไปได้สำหรับหลายๆ คน  แม้ว่าเขาจะมีประวัติเรื่องของปัญหาด้านจัดการอารมณ์ ซึ่งคนใกล้ชิดได้ให้ข้อมูลว่า เขาได้เริ่มทำการรักษา แต่อย่างไรก็ตาม เชสเตอร์ มองปัญหาเรื่องภาวะซึมเศร้าของเขาเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ และ พูดอยู่เสมอๆ ว่า ก็ไม่เห็นเขามีปัญหาอะไร อีกอย่างเขาเป็นผู้ชายด้วย เขาสามารถหาทางออกของเขาเองได้ การสูญเสียที่น่าเศร้าในครั้งนี้ กลายเป็นสิ่งที่สังคมนำมาวิพากวิจารณ์เกี่ยวกับวิกฤตความเป็นชาย และการมีปัญหาสุขภาพจิตในผู้ชาย ผู้ชายจำนวนมากจมอยู่กับความทุกข์ทรมานจากปัญหาด้านสุขภาพจิต เนื่องจาก ความคิดที่ว่า การยอมรับว่าตัวเองกำลังมีปัญหาด้านสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่น่าอับอายสำหรับลูกผู้ชาย ส่งผลให้พวกเขาไม่ยอมหาทางรักษา และแก้ปัญหาโดยการแยกตัวเองออกจากสังคม ทำให้มีปัญหาอื่นๆ ตามมา ได้แก่ การหันมาดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น การใช้สารเสพติด รวมไปถึง การมีภาวะซึมเศร้า และการฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเสียชีวิตของเพศชาย …

“เป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง” เมื่อต้องเก็บงำปัญหาสุขภาพจิตและเผชิญกับมันอย่างเดียวดาย Read More »

มารู้จักกับความหมายและสาเหตุของการเสพติด

“การเสพติด” เอ๊ะ คำนี้คุ้นๆ: มารู้จักกับความหมายและสาเหตุของมัน

การเสพติด เป็นคำที่มักได้ยินกันจนชินหู แต่มีคนจำนวนไม่มากที่เข้าใจความหมายที่ถูกต้องของคำๆ นี้ ในปัจจุบันผู้เสพติดและอัตราการเสพติดมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทย สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกคนก็คือ ความรู้ และ ความเข้าใจ เกี่ยวกับภาวะเสพติด เช่น อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนเสพติด สถานที่ ที่ให้การช่วยเหลือผู้เสพติดหากต้องการบำบัดรักษา วันนี้เรามาชวนคุณเรียนรู้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับภาวะเสพติด เพื่อนำไปปรับประยุกต์ใช้เพื่อช่วยเหลือผู้เสพติดในครอบครัว  การเสพติดเป็นโรคเรื้อรังทางสมอง สิ่งแรกที่ทุกคนควรที่จะต้องทำความเข้าใจก็คือ การเสพติดก็เปรียบเสมือนกับเรากำลังเป็นโรคร้าย หลายคนมีความเข้าใจที่ผิดเกี่ยวกับการเสพติดว่า ทุกคนสามารถเลิกเสพติดได้หากต้องการที่จะเลิกและมีจิตใจที่เข้มแข็งพอ อย่างไรก็ตาม การเสพได้ถูกบัญญัติในทางการแพทย์ให้เป็นโรคเรื้อรังทางสมอง  ทั้งแพทย์และผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจิตเปรียบเทียบการเสพติดเหมือนกับโรคร้ายแรง และมีความคิดเห็นพ้องกันว่า การเสพติดมีผลกระทบที่รุนแรงต่อทั้งทางร่างกาย และจิตใจ เหมือนกับโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น เบาหวานและมะเร็ง เพราะหากเข้ารับการรักษาและมั่นดูแลตัวเอง เราก็สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ  อะไรเป็นสาเหตุของการเสพติด? จากที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า การเสพติด ก็เปรียบเสมือนการเป็นโรคร้าย คำถามที่ตามมาก็คือ อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนเสพติด ทำไมบางคนเสพติด และบางคนไม่เสพติด จากจำนวนปริมาณการใช้สารเสพติดและผู้เสพติดทั่วโลกจำนวนมาก ทำให้มีงานวิจัยเกี่ยวกับสาเหตุของการเสพติดออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลที่นักวิจัยพบก็คือ การเสพติดเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุและหลายปัจจัย ได้แก่  พันธุกรรม  ประวัติครอบครัว  สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย  ปัจจัยต่างๆ ทางสังคม  การมีภาวะโรคทางสุขภาพจิต เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และโรคอารมณ์สองขั้ว …

