เรียนรู้เหตุผลว่าทำไมการหักดิบหรือเลิกเสพด้วยตัวเองอาจไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุดและอาจอันตรายกว่าที่คิด

ความเชื่อผิดๆ เรื่องการ “หักดิบ” และเหตุผลที่ว่า ทำไมนี่จึงไม่ใช่ทางเลือกที่ดีที่สุด และอาจอันตรายกว่าที่คิด

เมื่อคุณเดินมาถึงจุดที่กำลังต้องการแตกหักและเลิกลากับการเสพติดของตัวเอง ด้วยความเชื่อผิดๆ บางอย่างอาจทำให้คุณเลือกวิธีการ “หักดิบ” ด้วยตัวเอง ซึ่งความจริงแล้วอาจอันตรายและส่งผลเสียต่อสุขภาพมากกว่าที่คุณคิด

เมื่อคุณเดินมาถึงจุดที่ตระหนักแล้วว่า การเสพติดของคุณไม่ใช่เพียงแค่ความผิดพลาดชั่วครั้งชั่วคราวอีกต่อไป แต่เป็นการ “เสพติด” เต็มรูปแบบ ซึ่งกำลังส่งผลต่อการใช้ชีวิตของคุณ และมีผลกระทบต่อครอบครัวและคนที่คุณรักและรักคุณ พวกเขาต่างก็กำลังขอร้องให้คุณหยุดการเสพติด ไม่ว่าจะเป็นด้วยเหตุผลใดก็ตามที คุณจึงเริ่มพิจารณาที่จะหยุดการเสพติดของตัวเองอย่างจริงจังเสียที

การตระหนักรู้นี้เป็นย่างก้าวสำคัญสู่เส้นทางหยุดการเสพติด แต่ก่อนที่จะตัดสินใจเลือกวิธีหยุดการเสพติดของตัวเอง สิ่งสำคัญก็คือ การรับรู้ถึงความเสี่ยงของการหยุดการเสพติดด้วยตัวเอง หรือการ “หักดิบ” ซึ่งอันตรายกว่าที่คุณคิด และนี่เป็นเหตุผลที่คุณควรพิจารณาในการขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ในการยุติการเสพติดของตัวเองอย่างปลอดภัยและดีต่อสุขภาพ

ทำไมบางคนถึงเลือกการ “หักดิบ”

การเลือกหยุดการเสพติดด้วยตนเองมีปัจจัยหลายประการที่ซ่อนอยู่ การทำความเข้าใจในเหตุผลที่คนเราเลือกเอาชนะการเสพติดของตัวเองด้วยการ “หักดิบ” จะช่วยให้สำรวจทางเลือกนี้อย่างมีสติ และตัดสินใจได้อย่างเหมาะสมว่า นี่เป็นวิธีการที่ถูกต้องสำหรับคุณหรือไม่

ความเชื่อว่าจิตใจที่เข้มแข็งคือสิ่งเดียวที่จำเป็นในการเอาชนะการเสพติด

หนึ่งในความเชื่อผิดๆ ที่เป็นอันตรายมาเกี่ยวกับการเสพติดก็คือ การเสพติดมาจากจิตใจที่อ่อนแอ ขาดความรู้สึกผิดชอบชั่วดี หรือไม่มีความมุ่งมั่น ซึ่งทำให้เกิดความเชื่อว่า สำหรับคนที่ต้องการเอาชนะการเสพติด สิ่งเดียวที่ต้องการก็คือ การมุ่งมั่นที่จะหยุดการเสพติด แต่ในความเป็นจริงแล้ว การเอาชนะการเสพติดไม่ได้เป็นอะไรที่ง่ายดายขนาดนั้น

การเสพติดไม่ว่าจะในรูปแบบใดก็ตาม เป็นการครอบงำคนเราทั้งทางจิตใจและร่างกาย เพราะสารเสพติดได้เปลี่ยนสารเคมีในสมองของเรา ให้พึ่งพิงสารเสพติดทั้งหลาย และทำให้ร่างกายหันมาพึ่งพิงกับสารเคมีเหล่านั้น ในกระบวนการหยุดการใช้สารเสพติด จึงทำให้เกิดความรู้สึกไม่สบายทางร่างกายได้อย่างรุนแรง จึงเป็นเหตุผลที่ผู้เชี่ยวชาญอย่าง ดร.นพ.วรตม์ โชติพิทยสุนนท์ จิตแพทย์จากกรมสุขภาพจิต ชี้ว่าไม่ควรใช้การหักดิบในการหยุดการใช้สารเสพติด ตัวอย่างเช่น การเลิกเหล้าด้วยการหยุดดื่มสุราอย่างกะทันหัน สามารถทำให้เกิดอาการถอนพิษสุรา ที่อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ และแนะนำให้ปรึกษากับแพทย์แต่เนิ่นๆ เพื่อวางแผนหยุดการเสพติดอย่างเหมาะสม

