Blog

เรียนรู้สัญญาณของการเสพเกินขนาดและวิธีการช่วยเหลือคนที่คุณรักได้อย่างทันท่วงที

รู้เท่าทัน..สัญญาณเตือนของการเสพยาเกินขนาดที่เป็นอันตรายถึงชีวิต

การเสพยาเกินขนาดหรือ “โอเวอร์โดส” สามารถเกิดขึ้นได้กับผู้ที่กำลังมีปัญหาการเสพติดทุกคน นี่เป็นความจริงอันโหดร้ายที่สามารถเป็นอันตรายถึงชีวิต และการรับรู้สัญญาณเตือนของผู้ที่มีการเสพยาเกินขนาด ไม่ว่าจะเป็นยาโอปิออยด์ ยาเบนโซ เหล้า หรือสารกระตุ้นต่างๆ จะสามารถช่วยชีวิตผู้เสพติดทุกคนได้ ในประเทศไทยนั้น สถิติของผู้เสียชีวิตจากการเสพยาเกินขนาดในช่วงระหว่างปี พ.ศ.2550 – 2562 มีมากถึง 105 ราย และผู้เสียชีวิตที่อายุน้อยที่สุดก็อายุเพียง 16 ปีเท่านั้น ดังนั้น ถึงแม้ผู้ที่เสพติดจะมีความเชื่อแบบผิดๆ ว่าร่างกายมีความอดทนต่อผลของยาเสพติดได้สูง และสามารถตัดสินได้ว่าปริมาณเท่าไหร่ที่ถือเป็นการเสพมากเกินไป และสามารถหยุดเสพในเวลาที่ต้องการได้ แต่ในความเป็นจริงแล้ว เนื่องจากการเสพติดทำให้เส้นทางระบบในสมองเปลี่ยนแปลงไป และยังทำให้สมองไม่แจ่มใส ไม่สามารถตัดสินใจได้อย่างชัดเจนเหมือนเคย จึงทำให้ผู้ที่เสพติดไม่สามารถที่จะวัดได้ว่า จริงๆ แล้วการใช้สารเสพติดของตัวเองนั้นอยู่ในระดับอันตรายถึงเพียงใดแล้ว ดังนั้น สิ่งสำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่มีปัญหาการเสพติด ก็คือการใส่ใจกับข้อเท็จจริงของการเสพยาเกินขนาด และหากคุณกำลังมีปัญหากับการเสพติด ไม่ว่าจะเป็น ยาไอซ์ ยาเค โคเคน เหล้า เบนโซไดอะซีปีน หรือโอปิออยด์ ก็เป็นเรื่องสำคัญอย่างยิ่งยวดที่จะต้องตื่นตัวกับสัญญาณเตือนของการเสพยาเกินขนาด และต้องยอมรับความจริงที่ว่า คุณจำเป็นต้องเข้ารับการบำบัดรักษาการเสพติดของคุณได้แล้ว หากคุณต้องการมีชีวิตที่ปกติสุขและมีอายุที่ยืนนาน สัญญาณการเสพยาเกินขนาดของยาเสพติดที่เป็นสารกระตุ้น ยาเสพติดในกลุ่มของสารกระตุ้น อย่างเช่น โคเคน และยาในกลุ่มเมทแอมเฟตามีนหลายๆ รูปแบบ เช่น ยาไอซ์ …

รู้เท่าทัน..สัญญาณเตือนของการเสพยาเกินขนาดที่เป็นอันตรายถึงชีวิต Read More »

เรียนรู้สัญญาณเตือนของการเสพติดที่จะช่วยคุณพบวิธีการช่วยคนที่คุณรักออกจากวงจรการเสพติด

8 สัญญาณเตือนของการเสพติดที่บอกว่า…คุณควรต้องช่วยเหลือให้คนที่คุณรักเข้าสู่การบำบัดได้แล้ว

การรับรู้ว่าคนที่เรารักมีปัญหาการเสพติด เป็นสิ่งที่ทำให้ใครๆ ก็หัวใจสลาย แต่อย่าลืมว่าคนที่คุณรักซึ่งอยู่ใต้อำนาจของการเสพติดนั้นต้องทุกข์ทนกว่าเป็นร้อยเท่าพันทวี หากคุณไม่เอื้อมมือเข้าช่วยเหลือ โดยเฉพาะเมื่อเห็นสัญญาณเตือนของการเสพติดเหล่านี้ ที่คุณควรลุกขึ้นมาเพื่อช่วยให้พวกเขาเข้าสู่การบำบัดได้แล้ว แน่นอนว่าการเผชิญหน้ากับคนที่คุณรักในปัญหาเรื่องการเสพติด เป็นเรื่องที่ยากมากถึงยากที่สุด แต่การใช้ความกล้าหาญในการก้าวเข้าไปแทรกแซงพฤติกรรมการเสพติดของพวกเขา เพื่อโน้มน้าวให้เข้ารับการบำบัดรักษา เป็นเรื่องจำเป็นและเป็นสิ่งสำคัญอย่างมากในการที่จะเปลี่ยนแปลงชีวิตของคนที่คุณรัก เพื่อให้พวกเขากลับสู่เส้นทางที่มีความสุขกว่าเดิม และหนึ่งในความท้าทายสำคัญที่สุดที่เราต้องเจอในการเข้าหาผู้ที่มีปัญหาการเสพติด คือการที่เขาเหล่านั้นไม่ยอมรับถึงปัญหาของตัวเอง และมักรู้สึกว่าการเข้ามาแทรกแซงของผู้อื่นคือการ “กล่าวหา” คุณจึงมักจะเจอกับท่าทีที่ไม่เป็นมิตรและความโกรธเกรี้ยว ในความเป็นจริง การที่จะเข้าแทรกแซงพฤติกรรมของใครสักคน ด้วยการเดินไปถามเอาดื้อๆ ว่า พวกเขามีปัญหาการดื่มหรือใช้สิ่งเสพติดหรือเปล่า การจะได้รับคำตอบอย่างตรงไปตรงมา ก็แทบจะเป็นไปไม่ได้เลย ดังนั้น ก่อนที่กระบวนการแทรกแซงพฤติกรรมการเสพติดจะเกิดขึ้นได้ คุณต้องเล่นบทนักสืบ เพื่อที่จะดูว่าปัญหาของคนที่คุณรักนั้นอยู่ในระดับใด หากสังเกตเห็นสัญญาณเตือนบางอย่าง ที่อาจบ่งชี้ถึง “จุดอันตราย” ของพวกเขา การแทรกแซงก็เป็นสิ่งจำเป็นยิ่งสำหรับคุณแล้ว 8 สัญญาณเตือนอาการเสพติดที่บอกว่า..ถึงจุดอันตรายแล้ว คนที่มีปัญหาการเสพติดมักปิดบังพฤติกรรมตัวเอง แต่เมื่อถึงจุดหนึ่ง จะมีหลายสัญญาณที่บ่งชี้ได้ว่า ปัญหาการเสพติดนั้นกำลังเลวร้ายลงเรื่อยๆ และถึงเวลาที่ผู้เป็นที่รักควรต้องยื่นมือเข้าช่วยเหลือ พฤติกรรมการหลบซ่อนที่มากขึ้นเรื่อยๆ อย่างที่บอกไปแล้วว่า ผู้ที่มีปัญหาการเสพติดมักจะพยายามปิดบังพฤติกรรมของตัวเอง เช่น เอาขวดเหล้าไปซ่อน หรือไปร่วมงานสังคมโดยที่มึนเมาไปแล้ว เพียงเพื่อไม่ให้คนอื่นเห็นว่าตนเองดื่มเยอะ แต่ยิ่งพวกเขาพยายามตบตาคุณมากแค่ไหน ก็ยิ่งแสดงว่าการเสพติดของเขามาถึงจุดที่คุณควรเข้าแทรกแซง เพื่อผลักดันให้พวกเขายอมรับความจริงและเข้าสู่กระบวนการบำบัดรักษา รูปลักษณ์ที่เปลี่ยนแปลงไป รูปลักษณ์ของผู้ที่เสพติดจะทรุดโทรมลง เนื่องจากเป้าหมายของผู้มีปัญหาการเสพติดมีแต่เพียงการแสวงหาเหล้าหรือสารเสพติดที่ตัวเองต้องการ ทำให้ละเลยเรื่องของรูปลักษณ์ของตนเอง …