“การเสพติด” เอ๊ะ คำนี้คุ้นๆ: มารู้จักกับความหมายและสาเหตุของมัน Read More »

หญิงสาวทุกข์ทรมานกับโรคซึมเศร้าและพยายามหาทางออก

โรคซึมเศร้าส่งผลร้ายแรงแค่ไหน ทำไมเราจึงต้องเข้ารับการรักษาโรคซึมเศร้า?

คนที่เป็นโรคซึมเศร้า แต่อาการไม่หนัก มักคิดว่าตนเองสามารถรับมือกับมันได้ แต่การปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลรุนแรงจนถึงขั้นฆ่าตัวตาย ดังนั้นควรรีบเข้ารับการรักษา โรคซึมเศร้า เป็นปัญหาสุขภาพจิตที่พบได้จำนวนมากในปัจจุบัน เปรียบเสมือน โรคไข้หวัดที่พบได้ทั่วไป จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO พบว่า มีจำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ากว่า 350 ล้านคนทั่วโลก ในขณะที่ผู้ป่วยโรคไข้หวัดสามารถพักผ่อนโดยอาการดื่มน้ำอุ่นๆ พักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็จะสามารถหายจากอาการไข้หวัดได้ ต่างจากโรคซึมเศร้าผู้ป่วยจะต้องทนทุกข์กับอาการของโรคซึมเศร้า และความรู้สึกสิ้นหวัง ยาวนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ซึ่งการรักษาทำได้โดยการพูดคุยกับนักจิตบำบัด ซึ่งอาจจะใช้วิธีการบำบัดในรูปแบบของการปรับพฤติกรรมและความคิด หรือ CBT ร่วมกับการทานยาต้านโรคซึมเศร้า นอกจากนี้ การเยียวยาโรคซึมเศร้าก็สามารถทำได้โดยการที่ผู้ป่วยเปลี่ยนรูปแบบหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ามาอย่างยาวนาน ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยให้พวกเขากลับมาใช้ชีวิตปกติได้ ดังนั้น วันนี้เรามาชวนคิดว่า เพราะเหตุใดการพิจารณาเข้ารับการรักษาในศูนย์สุขภาพจิตจึงเป็นทางเลือกที่ดี การรักษาโรคซึมเศร้าแบบที่คุณทำอยู่ในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอ โดยทั่วไปแล้ว การรักษาโรคซึมเศร้าจะต้องอาศัยระยะเวลา การบำบัดโดยใช้เทคนิคจิตบำบัด CBT เป็นเวลาอย่างน้อย 8 – 10 สัปดาห์ ร่วมกับการทานยารักษาโรคซึมเศร้า ซึ่งจะต้องกินต่อเนื่องเป็นเวลา 4-6 สัปดาห์เพื่อที่จะเริ่มเห็นผลของการรักษา ซึ่งผู้ป่วยจะต้องเข้าใจว่า การใช้เวลา 2-3 เดือน เพื่อติดตามผลการรักษาเป็นสิ่งที่จำเป็น ก่อนที่จะพิจารณาเปลี่ยนวิธีการรักษา หากคุณสังเกตว่าใช้เวลาในการรักษาผ่านไป …

โรคซึมเศร้าส่งผลร้ายแรงแค่ไหน ทำไมเราจึงต้องเข้ารับการรักษาโรคซึมเศร้า? Read More »