ต้องการเก็บการเสพติดเป็นความลับ

บางคนพยายามปกปิดและซ่อนการเสพติดของตัวเองเอาไว้จากทุกคนรอบตัว ซึ่งที่พวกเขาทำเช่นนี้ ก็ด้วยความรู้สึกละอายต่อการเสพติดของตัวเอง หรือเพราะกลัวผลที่จะตามมาในการเผยความลับแก่คนอื่น เช่น อาจสูญเสียหน้าที่การงาน หรือความเคารพจากคนในครอบครัวและเพื่อนฝูง ดังนั้น สำหรับผู้ที่ต้องการเก็บเรื่องนี้ไว้เป็นความลับ แต่อยากมีชีวิตที่ปลอดการเสพติด การหยุดการใช้ยาด้วยตัวเองอาจดูเหมือนจะเป็นทางเลือกเพียงอย่างเดียว

แต่โชคไม่ดีที่การเก็บเป็นความลับ กลับยิ่งทำให้การเสพติดรุนแรงขึ้น เพราะขั้นตอนสำคัญในการเอาชนะการเสพติดก็คือ การเริ่มต้นพูดกับใครสักคนหนึ่ง ถึงสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ เพื่อแยกแยะถึงเหตุผลที่แท้จริงในการเสพติด จึงจะหยุดการเสพติดได้อย่างแท้จริง และการปรึกษากับผู้เชี่ยวชาญด้านการเลิกเสพติด เป็นทางเลือกที่ดีอีกทางหนึ่ง ที่คุณจะได้พูดคุยถึงปัญหาที่แท้จริงของการเสพติดและกระบวนการก้าวผ่านขั้นตอนการถอนพิษของการเสพติดได้อย่างปลอดภัย และข้อมูลทุกอย่างของคุณจะถูกเก็บเป็นความลับ

เคยเข้าสถานบำบัดยาเสพติดมาก่อน แต่ก็กลับมาเสพติดอีก

หากคุณเคยผ่านกระบวนการบำบัดมาแล้ว แต่ก็กลับมาใช้สิ่งเสพติดอีก เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกผิดหวัง และตั้งคำถามถึงประสิทธิภาพของการบำบัดรักษาที่ผ่านมาในอดีต อย่างไรก็ตาม การเสพติดเป็นโรคอันซับซ้อน และการกลับมาติดอีกเป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้ สำหรับการก้าวผ่านกระบวนเลิกเสพนั้น จำเป็นต้องมีผู้เชี่ยวชาญมืออาชีพคอยดูแลและแนะนำ รวมไปถึงช่วยแก้ปัญหาการเสพติดที่ลึกลงไปถึงต้นตอ ที่อาจมี “โรคร่วม” อื่นๆ อยู่ด้วย คุณจะได้เรียนรู้เครื่องมือในการรับมือกับสถานการณ์ต่างๆ ของชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ การฟื้นฟูตนเองจากการเสพติดซึ่งเป็นวิธีการระยะยาวที่สามารถช่วยให้คุณปลอดจากการเสพติดได้ตลอดไป

อันตรายของการถอนพิษสิ่งเสพติด

เมื่อร่างกายของคุณเสพติดบางสิ่งบางอย่างเป็นจำนวนมากในเวลานาน การขจัดสารเสพติดออกจากร่างกายมักทำให้เกิดอาการของ “การถอนยา” หรือที่คนทั่วไปเรียกว่า “อาการลงแดง” ซึ่งมีทั้งอาการทางจิตใจและร่างกาย ที่สามารถทำให้รู้สึกไม่สบายได้เป็นอย่างมาก ในกรณีที่รุนแรง ก็อาจทำให้ถึงแก่ชีวิตได้ การก้าวผ่านกระบวนการนี้กับมืออาชีพที่มีประสบการณ์ในการถอนพิษสิ่งเสพติด จึงเป็นสิ่งที่สำคัญอย่างมาก