8 สัญญาณเตือนของการเสพติดที่บอกว่า…คุณควรต้องช่วยเหลือให้คนที่คุณรักเข้าสู่การบำบัดได้แล้ว Read More »

เมื่อความสัมพันธ์ในครอบครัว รุกล้ำขอบเขตและความเป็นส่วนตัวของคุณจนกลายเป็นปัญหา คุณจะต้องทำอย่างไร เรียนรู้ได้จากบทความนี้

ความผูกพันอันเกินขอบเขต…เมื่อสายใยรักกลายเป็นพันธนาการแห่งชีวิต จะรับมืออย่างไรดี

ความผูกพันอันเหนียวแน่นระหว่างคนในครอบครัว เป็นสัญญาณของสัมพันธภาพในครอบครัวที่ดีและมีความสุข แต่บางครั้งคุณก็อาจมีสิ่งดีๆ เหล่านี้มากเกินไปจนกลายเป็นปัญหาก็ได้ โดยปกติแล้ว สิ่งที่เราใช้วัดความแข็งแรงของครอบครัวก็คือ “ความใกล้ชิดสนิทสนม” ซึ่งคือการที่เราแบ่งปันอารมณ์ความรู้สึกลึกๆ ต่อกัน แต่ในบางกรณีความใกล้ชิดสนิทสนมนี้  เกินขอบเขตความเป็นส่วนตัว ก็อาจทำให้อึดอัด และจำกัดการเติบโตและพัฒนาการของตัวตนส่วนบุคคลของสมาชิกในครอบครัวได้ หากคุณรู้สึกถึงสำนึกรับผิดชอบอันใหญ่หลวงต่อความสุขหรือความเป็นอยู่ของครอบครัว หรือรู้สึกผิดอยู่ตลอดเวลา หรือรู้สึกกดดันจากความคาดหวังที่ครอบครัวมีต่อคุณ และความรู้สึกเหล่านี้เป็นสิ่งปกติในครอบครัวของคุณ คุณก็อาจพบกับสัมพันธภาพของครอบครัวที่เรียกกันว่า “ความผูกพันอันเกินขอบเขต (Enmeshment)” ก็เป็นได้ “ความผูกพันอันเกินขอบเขต” คืออะไร คำว่า “ความผูกพันอันเกินขอบเขต (Enmeshment)” เป็นคำที่ใช้บรรยายถึงการขาดขอบเขตที่เหมาะสมในความสัมพันธ์ ทั้งทางด้านจิตใจและร่างกาย ผลก็คือบทบาทของพ่อแม่และลูกจะมีความสับสน หรืออาจผิดที่ผิดทางโดยสิ้นเชิง และครอบครัวก็ผูกติดกันด้วยอารมณ์ความรู้สึกที่ผิดปกติและไม่เหมาะสม ซึ่งบ่อยครั้งแล้วก็มักจะทำให้เด็กเติบโตมาโดยปราศจากสำนึกของตัวตนหรือความมีอิสระ ยิ่งไปกว่านั้นก็คือ ความผูกพันอันเกินขอบเขตมักจะเกี่ยวข้องกับระดับของการควบคุมอีกฝ่ายหนึ่ง อย่างเช่นในครอบครัวที่พ่อแม่พยายามที่จะรับรู้และควบคุมความคิดและความรู้สึกทุกอย่างของลูก และพ่อแม่เองก็พึ่งพิงทางความรู้สึกกับลูกอย่างมาก หรืออาจกระทั่งพยายามใช้ชีวิตของตัวเองผ่านชีวิตของลูก ความใกล้ชิดสนิทสนม กับ ความผูกพันอันเกินขอบเขต แตกต่างกันอย่างไร แน่นอนว่าความสัมพันธ์ในครอบครัวที่ใกล้ชิดกันเป็นเรื่องดี แต่ความใกล้ชิดสนิทสนมไม่ได้หมายความถึงการเสียสละตัวตนหรือความนับถือตัวเองเพื่อครอบครัว เช่นที่พบได้ในสัมพันธภาพที่มีความผูกพันอันเกินขอบเขต ความใกล้ชิดสนิทสนมนี้เป็นการสนับสนุนกันและกัน ในแบบที่ไม่ส่งผลกระทบต่อสุขภาพทางอารมณ์ของอีกฝ่ายหนึ่ง ครอบครัวที่ใกล้ชิดสนิทสนมจะมีความสุขในการอยู่ด้วยกัน แต่การอยู่ด้วยกันนั้น ก็ยังคงความเคารพในความต้องการความเป็นส่วนตัวและความเป็นอิสระของสมาชิกคนอื่นในครอบครัว พวกเขาควรจะปล่อยให้อีกฝ่ายมีชีวิตและความสัมพันธ์นอกครอบครัว และมีความสุขกับการกลับมารวมกันเมื่อสามารถทำได้ ครอบครัวที่ใกล้ชิดสนิทสนมกันยังสนับสนุนซึ่งกันและกันในการตามหาความฝันของแต่ละคน และเคียงข้างกันเสมอเมื่อเกิดปัญหาใดก็ตาม แต่จะไม่ใช้ความใกล้ชิดสนิทสนมในครอบครัวเป็นอาวุธหรือเป็นเครื่องมือในการทำให้ได้ในสิ่งที่ตนเองต้องการ แต่จะรักและเคารพกันและกันอย่างไร้เงื่อนไข …