ลูกชายติดเหล้ากำลังขอร้องพ่อให้ช่วยลางานให้หน่อยเพราะเค้านั้นเมาค้าง

6 พฤติกรรมของคุณที่กำลังช่วยคนที่คุณรัก ให้เสพติด ต่อไป

ความต้องการที่จะปกป้องคนที่เรารัก ช่วยเหลือพวกเขาเมื่อเขามีปัญหา เป็นเรื่องที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือคนที่เรารักที่กำลังเสพติดอย่างไม่ถูกวิธี จะไม่ช่วยทำให้เค้าหยุดการทำร้ายตัวเองแล้ว แต่ยังเป็นการสนับสนุนให้เค้ามีพฤติกรรมในการเสพติดต่อไป เนื่องจาก เค้าไม่ต้องเผชิญกับผลของการกระทำของตัวเอง ดังนั้นเค้าจึงไม่มีความคิด หรือ ความต้องการที่จะเลิกการเสพติด นั่นเอง การที่ไม่เข้าไปช่วยเหลือ และปล่อยให้เขาได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นอันเนื่องจากการกระทำของพวกเขาเอง อาจเป็นเรื่องที่ทำยาก แต่หากคุณยังคงช่วยเหลือพวกเขาต่อไป ไม่เพียงแต่คุณอาจจะสูญเสียความสัมพันธ์ของคุณระหว่างเขาแล้ว คนที่คุณรักอาจจะต้องติดคุก หรือมีผลกระทบจากการเสพติดจนมีอันตรายต่อชีวิตของพวกเขา วันนี้เรามาชวนสำรวจ 6 พฤติกรรมที่อาจเป็นการส่งเสริมให้คนที่คุณรักไม่สามารถเลิกเสพติด 1. หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงการเสพติด พฤติกรรมนี้พบเห็นได้ทั่วไป กับผู้ใกล้ชิดผู้เสพติด เริ่มตั้งแต่ ช่วงที่ผู้เสพติดเริ่มมีพฤติกรรมการเสพติด ไปจนถึงเมื่อพฤติกรรมการเสพติดของเขาเริ่มส่งผลเสียต่อตัวเขา และคนรอบตัว  การที่เราไม่กล้าที่จะถามคำถามเกี่ยวกับการเสพติด หรือ หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงมันโดยตรงกับผู้เสพติด ซึ่งเป็นคนที่เรารัก อาจมีสาเหตุมาจาก การกลัวที่จะสูญเสียความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวผู้เสพติด กลัวสูญเสียความรักที่เขามีให้กับเรา กลัวว่าจะถูกทำร้ายร่างกาย หรือ อาจมาจากอิทธิพลของวัฒนธรรม หรือการเลี้ยงดู ที่เราเติบโตมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเราเติบโตมาในครอบครัว ที่เคยมีคนเสพติด ทำให้คุณไม่อยากที่จะยอมรับความจริงที่ว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคุณอีกครั้ง และคุณเองก็หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงมัน การหลีกเลี่ยงที่จะตั้งคำถาม หรือ พูดถึงพฤติกรรมการเสพติด เป็นการปฏิเสธ และไม่ยอมรับความจริงในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งด้วยพฤติกรรมนี้จะทำให้ผู้เสพติดยังคงภาวะเสพติดต่อไปเรื่อยๆ …

6 พฤติกรรมของคุณที่กำลังช่วยคนที่คุณรัก ให้เสพติด ต่อไป Read More »