สารเสพติดที่ต่างกันทำให้เกิดอาการของการถอนยาต่างกัน การศึกษาล่วงหน้าว่าอาการเหล่านี้มีอะไรบ้าง จะเป็นประโยชน์ในรับมือกับอาการต่างๆ ในขั้นตอนแรกของการเลิกการเสพติด

การถอนพิษสุรา

การถอนพิษสุรา เป็นกระบวนการชำระล้างแอลกอฮอล์ตามธรรมชาติของร่างกาย เริ่มต้นราว 6-12 ชั่วโมงหลังการดื่มครั้งสุดท้าย และมีอาการเบื้องต้น ยกตัวอย่างเช่น

  • ตัวสั่นเทา
  • เหงื่อออก
  • ปวดศีรษะ
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • วิตกกังวล
  • นอนไม่หลับ

บางคนอาจเกิดภาพหลอนได้ในช่วงเวลาราว 12-24 ชั่วโมงหลังดื่มครั้งสุดท้าย ซึ่งอาจได้แก่ อาการหูแว่ว การเห็นหรือรู้สึกอะไรที่ไม่ใช่เรื่องจริง ซึ่งทำให้เกิดความรู้สึกที่ไม่สบายเป็นอย่างมาก

นอกจากนี้การถอนพิษสุราอาจเกิดปฏิกิริยารุนแรงที่เรียกว่า Delirium Tremens (DTs) หรืออาการทางจิตที่เกิดขึ้นอย่างเฉียบพลัน ซึ่งอาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้ โดยเฉพาะในผู้ที่อายุมาก ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือคนที่มีการทำงานของตับผิดปกติ ซึ่งอาการนี้เริ่มต้นตั้งแต่ 24-72 ชั่วโมงหลังการดื่มครั้งสุดท้าย โดยอาการที่พบได้แก่

  • ประสาทหลอนขั้นรุนแรง
  • อาการสั่นอย่างรุนแรง
  • อาการชัก
  • มีไข้ต่ำๆ
  • ใจสั่น ใจเต้นเร็ว หรือแรงกว่าปกติ
  • เหงื่อออกหนักมาก
  • ความดันโลหิตเพิ่มขึ้น
  • อาการสับสนและวิตกกังวลอย่างรุนแรง

กลุ่มอาการ DTs เป็นภาวะทางการแพทย์ที่รุนแรง ที่ต้องการการดูแลและช่วยเหลือทางการแพทย์ตลอดเวลา การอยู่ภายใต้การดูแลของมืออาชีพ จะช่วยให้แน่ใจว่าคุณปลอดภัยและสบายดีเท่าที่เป็นไปได้ในช่วงขั้นตอนของการถอนพิษนี้

การถอนพิษยาเมทแอมแฟตามีน

การถอนพิษจากสารกระตุ้นอย่างเช่น ยาไอซ์ ยาบ้า และยาอี สามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่ออารมณ์และอาการทางกาย โดยอาการเหล่านี้อาจเริ่มช่วงเวลาใดก็ได้ตั้งแต่ 2-3 ชั่วโมง ไปจนถึง 2-3 วันหลังการใช้ครั้งสุดท้าย ซึ่งอาจมีอาการดังต่อไปนี้คือ

  • กระสับกระส่าย กระวนกระวาย
  • ปวดเมื่อยร่างกาย
  • หัวใจเต้นกระตุก
  • ฝันร้ายที่เหมือนจริงอย่างมาก
  • อ่อนเพลีย
  • นอนไม่หลับ หรือนอนมากเกินไป
  • อยากกินอาหารเพิ่มขึ้น
  • ซึมเศร้า

อาการถอนพิษเหล่านี้อาจเกิดขึ้นในช่วงเวลาใดก็ได้ตั้งแต่ 2-3 วันไปจนถึง 3 สัปดาห์ ความรู้สึกปนๆ กันของความรู้สึกที่ไม่ดีพร้อมกับอาการซึมเศร้าที่จู่โจมเข้ามา เพิ่มความเสี่ยงในการทำร้ายตัวเอง หรือฆ่าตัวตายได้