ความผูกพันอันเกินขอบเขต…เมื่อสายใยรักกลายเป็นพันธนาการแห่งชีวิต จะรับมืออย่างไรดี Read More »

เรียนรู้เหตุผลว่าทำไมการหักดิบหรือเลิกเสพด้วยตัวเองอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดและอาจอันตรายกว่าที่คิด

ความเชื่อผิดๆ เรื่องการ “หักดิบ” และเหตุผลที่ว่า ทำไมนี่จึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด และอาจอันตรายกว่าที่คิด

เมื่อคุณเดินมาถึงจุดที่กำลังต้องการแตกหักและเลิกลากับการเสพติดของตัวเอง ด้วยความเชื่อผิดๆ บางอย่างอาจทำให้คุณเลือกวิธีการ “หักดิบ” ด้วยตัวเอง ซึ่งความจริงแล้วอาจอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าที่คุณคิด เมื่อคุณเดินมาถึงจุดที่ตระหนักแล้วว่า การเสพติดของคุณไม่ใช่เพียงแค่ความผิดพลาดชั่วครั้งชั่วคราวอีกต่อไป แต่เป็นการ “เสพติด” เต็มรูปแบบ ซึ่งกำลังส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคุณ และมีผลกระทบต่อครอบครัวและคนที่คุณรักและรักคุณ พวกเขาต่างก็กำลังขอร้องให้คุณหยุดการเสพติด ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลใดก็ตามที คุณจึงเริ่มพิจารณาที่จะหยุดการเสพติดของตัวเองอย่างจริงจังเสียที การตระหนักรู้นี้เป็นย่างก้าวสำคัญสู่เส้นทางหยุดการเสพติด แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกวิธีหยุดการเสพติดของตัวเอง สิ่งสำคัญก็คือ การรับรู้ถึงความเสี่ยงของการหยุดการเสพติดด้วยตัวเอง หรือการ “หักดิบ” ซึ่งอันตรายกว่าที่คุณคิด และนี่เป็นเหตุผลที่คุณควรพิจารณาในการขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ในการยุติการเสพติดของตัวเองอย่างปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ ทำไมบางคนถึงเลือกการ “หักดิบ” การเลือกหยุดการเสพติดด้วยตนเองมีปัจจัยหลายประการที่ซ่อนอยู่ การทำความเข้าใจในเหตุผลที่คนเราเลือกเอาชนะการเสพติดของตัวเองด้วยการ “หักดิบ” จะช่วยให้สำรวจทางเลือกนี้อย่างมีสติ และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมว่า นี่เป็นวิธีการที่ถูกต้องสำหรับคุณหรือไม่ ความเชื่อว่าจิตใจที่เข้มแข็งคือสิ่งเดียวที่จำเป็นในการเอาชนะการเสพติด หนึ่งในความเชื่อผิดๆ ที่เป็นอันตรายมาเกี่ยวกับการเสพติดก็คือ การเสพติดมาจากจิตใจที่อ่อนแอ ขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี หรือไม่มีความมุ่งมั่น ซึ่งทำให้เกิดความเชื่อว่า สำหรับคนที่ต้องการเอาชนะการเสพติด สิ่งเดียวที่ต้องการก็คือ การมุ่งมั่นที่จะหยุดการเสพติด แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเอาชนะการเสพติดไม่ได้เป็นอะไรที่ง่ายดายขนาดนั้น การเสพติดไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม เป็นการครอบงำคนเราทั้งทางจิตใจและร่างกาย เพราะสารเสพติดได้เปลี่ยนสารเคมีในสมองของเรา ให้พึ่งพิงสารเสพติดทั้งหลาย และทำให้ร่างกายหันมาพึ่งพิงกับสารเคมีเหล่านั้น ในกระบวนการหยุดการใช้สารเสพติด จึงทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายทางร่างกายได้อย่างรุนแรง จึงเป็นเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญอย่าง ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ …

ความเชื่อผิดๆ เรื่องการ “หักดิบ” และเหตุผลที่ว่า ทำไมนี่จึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด และอาจอันตรายกว่าที่คิด Read More »