สัญญาณเตือนโรคซึมเศร้าแบบศักยภาพสูง

สัญญาณของโรคซึมเศร้า ที่คนปกติอย่างเราก็มีสิทธิเป็น

ความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น: สัญญาณของโรคซึมเศร้าที่คนปกติอย่างเราก็มีสิทธิเป็น คุณอาจจะเป็นคนปกติ มีชีวิตที่ดี สามารถทำงานได้ยอดเยี่ยม และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัว แต่ภายในกลับรู้สึกเหนื่อย รู้สึกแย่ในทุกๆวัน สวนทางกับภายนอกที่คุณกำลังเป็นอยู่ คุณตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมภายในจิตใจคุณกลับรู้สึกเศร้า ว่างเปล่า และไม่เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับตัวของคุณเอง สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคซึมเศร้าแบบศักยภาพสูง (High-functioning depression) โรคซึมเศร้ามีหลายระดับตั้งแต่ไม่ค่อยแสดงอาการ ไปจนถึงมีอาการที่รุนแรง โดยโรคซึมเศร้าแบบศักยภาพสูง เป็นระดับที่ยากจะวินิจฉัยได้ เนื่องจาก คนที่อยู่ในกลุ่มนี้มักจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอาการของโรคซึมเศร้า อาทิเช่น รู้สึกเศร้ามากๆ หรือ มีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย พวกเขาสามารถจัดการตนเองและแสดงอารมณ์ได้เหมือนคนปกติทุกอย่าง ทั้งๆที่ภายในอาจรู้สึกขาดแรงจูงใจในการทำอะไรบางอย่าง สิ้นหวัง อย่างไรก็ตามต่อให้ไม่สามารถสังเกตอาการเหล่านี้ได้ โรคซึมเศร้าแบบศักยภาพสูงก็จัดเป็นโรคทางจิตเวชประเภทหนึ่ง ซึ่งสามารถทำการรักษาให้หายได้ วันนี้เรามาชวนทำความเข้าใจถึงสัญญาณของโรคซึมเศร้าแบบศักยภาพสูง จะช่วยทำให้คุณสามารถพิจารณาการเข้ารับการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งโดยสังเกตจากอาการหรือสัญญาณของโรคซึมเศร้าแบบศักยภาพสูงที่มีดังต่อไปนี้ สัญญาณที่ 1 คุณปฎิเสธความรู้สึกที่เป็นอยู่และฝืนให้รู้สึกในแบบที่คุณต้องการ โดยปกติคนที่เป็นโรคซึมเศร้าแบบศักยภาพสูง จะรู้ว่าตัวเองรู้สึกแย่ แม้ว่าพวกเขาจะไม่เข้าใจอย่างแท้จริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาก็ตาม ความรู้สึกแย่ที่เกิดขึ้นถูกจัดการด้วยวิธีการ แสร้งทำเป็นรู้สึกดี ซึ่งอันที่จริงแล้วพวกเขารู้สึกเหนื่อยทั้งทางร่างกายและจิตใจกับความพยายามนี้ เนื่องจากต้องใช้พลังงานไปกับการปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้ตลอดเวลา บ่อยครั้งคุณอาจรู้สึกหงุดหงิดตัวเองที่ไม่สามารถจัดการความรู้สึกได้ หรือ รู้สึกหงุดหงิดกับคนอื่น ที่ไม่เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของตัวคุณเอง สัญญาณที่ 2 คุณจะรู้สึกเฉยๆในวันที่เจอเรื่องดีๆ แต่จะรู้สึกแย่มากๆในวันที่เจอเรื่องแย่ๆ โรคซึมเศร้าเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น …

สัญญาณของโรคซึมเศร้า ที่คนปกติอย่างเราก็มีสิทธิเป็น Read More »