การถอนพิษสารโอปิออยด์

สารโอปิออยด์ (Opioids) ได้แก่ยาที่ใช้บรรเทาอาการปวดต่างๆ ที่แพทย์เป็นผู้สั่ง รวมถึงยาเสพติดผิดกฏหมาย เช่น ฝิ่นหรือเฮโรอีน ถึงแม้แพทย์จะสั่งให้ใช้ยาเหล่านี้สำหรับหลายอาการ ยาแก้ปวดอย่างเช่น ทรามาดอล (Tramadol) หรือยาแก้ไอเช่น โคเดอีน (Codeine) มีแนวโน้มที่จะถูกนำไปใช้ในทางที่ผิด รวมไปถึงทำให้เกิดการเสพติดด้วย โดยการถอนพิษยาเหล่านี้อย่างกะทันหัน สามารถทำให้เกิดอาการเหล่านี้ได้แก่

  • วิตกกังวล
  • คลื่นไส้
  • อาเจียน
  • เหงื่อออกมาก
  • นอนไม่หลับ
  • ปวดเมื่อยร่างกาย
  • น้ำมูกไหล
  • ร้อนสลับหนาว
  • ท้องร่วง
  • อาการเหมือนเป็นหวัด

อาการถอนพิษยาเหล่านี้สามารถทำให้เกิดอาการขาดน้ำอย่างรุนแรง การดูแลทางการแพทย์จึงเป็นสิ่งสำคัญในการถอนพิษยาในกลุ่มนี้ นอกจากนี้หากผู้เสพติดไม่สามารถทนกับอาการถอนพิษยาเหล่านี้ได้ ก็อาจกลับไปใช้ยาอีก และอาจเสี่ยงที่จะใช้ยาเกินขนาดที่เป็นอันตรายถึงชีวิตได้

การถอนพิษโคเคน

การถอนพิษจากโคเคนโดยทั่วไปมักไม่มีอาการทางร่างกายมากนัก แต่จะมีผลอย่างมากต่อจิตใจ โดยอาการเหล่านี้ได้แก่

  • วิตกกังวล
  • ฝันร้าย
  • กระสับกระส่ายและหงุดหงิด
  • ซึมเศร้า
  • อ่อนเพลีย
  • รู้สึกเฉื่อยชาเชื่องช้า

อาการเหล่านี้อาจกินเวลานานหลายเดือน และมักเกิดขึ้นร่วมกับอาการอยากเสพโคเคนอย่างรุนแรง ที่อาจทำให้กลับไปใช้ยาอีกครั้ง

ถอนพิษสารเสพติดอย่างปลอดภัย…ศูนย์บำบัด เดอะดอว์นช่วยคุณได้

ถอนพิษสารเสพติดอย่างปลอดภัยพร้อมผู้เชี่ยวชาญดูแลด้านการถอนพิษยาเสพติดและสุรา ที่ศูนย์บำบัดยาเสพติด เดอะดอว์น

หากคุณกำลังพิจารณาเลิกยาเสพติด ที่ได้ผลอย่างยั่งยืนและไม่เสี่ยงต่อตัวเอง ศูนย์บำบัดยาเสพติด เดอะดอว์น สามารถช่วยคุณให้ก้าวผ่านกระบวนการนี้ได้อย่างปลอดภัย ท่ามกลางสถานที่อันสวยงามน่าอยู่ริมแม่น้ำในจังหวัดเชียงใหม่ เรามีทีมแพทย์และพยาบาลที่มากประสบการณ์ด้านการถอนพิษสารเสพติดและสุราที่จะดูแลคุณตลอด 24 ชั่วโมง นอกจากนี้เรามีทีมจิตแพทย์ที่เป็นผู้เชี่ยวชาญด้านบำบัดภาวะเสพติด ที่จะช่วยคุณจัดการกับต้นตอของปัญหาเสพติดที่คุณกำลังเผชิญอยู่

หลักสูตรบำบัดภาวะเสพติดที่เป็นเอกลักษณ์ของเรา เน้นยุติการเสพติดที่ต้นตอ และฟื้นฟูสุขภาวะโดยรวมของผู้รับการบำบัด รวมไปถึงการเตรียมพร้อมให้ผู้รับการรักษามีเครื่องมือที่จะรับมือกับความท้าทายที่ต้องเผชิญในวันข้างหน้า เพื่อรับมือกับความต้องการที่จะใช้สารเสพติดได้อย่างยั่งยืน

หากคุณสนใจในการเข้ารับการบำบัดที่ศูนย์บำบัด เดอะดอว์น เชียงใหม่ ติดต่อแผนกแรกรับของเราวันนี้ เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนสู่การเข้ารับการบำบัด

Scroll to Top

ให้เราช่วยคุณเริ่มต้นการเดินทางสู่สุขภาวะที่ดีตั้งแต่วันนี้

โทร: 083 204 8384