ค้นพบหนทางออกจากวงวนแห่งการกลับไปเสพติดซ้ำจากบทความนี้

เลิกเสพติดอย่างไรให้หายขาด…ตัดวงจรอุบาทว์การเสพติดและไม่กลับไปเสพซ้ำ

ความซับซ้อนของการเสพติดทำให้การหาวิธีรักษาที่เหมาะสมเป็นเรื่องยาก และนำไปสู่การกลับไปเสพซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า แต่การใช้วิธีการบำบัดแบบองค์รวมที่เข้มข้นสามารถช่วยให้การฟื้นฟูตัวเองจากการเสพติดเป็นไปอย่างยั่งยืนได้ การบำบัดการเสพติด…ไม่มีอะไรง่าย และเมื่อคุณทุ่มเทให้กับการเรียกคืนสติตัวเอง เพื่อเริ่มสร้างชีวิตใหม่ที่ห่างไกลจากการพึ่งพิงสิ่งเสพติด การกลับไปเสพซ้ำก็เป็นเสมือนการพ่ายแพ้ครั้งใหญ่ และยิ่งถ้าเป็นการกลับไปเสพซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า ก็จะยิ่งทำให้คุณตั้งคำถามว่า คุณจะสามารถเอาชนะการเสพติดได้จริงหรือ และสิ่งที่ตามมาคือความผิดหวังและความหงุดหงิดใจ ที่อาจทำให้คุณคิดว่า การเลิกเสพติดคงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้สำหรับคุณ แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเลิกเสพติดเป็นเรื่องที่เป็นไปได้เสมอ แต่มันอาจใช้เวลาในการหาเครื่องมือที่เหมาะสม ในการจัดการกับปัจจัยต่างๆ ที่เป็นต้นตอในการผลักดันให้เกิดการเสพติดของคุณ ทำไมจึงเกิดการกลับไปเสพซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่า การกลับไปเสพซ้ำครั้งแล้วครั้งเล่าอาจทำให้คุณรู้สึกล้มเหลว แต่สิ่งสำคัญที่ต้องจำไว้ว่าก็คือ การเสพติดไม่ใช่แค่การขาดความเข้มแข็งทางจิตใจ แต่เป็นเหมือนโรคเรื้อรังเหมือนโรคอื่นๆ เช่น โรคหัวใจ เบาหวาน หรือความดันสูง ซึ่งต้องค้นหาส่วนผสมของวิธีการรักษาที่เหมาะสม เพื่อที่จะประสบความสำเร็จในการจัดการกับมัน และกลับคืนสู่สุขภาพที่ดีดังเดิม และการจัดการกับการเสพติด ไม่ใช่เพียงแค่การกำจัดสิ่งเสพติดที่กลืนกินเราเอาไว้ออกไปจากร่างกาย การหยุดเสพเพียงอย่างเดียว ไม่ได้ช่วยจัดการกับปัจจัยด้านอื่นๆ อีกมากมายที่มีอิทธิพลต่อการเสพติด ไม่ว่าจะเป็นโรคร่วมทางจิตใจ เช่น โรคซึมเศร้าหรือวิตกกังวล หรือประสบการณ์ในครอบครัวอันเจ็บปวด และการขาดกลไกที่ดีในการรับมือกับความเครียดและแรงกดดันจากชีวิตประจำวัน ซึ่งเมื่อปราศจากการแยกแยะและจัดการกับเรื่องพวกนี้แล้ว โอกาสที่จะกลับไปเสพซ้ำก็เพิ่มมากขึ้นอย่างแน่นอน นอกจากนี้ เนื่องจากการเสพติดเปลี่ยนแปลงการทำงานของสมอง การรักษาจึงต้องมีองค์ประกอบทางด้านจิตวิทยา เพื่อที่จะปรับเปลี่ยนการทำงานของสมองที่เสียไปเหล่านี้ มิเช่นนั้นแล้วรูปแบบของความคิดและพฤติกรรมที่เคยเป็นมา ก็จะทำให้เรากลับสู่การเสพซ้ำได้อีก ทางเลือกการบำบัดการเสพติดที่ทำให้ไม่กลับไปเสพซ้ำ ในการเลิกสิ่งเสพติด บ่อยครั้งที่คนเรามักพยายามเอาชนะด้วยตัวเอง แต่บ่อยครั้งที่อาการของการถอนยา รุนแรงจนสามารถทำให้เลิกล้มความตั้งใจไปได้ง่ายๆ หลายคนจึงเลือกเข้ารับการบำบัดกับมืออาชีพด้านการเสพติด โดยการรักษาแบบคนไข้นอกมักเป็นตัวเลือกแรกที่หลายคนหันไปหา …

เลิกเสพติดอย่างไรให้หายขาด…ตัดวงจรอุบาทว์การเสพติดและไม่กลับไปเสพซ้ำ Read More »