เรียนรู้ 5 ขั้นตอนในช่วยเหลือเพื่อให้คนที่คุณรักเข้ารับการบำบัดยาเสพติด

5 ขั้นตอนเพื่อช่วยเหลือคนที่คุณรักให้เข้ารับการบำบัด

5 ขั้นตอนเพื่อช่วยเหลือคนที่คุณรักให้เข้ารับการบำบัด หลายๆ คน คงอาจเคยเห็นฉากของการไกล่เกลี่ยระหว่างคนในครอบครัวที่มีผู้เสพติดให้เข้ารับการบำบัดจากภาพยนตร์ต่างประเทศมาบ้างแล้ว ซึ่งการแทรกแซงหรือไกล่เกลี่ยในภาษาอังกฤษ คือคำว่า “Intervention” กระบวนการแทรกแซงก็คือ การที่คนในครอบครัว เพื่อนสนิทของผู้เสพติด หรือผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต รวมตัวกันเพื่อเข้าพูดคุยอย่างเปิดเผยตรงไปตรงมากับผู้เสพติด หรือผู้ที่มีปัญหาด้านสุขภาพจิต เพื่อโน้มน้าวให้พวกเขาเข้ารับการบำบัดรักษาในสถานบำบัด ซึ่งการแทรกแซงที่ประสบผลสำเร็จโดยส่วนมากจะต้องมีผู้เชี่ยวชาญเป็นผู้ช่วยไกล่เกลี่ยพูดคุย เป้าหมายหลักของการแทรกแซงคือ การทำให้ผู้เสพติดยอมเข้ารับการบำบัดในสถานบำบัด และอีกหนึ่งปัจจัยเชิงบวกของการทำ การแทรกแซงหรือไกล่เกลี่ยให้กับครอบครัวนั้นคือ ช่วยให้สุขภาพจิตของคนในครอบครัวดีขึ้นและพร้อมที่จะเปิดรับด้วยความสัตย์และเข้าใจอย่างลึกซึ้งถึงปัญหาภาวะเสพติดของคนที่เรารัก การแทรกแซงนั้นทำโดยผู้เชี่ยวชาญที่จะต้องรับฟังปัญหาเหล่านี้ก่อนการเข้าไกล่เกลี่ย การแทรกแซงที่จะประสบความสำเร็จได้ จำเป็นอย่างมากที่จะต้องอาศัยผู้เชี่ยวชาญในการช่วยเหลือ พวกเขารู้ดีว่าจะต้องทำอย่างไร และจะคอยแนะนำขั้นตอน กระบวนการ สิ่งที่ควรทำ และ ไม่ควรทำ ร่วมวางแผนการแทรกแซง ไปจนถึงการซักซ้อมก่อนเข้าทำการแทรกแซงกับคนในครอบครัวและผู้เกี่ยวข้อง ผู้เชี่ยวชาญด้านการแทรกแซงจะให้ข้อมูลเพื่อให้คนในครอบครัวและผู้เกี่ยวข้องเข้าใจว่า การเข้าพูดคุยในครั้งนี้ พวกเขาจะต้องเปิดใจ แสดงความรัก ความจริงใจ ความเข้าใจ และพร้อมที่จะสนับสนุนผู้เสพติดในการเลิกสิ่งเสพติด มากกว่าการพูดคุยในเชิงตำหนิ หรือแสดงความโกรธต่อพฤติกรรมของผู้เสพติด ผู้เชี่ยวชาญด้านการแทรกแซงจะแนะนำวิธีในการพูดคุยกับผู้เสพติด ในเชิงสร้างความเข้าใจเรื่องของผลกระทบที่เกิดจากการเสพติด และให้ข้อมูลในการเข้ารับการบำบัดรักษาอย่างถูกต้อง เนื่องจาก การพูดคุยกับผู้เสพติดเกี่ยวกับอาการเสพติดเป็นสิ่งที่เปราะบาง หากทำด้วยแนวทางที่ไม่ถูกต้อง อาจส่งผลให้ผู้เสพติด พยายามหลีกหนี และยากที่จะช่วยเหลือเขาได้ต่อไป การแทรกแซงสามารถช่วยเหลือผู้เสพติดได้จริงหรือไม่ คำตอบสั้นๆ ก็คือ การแทรกแซงสามารถช่วยเหลือผู้เสพติดได้ และส่วนมากของกระบวนการแทรกแซงโดยผู้เชี่ยวชาญมักจะประสบความสำเร็จ …

5 ขั้นตอนเพื่อช่วยเหลือคนที่คุณรักให้เข้ารับการบำบัด Read More »

Scroll to Top

ให้เราช่วยคุณเริ่มต้นการเดินทางสู่สุขภาวะที่ดีตั้งแต่วันนี้

โทร: 083 204 8384