เรียนรู้ 10 ลักษณะนิสัยของคนที่โตมาในบ้านที่มีพ่อแม่ติดเหล้าจากบทความนี้

10 ลักษณะนิสัยของคนที่โตมาในบ้านที่มีพ่อแม่ติดเหล้า

การเสพติดไม่ได้มีผลกระทบแต่เพียงคนที่เสพติดเท่านั้น แต่การเสพติดทุกชนิดถือเป็น “โรคร้ายของครอบครัว” ที่ส่งผลกระทบต่อคนใกล้ชิดของผู้ที่เสพติดด้วย อย่างเช่นเด็กที่โตมาในครอบครัวที่พ่อหรือแม่ติดเหล้า มักพัฒนาลักษณะนิสัยหรือบุคลิกภาพบางอย่างขึ้นมา ที่อาจส่งผลเสียในวัยผู้ใหญ่ได้ การเติบโตขึ้นมาในครอบครัวที่มีพ่อหรือแม่ติดเหล้า..ไม่ใช่เรื่องง่ายสำหรับเด็กคนไหนเลย แต่ก็มีเด็กอยู่เป็นจำนวนไม่น้อยที่ต้องตกอยู่ในสภาพเช่นนี้ ในเมืองไทย ถึงแม้จะไม่มีตัวเลขที่ชัดเจน แต่จากการสำรวจระบาดวิทยาจิตเวชที่คาดว่า ในประเทศไทยมีประชากรเป็นโรคติดสุราอยู่ราว 9 แสน ถึง 1 ล้านคน และคาดว่ามีผู้ที่ติดสุราในภาวะรุนแรงอยู่ราวๆ 5 หมื่นถึง 1 แสนคนนั้น ก็บ่งบอกว่า ย่อมต้องมีครอบครัวจำนวนไม่น้อย ที่ต้องได้รับผลกระทบจากการติดเหล้าของคนในครอบครัวอย่างแน่นอน การที่พ่อหรือแม่ติดเหล้ามักทำให้เด็กถูกเลี้ยงดูมาด้วยความไม่แน่นอน ไม่มีระเบียบ พึ่งพาไม่ได้ และบางครั้งก็อาจมีการทำร้ายกันเกิดขึ้นในภายในบ้านด้วย หากใครยังจำได้ ให้ลองนึกถึงภาพจากละครชื่อดังที่สร้างกันมาแล้วหลายครั้ง “ทองเนื้อเก้า” ที่แสดงให้เห็นถึงชีวิตอันเลวร้ายของลูกๆ ที่มีแม่ที่ติดเหล้าอย่าง “ลำยอง” ถึงแม้ละครจะลงเอยด้วยดี แต่ในชีวิตจริง ผลกระทบของการเลี้ยงดูจากพ่อแม่ที่ติดเหล้าเช่นนี้ มักจะฝังรากลึกลงไปในจิตใจ จนกลายมาเป็นลักษณะนิสัยบางอย่าง ที่สามารถส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิต และอาจทำให้เด็กที่โตมาเป็นผู้ใหญ่ในสภาพแวดล้อมเช่นนั้นเกิดโรคทางอารมณ์บางอย่าง หรือแม้แต่อาจกลายเป็นผู้ติดเหล้าเองในวัยผู้ใหญ่ก็ได้ อย่างไรก็ตาม ประสบการณ์ของแต่ละคนเกี่ยวกับการติดเหล้าหรือสิ่งเสพติดอื่นๆ อาจไม่เหมือนกัน อาจไม่ได้เกิดขึ้นกับทุกคนหรือทุกอย่าง  บุคลิกและลักษณะนิสัยแต่ละอย่างของผู้ที่โตมาในครอบครัวที่มีคนติดเหล้า มีดังต่อไปนี้  1. อ่อนไหวต่อความต้องการของคนอื่นมากจนเกินไป ในครอบครัวที่ปกติ บทบาทของพ่อแม่คือการดูแลลูกๆ แต่ในครอบครัวที่พ่อแม่ติดเหล้า …

10 ลักษณะนิสัยของคนที่โตมาในบ้านที่มีพ่อแม่ติดเหล้า Read More »

หญิงสาวรู้สึกเสียใจจากการถูกปฎิเสธจากการเล่นแอพหาคู่

แอพหาคู่: ความรักที่ต้องแลกมาด้วยผลกระทบต่อสุขภาพจิต

โอกาสในการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ ที่สามารถเกิดขึ้นได้เพียงปลายนิ้วสัมผัส ในโลกออนไลน์อันกว้างใหญ่ อาจเป็นเรื่องเย้ายวนชวนให้ลอง แต่มีงานวิจัยหลายชิ้นที่แสดงให้เห็นถึงผลเสียต่อสุขภาพจิตที่ร้ายแรงกว่าที่คุณคิด แอพหาคู่เป็นหนึ่งในวิถีชีวิตของคนรุ่นใหม่ นับจากจำนวนคนที่ใช้ Tinder ที่มีอยู่มากกว่า 50 ล้านคนทั่วโลกรวมถึงคนไทย จากการเก็บข้อมูลทางออนไลน์เมื่อปี 2560 โดย YouGov พบว่า คนไทยมากถึง 4 ใน 10 คน เคยใช้แอพพลิเคชั่นหาคู่ออนไลน์ หรือเกือบครึ่งหนึ่ง (47%) ในกลุ่มคนรุ่นใหม่ โดย 49 เปอร์เซ็นต์ เคยรู้จักคู่รักอย่างน้อย 1 คนผ่านช่องทางนี้ และคนไทยมากกว่า 1 ใน 3 (35%) คิดว่าการพบคู่รักทางออนไลน์ไม่ใช่เรื่องแปลก แอพหาคู่เหล่านี้อาจขยายความเป็นไปได้ในการสร้างความสัมพันธ์ใหม่ๆ แต่ในขณะเดียวกัน ก็อาจทำให้เกิดการถูกปฏิเสธ ที่สามารถส่งผลกระทบในแง่ลบต่อการมองเห็นคุณค่าในตัวเอง และอาจก่อให้เกิด ภาวะซึมเศร้าและความรู้สึกวิตกกังวล ซึ่งถ้าคุณไม่จัดการกับความรู้สึกเหล่านี้มันอาจนำไปสู่ปัญหาสุขภาพจิตที่ร้ายแรง เพราะฉะนั้นการรับรู้ถึงหลุมพรางของแอพหาคู่เหล่านี้ พร้อมทั้งการรักษาสภาพจิตใจให้อยู่ในภาวะปกติ จะช่วยให้คุณแน่ใจได้ว่า การมองหาความรักออนไลน์ยุคใหม่นี้ จะไม่ส่งผลกระทบในแง่ร้ายต่อสุขภาพจิตของคุณได้ ผลกระทบจากการถูกปฏิเสธ ความกลัวที่จะถูกปฏิเสธเป็นอารมณ์อันน่ากลัวอย่างหนึ่ง เป็นความเจ็บปวดที่อาจเทียบได้กับความเจ็บปวดทางร่างกายเลยก็ว่าได้ เนื่องจากการถูกปฏิเสธสามารถกระตุ้นเส้นทางในสมอง แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นเมื่อเกิดความเจ็บปวดทางร่างกาย อย่างไรก็ตาม …

แอพหาคู่: ความรักที่ต้องแลกมาด้วยผลกระทบต่อสุขภาพจิต Read More »

เรียนรู้ความโกรธ ที่เป็นต้นสายของวังวนการเสพติดและการเสพซ้ำไม่รู้จบ

“ความโกรธ” ต้นสายของวังวนการเสพติดและการเสพซ้ำไม่รู้จบ

การบำบัดการเสพติดที่แท้จริงคือการทำความเข้าใจกับประสบการณ์และอารมณ์ที่มีส่วนต่อการเสพติดด้วย และหนึ่งในอารมณ์ความรู้สึกอันรุนแรงที่นำไปสู่การพึ่งพิงสิ่งเสพติด นั่นก็คือ “ความโกรธ” เราส่วนใหญ่มักได้รับคำสั่งสอนมาตั้งแต่เด็กๆ ว่า “อย่าโกรธ” ด้วยความเชื่อที่ว่าความโกรธเป็นสิ่งที่ไม่ดี แต่ในความเป็นจริงแล้วความโกรธเป็นอารมณ์อันซับซ้อน ซึ่งหากถูกเก็บกดเอาไว้ จะสามารถนำไปสู่ปัญหาทางสุขภาพจิตได้หลายอย่าง ในความเป็นจริงแล้ว สิ่งที่เราควรสอนลูกหลานของเรา จึงควรจะเป็นว่า “จงรู้จักที่จะโกรธ–ในแบบที่ดีต่อตัวเอง” ในเรื่องนี้เราจะมาสำรวจความเชื่อมโยงระหว่างความโกรธและการเสพติด และเหตุผลที่ทำให้ผู้คนที่มีปัญหาการเสพติดมีแนวโน้มที่จะมีความโกรธที่ถูกเก็บกดเอาไว้มากมาย และการที่ความโกรธที่ถูกเก็บเอาไว้เหล่านั้นบ่อนทำลายสุขภาพจิตของเรา ทำให้เราปราศจากความสุข และนำไปสู่ความพยายามในการเยียวยาตัวเองด้วยการพึ่งพิงสิ่งเสพติด การมุ่งเน้นไปที่รากเหง้าของความโกรธ จะเป็นการเปิดประตูไปสู่การเยียวยาทั้งสุขภาพจิตและปัญหาการเสพติด ความโกรธ อารมณ์อันซับซ้อนและทรงอำนาจ ตามความหมายพื้นฐาน “ความโกรธ” คือความรู้สึกที่รุนแรงของความไม่มีความสุข ความเป็นศัตรู หรือความไม่ยินยอมพร้อมใจ ซึ่งถูกกระตุ้นโดยสัญชาตญาณดั้งเดิมของมนุษย์ในเรื่องการต่อสู้กับสิ่งคุกคาม และเกี่ยวข้องกับการทำงานของสมองในหลายส่วน ความรู้สึกโกรธยังเชื่อมโยงกับความกลัวหรือความเจ็บปวด ซึ่งเป็นเหตุผลที่ทำให้คนส่วนมากรู้สึกทั้ง “โกรธและเจ็บปวด” ไปพร้อมๆ กัน  หากอธิบายจากการทำงานของร่างกาย เมื่อบางอย่างที่เราไม่คาดฝันเกิดขึ้น หรือเป็นสิ่งที่เราไม่ยินยอมพร้อมใจ ต่อมอะดรีนาลีนของเราจะหลังสารอะดรีนาลีนและเทสโทสเทอโรน เพื่อเตรียมพร้อมเราสำหรับการต่อสู้ สมองส่วนหน้าจะให้เหตุผลของความโกรธ และชั่งน้ำหนักความรุนแรงของการตอบสนอง โดยการศึกษาวิจัยแสดงให้เห็นว่า ความโกรธทำให้เรามีแนวโน้มที่จะกล้าเสี่ยง และยังมีแนวโน้มที่จะคาดเดาผลของการเสี่ยงนั้นในแง่ดี และรู้สึกถึงความอันตรายของสถานการณ์น้อยลง ซึ่งทั้งหมดนี้เป็นเหตุผลที่ทำให้หลายคนกระทำการออกไปตามความโกรธ โดยไม่คำนึงถึงผลที่จะตามมา  แต่ในบางกรณี คนเราก็จะพยายามกดความโกรธเอาไว้ แทนการปลดปล่อยออกไป ความรู้สึกนี้ก็จะเปลี่ยนทิศทางกลับมาที่ตัวเอง และแสดงออกในรูปแบบของอาการซึมเศร้า การวิจารณ์ตัวเอง …

“ความโกรธ” ต้นสายของวังวนการเสพติดและการเสพซ้ำไม่รู้จบ Read More »

12 สัญญาณของโรคซึมเศร้าที่คุณคาดไม่ถึง พร้อมวิธีรับมือ

12 สัญญาณของโรคซึมเศร้าที่คุณคาดไม่ถึง พร้อมวิธีรับมือ

โรคซึมเศร้าเป็นสภาวะของสุขภาพจิตอันซับซ้อน ที่อาจแสดงออกได้หลายรูปแบบ และหลากหลายพฤติกรรม รวมถึงพฤติกรรมบางอย่างที่คุณอาจไม่เคยคิดมาก่อนว่านั่นเป็นสัญญาณของโรคซึมเศร้าเนื่องจากคุณไม่ได้มีอาการของโรคซึมเศร้าแบบที่รู้จักโดยทั่วไป การทำความเข้าใจอาการเหล่านี้ และสิ่งที่เป็นสาเหตุ เป็นเรื่องจำเป็นอย่างยิ่งเพื่อที่จะได้รู้ตัวอย่างทันท่วงที และรับการรักษาได้อย่างถูกต้อง คุณอาจรู้อยู่แล้วว่า อาการเศร้าอย่างไม่รู้จบสิ้น ความรู้สึกสิ้นหวัง และความคิดที่จะฆ่าตัวตาย อาจหมายความว่าคุณกำลังเป็นโรคซึมเศร้า อย่างไรก็ตาม ยังมีสัญญาณหลายอย่างซึ่งไม่ค่อยเป็นที่รู้จักกันมากนัก ที่อาจบ่งชี้ได้ว่าคนๆ นั้นกำลังมีอาการของโรคซึมเศร้า ทำความเข้าใจกับอาการของโรคซึมเศร้า โรคซึมเศร้าก็เหมือนกับอาการของโรคทางจิตใจอื่นๆ ที่อาจแยกแยะได้ไม่ง่ายนัก โดยเฉพาะอย่างยิ่งหากเป็นในช่วงแรกๆ หรือถ้าหากเกิดร่วมกับอาการผิดปกติอื่นๆ การทำความเข้าใจถึงความแตกต่างของอาการโรคซึมเศร้า จึงเป็นย่างก้าวแรกที่สำคัญอย่างมากในการรับมือกับโรคนี้ และนี่คืออาการของโรคซึมเศร้าที่อาจพบได้ รู้สึกสิ้นหวังหรือหมดอาลัยตายอยากอย่างไม่รู้จบรู้สิ้น อ่อนเพลีย ไม่มีเรี่ยวแรง ไม่ใส่ใจในการดูแลตัวเอง สุขอนามัยส่วนตัว ความปลอดภัย หรือสุขภาพของตนเอง น้ำหนักหรือความอยากอาหารเปลี่ยนแปลงไป รู้สึกเศร้า วิตกกังวล โกรธ หรือหงุดหงิดอยู่ตลอดเวลา มีพฤติกรรมเสี่ยงที่ไม่อาจห้ามตัวเองได้ ไม่ว่าจะเป็นการช็อปปิ้งไม่หยุดหย่อน การมีเซ็กซ์ที่ไม่ปลอดภัย หรือการเล่นพนัน การตอบสนองทางอารมณ์ที่รุนแรงกว่าปกติ แม้แต่ในเรื่องที่ปกติธรรมดามาก ขี้ลืม ไม่มีสมาธิ ใช้อินเตอร์เน็ตมากเกินไป ใช้สารเสพติด หมดความสนใจในสิ่งที่ปกติเคยชื่นชอบ การนอนเปลี่ยนแปลงไป นอนน้อยลงหรือนอนมากขึ้น อาการเจ็บหรือปวดที่ไม่มีต้นสายปลายเหตุหรืออธิบายไม่ได้ หากคุณหรือคนที่คุณรักแสดงอาการบางอย่างเหล่านี้ออกมา เป็นเรื่องสำคัญอย่างมากที่ควรต้องปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพื่อยืนยันว่าสาเหตุของอาการเหล่านี้มาจากโรคซึมเศร้าหรือปัญหาสุขภาพจิตอย่างอื่น และเพื่อหาวิธีการรักษาที่มีประสิทธิภาพและเหมาะสมที่สุด …

12 สัญญาณของโรคซึมเศร้าที่คุณคาดไม่ถึง พร้อมวิธีรับมือ Read More »

เรียนรู้ว่าเหตุใดการเสพติดเซ็กส์ถึงต้องเข้ารับการรักษา

ความลับของผู้เสพติดเซ็กส์: โหยหาแต่ไม่กล้าใกล้ชิด

เซ็กส์เป็นความสุขอย่างหนึ่งของชีวิต แต่เมื่อเลยเถิดไปถึงขั้นเป็น “โรคติดเซ็กส์” นั่นก็คืออาการเสพติดชนิดหนึ่งที่สามารถทำลายชีวิตคุณได้เช่นเดียวกับการเสพติดอื่นๆ เมื่อพูดถึง “โรคติดเซ็กส์” หรือการเสพติดเซ็กส์ (Sex Addiction) คนส่วนใหญ่มักคิดว่าการเสพติดเช่นนี้ไม่มีอยู่จริง แต่เป็นเพียงคนที่มีความต้องการทางเพศสูง หรือชื่นชอบการมีเซ็กส์มากเป็นพิเศษเท่านั้น และมักถูกนำมาเชื่อมโยงกับประเด็นในเรื่องทางศีลธรรม ทั้งที่ในความเป็นจริงแล้ว การเสพติดเซ็กส์ไม่ได้เป็นเพียงการมีความต้องการทางเพศสูง หากเป็นกลไกอย่างหนึ่งในการรับมือกับชีวิต ที่ถูกขับเคลื่อนด้วยความกลัว และปัญหาอันซับซ้อนภายในจิตใจของเรา แบบเดียวกับที่นำเราไปสู่การติดเหล้าหรือการใช้สารเสพติดอื่นๆ นั่นเอง  การเสพติดเซ็กส์จะแตกต่างกับการติดเหล้าหรือสารเสพติด ตรงที่การเสพติดนี้ไม่ได้ขึ้นอยู่กับสารเคมีจากภายนอกที่เข้าไปมีอิทธิพลต่อร่างกาย แต่การเสพติดเซ็กส์ทำให้คนเรามีความสุขได้จากการหลั่งสารเคมีในสมองของตัวเราเอง ตัวอย่างเช่น การดูหนังโป๊จะกระตุ้นกิจกรรมในสมองของผู้เสพติด ทำให้มีการหลั่งโดพามีน ซึ่งเป็นสารเคมีที่ทำให้คนเรารู้สึกเคลิบเคลิ้มมีความสุข แบบเดียวกับที่เกิดขึ้นเมื่อถูกกระตุ้นด้วยสารเสพติด ดังเช่นที่แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านจิตเวช นพ.ทิโมที่ ฟอง รองศาสตราจารย์ด้านจิตเวชจากโรงเรียนแพทย์ David Geffen มหาวิทยาลัย UCLA ในสหรัฐฯ ให้อรรถาธิบายว่า “ถึงแม้การเสพโคเคนกับการมีเพศสัมพันธ์อาจรู้สึกไม่เหมือนกัน แต่มีจุดเชื่อมโยงกับการทำงานของสมองในบริเวณเดียวกัน” เสพติดเซ็กส์..ร้ายกาจเพียงใด นอกจากการเสพติดเซ็กส์จะส่งผลต่อสมองแบบเดียวกับการใช้สารเสพติดแล้ว การเสพติดเซ็กส์ก็สามารถทำลายชีวิตคนเราได้ในแบบเดียวกัน นั่นก็คือการทำให้เราไม่สามารถใช้ชีวิตในแบบปกติได้ ผู้ที่เสพติดเหล้าหรือยาเสพติดมักหมกมุ่นกับการแสวงหาสิ่งเสพติดเพียงใด ผู้ที่เสพติดเซ็กส์ก็หมกมุ่นกับการแสวงหาเซ็กส์เช่นกัน จนกระทบต่อการใช้ชีวิตในด้านอื่น ไม่ว่าจะเป็นการเรียน การทำงาน หรือความสัมพันธ์กับผู้อื่น และนำไปสู่การเกิดโรคทางจิตใจอื่นๆ เช่น โรควิตกกังวล โรคซึมเศร้า รวมทั้งยังอาจนำไปสู่การเสพติดอย่างอื่นที่ทำให้ปัญหายิ่งเลวร้ายลง …

ความลับของผู้เสพติดเซ็กส์: โหยหาแต่ไม่กล้าใกล้ชิด Read More »

เรียนรู้ 3 สัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพจิตที่อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในชีวิต

3 สัญญาณเตือนภัยของปัญหาสุขภาพจิตที่คุณอาจคิดไม่ถึง

ปัญหาความเครียด เป็นที่มาของปัญหาสุขภาพจิตหลายอย่าง เมื่อปี 2563 คนไทยมีความเครียดสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก และร้อยละ 91 ยอมรับว่าตนเองมีความเครียด แต่มีเพียงร้อยละ 13 เท่านั้น ที่เข้าพบนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์ เมื่อพูดถึงเรื่องสุขภาพจิต เราอาจมองเห็นไม่ชัดเจนเสมอไปว่า อะไรคือสัญญาณเตือนภัยที่เราควรจะต้องระวัง การได้รู้ว่าอะไรที่อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพจิต จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการรับมือกับปัญหานี้ได้แต่เนิ่นๆ และนี่คือ 3 สัญญาณเตือนภัยสำคัญที่คุณอาจมองข้ามโดยไม่รู้ตัว อย่างเช่น คุณอาจรู้สึกอ่อนล้าและจมดิ่งอยู่กับความเศร้า แต่นั่นแปลว่าคุณเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า หรือเพื่อนสนิทของคุณมักจะรู้สึกเครียดและท้อแท้สิ้นหวังกับสิ่งต่างๆ ที่ประเดประดังเข้ามา แต่นั่นเกี่ยวข้องกับการเป็นโรควิตกกังวลหรือเปล่า ส่วนคู่รักของคุณ ก็ดูไม่ค่อยมีสมาธิ แต่เขาเป็นโรคสมาธิสั้นหรือเปล่านะ ดังนั้น ก่อนที่เราจะฟันธงว่า สถานการณ์แบบไหนเป็นเรื่อง “ปกติ” หรือ “ไม่ปกติ” สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การเริ่มต้นด้วยคำถามว่า อะไรคือพฤติกรรมที่เรียกว่า “ปกติ” และพฤติกรรมอะไรที่อาจสัมพันธ์กับสภาวะของการมีปัญหาสุขภาพจิต ความผิดปกติทางจิตใจคืออะไร ก่อนอื่น สิ่งแรกเลยที่ควรต้องรู้ก็คือ ความผิดปกติทางจิตใจ (Mental Health Disorder) คืออะไร ความผิดปกติทางจิตใจก็คือ ภาวะที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึก อารมณ์ และพฤติกรรมของคนเรา โดยสาเหตุของความผิดปกติทางจิตใจเชื่อมโยงกับปัจจัยหลายประการ …

3 สัญญาณเตือนภัยของปัญหาสุขภาพจิตที่คุณอาจคิดไม่ถึง Read More »

เรียนรู้ว่าเหตุใดโคเคนจึง เป็นยาเสพติดไฮโซสุดอันตราย ติดง่ายและเลิกยาก

โคเคน ยาเสพติดไฮโซสุดอันตราย ติดง่าย เลิกยาก

โคเคน..ยาเสพติดราคาแพง ที่นิยมใช้เพิ่มความบันเทิงในงานปาร์ตี้ของผู้มีอันจะกิน เป็นความสุขชั่วครู่ชั่วยามที่เสพติดง่ายเกินกว่าที่ใครจะคิด และพิษร้ายของโคเคนต่อทั้งร่างกายและจิตใจ ก็จะทำให้คุณและคนที่คุณรักรอบตัวคุณ..เหมือนกับตกนรกทั้งเป็น ถึงแม้ในปัจจุบันจะมียาเสพติดใหม่ๆ อีกหลายชนิดที่มาแรงกว่า แต่โคเคนก็ยังถือเป็นยาเสพติดอันตรายลำดับต้นๆ ที่มีภาพลักษณ์ของการเป็น “ยาเสพติดไฮโซ” ซึ่งนิยมเสพกันในหมู่ของผู้มีอันจะกินและผู้คนในแวดวงบันเทิง โดยในต่างประเทศนั้น มีดาราและคนดังมากมายที่เคยตกเป็นทาสโคเคน ไม่ว่าจะเป็นเจ้าแม่วงการทีวีอย่าง โอปราห์ วินฟรีย์ ดาราระดับเอ-ลิสต์ของฮอลลีวูด เช่น จอห์นนี่ เด็ปป์ เมแกน ฟ็อกซ์ แองเจลิน่า โจลี่ หรือ ดรูว์ แบรี่มอร์ ไปจนถึงนักร้องเบอร์ต้นอย่างเซอร์เอลตัน จอห์น และ วิทนีย์ ฮูสตัน ที่เสียชีวิตเนื่องมาจากการเสพโคเคนเกินขนาดนั่นเอง ทั้งยังมีนักร้องวัยรุ่นอย่าง เดมี่ โลวาโต้ ที่ก็ต้องเข้าสถานบำบัดเนื่องจากติดโคเคนอย่างหนัก และยังมี “โรคร่วม” ทางจิตใจทั้งไบโพล่าร์และอาการผิดปกติทางการกิน ด้วยข่าวคราวที่พัวพันอยู่กับกลุ่มคนดังเช่นนี้ ทำให้โคเคนได้ชื่อว่าเป็น “ยาเสพติดไฮโซ” แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยาเสพติดชนิดนี้ล้วนดึงให้ผู้คนที่มีชื่อเสียงเหล่านี้ ลงสู่จุดต่ำสุดของชีวิต จนอาจเรียกได้ว่า..ตกนรกทั้งเป็น ที่หากไม่ได้รับการบำบัดรักษาแล้ว แต่ละคนก็คงไม่อาจกลับมาผงาดในวงการบันเทิงได้อย่างที่เห็น  โคเคน..จากสารธรรมชาติสู่สารเสพติด โคคา (Coca) เป็นสารกระตุ้นจากธรรมชาติที่เก่าแก่ที่สุดในโลกชนิดหนึ่ง มีหลักฐานย้อนไปไกลได้ถึง 3,000 …

โคเคน ยาเสพติดไฮโซสุดอันตราย ติดง่าย เลิกยาก Read More »