Blog

เข้าใจ 6 สัญญาณที่อาจจะบอกว่าคุณกำลังติดเซ็กส์

6 สัญญาณต่อไปนี้ เป็นสัญญาณที่จะช่วยให้คุณสำรวจตัวเองว่า คุณกำลังเสพติดเซ็กส์อยู่หรือไม่

การเสพติดเซ็กส์ เป็นรูปแบบหนึ่งของการเสพติดทางพฤติกรรม แม้ว่าความต้องการทางเพศ และการมีความสุขในการมีเพศสัมพันธ์จะเป็นเรื่องปกติ แต่หากเราหมกมุ่นเกี่ยวกับเรื่องเพศมากเกินไป เช่น การติดหนังโป๊ ความต้องการทางเพศสูงกว่าปกติ หรือการช่วยตัวเองบ่อยเกินไป จนพฤติกรรมเหล่านี้มีผลต่อชีวิตประจำวันและความสัมพันธ์ สิ่งนี้เป็นสัญญาณที่บ่งบอกว่า คุณกำลังเสพติดเซ็กส์ คนที่มีพฤติกรรมเสพติดเซ็กส์มักจะรู้สึกอับอาย สับสน และสิ้นหวัง ซึ่งบ่อยครั้งที่คนเหล่านี้มักจะไม่ยอมรับว่าตัวเองมีปัญหา ทั้งๆที่พฤติกรรมและความต้องการทางเพศนี้เริ่มจะควบคุมไม่ได้ ปัญหาจากการหมกมุ่นเรื่องทางเพศมักจะนำไปสู่ปัญหาในด้านอื่นๆของชีวิต เช่น ความสัมพันธ์กับคนใกล้ตัว หน้าที่การงาน หมดความสนใจในกิจกรรมที่เคยชอบ บางคนอาจเข้าไปเกี่ยวข้องกับการทำพฤติกรรมที่ผิดกฎหมายอีกด้วย  วันนี้เรามาเรียนรู้สัญญาณที่จะช่วยให้คุณสำรวจตัวเองว่า คุณกำลังเสพติดเซ็กส์อยู่หรือไม่ 1.การนอกใจคนรักของคุณ หากคุณกำลังนอกใจคนรักของคุณ โดยการแอบไปมีเพศสัมพันธ์กับคนอื่น แม้ว่าการนอกใจจะเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นกับชีวิตคู่ของใครหลายๆคน แต่หากสาเหตุของการนอกใจมาจากความต้องการทางเพศที่วิปริตที่คุณไม่กล้าขอจากคนรัก จนทำให้คุณต้องไปมีชีวิตในโลกอีกใบที่เป็นความลับ แม้ว่าคุณจะรู้ว่า สิ่งที่คุณทำเป็นเรื่องที่ไม่ถูกต้อง แต่คุณก็ไม่สามารถหยุดและห้ามใจตนเองได้ นี่เป็นอีกหนึ่งสัญญาณที่กำลังบอกว่า คุณเข้าข่ายการเสพติดเซ็กส์ 2. หมกหมุ่นเกี่ยวกับเรื่องเพศมากจนเกินไป การดูหนังโป๊ หรือดูเนื้อหาที่เกี่ยวกับเพศสัมพันธ์เป็นครั้งคราว ถือเป็นเรื่องปกติสำหรับมนุษย์ทุกคน แต่หากคุณหมกมุ่นอยู่กับการเสพเนื้อหาที่เกี่ยวกับเรื่องทางเพศหรือเซ็กส์เป็นประจำ ไม่ว่าจะเป็น การดูหนังโป๊ คลิป รูปโป๊ หรือการส่องเพศตรงข้ามในสื่อโซเชียล การใช้เวลากับความสนใจเรื่องเพศที่มากเกินไปจนกระทบต่อเวลาในการดำเนินชีวิตประจำวัน นี่อาจเป็นสัญญาณว่าคุณกำลังเสพติดเซ็กส์ 3. การไม่ซื่อสัตย์ และมีความลับ หากคุณมักต้องโกหกคนรอบตัวรวมไปถึงคนที่คุณรัก เพียงเพื่อจะแอบไปทำกิจกรรมที่เกี่ยวข้องกับเรื่องทางเพศ เช่น …

6 สัญญาณต่อไปนี้ เป็นสัญญาณที่จะช่วยให้คุณสำรวจตัวเองว่า คุณกำลังเสพติดเซ็กส์อยู่หรือไม่ Read More »

บาดแผลทางใจในวัยเด็กที่สร้างผลกระทบต่อพฤติกรรมในวัยผู้ใหญ่

บาดแผลทางใจในวัยเด็ก สาเหตุ, อาการ และวิธีการบำบัดรักษาที่จะช่วยให้เราเดินก้าวไปข้างหน้าได้

สถาบันสุขภาพจิตแห่งชาติของประเทศสหรัฐอเมริกา ได้ให้คำจัดกัดความของ “บาดแผลทางใจในวัยเด็ก” ว่า “ประสบการณ์ อันเนื่องมาจากเหตุการณ์ในวัยเด็ก ที่สร้างความเจ็บปวดทางอารมณ์ ก่อให้เกิดความทุกข์อย่างแสนสาหัส และนำมาซึ่งผลต่อสุขภาพกายและใจในระยะยาว” การต้องพบเจอกับเหตุการณ์ที่ยากลำบาก เป็นเรื่องปกติที่เด็กทุกคนจะต้องเจอ เพื่อให้พวกเขาสามารถที่จะเรียนรู้ในการรับมือ และพัฒนาจิตใจให้แข็งแกร่ง ในการเติบโตขึ้นมาเป็นผู้ใหญ่ อย่างไรก็ตาม หากเด็กคนไหนต้องเจอกับเหตุการณ์ที่ทำให้พวกเขารู้สึกหวาดกลัว และรู้สึกไม่ปลอดภัยต่อชีวิตของพวกเขา แม้จะเพียงแค่ครั้งเดียว หรือ เกิดขึ้นหลายๆครั้ง เหตุการณ์เช่นนี้ อาจนำมาซึ่งบาดแผลทางใจ เด็กที่ต้องเผชิญกับความรู้สึกหวาดกลัว จะรู้สึกสูญเสียความสามารถในการควบคุม และจัดการกับชีวิต ซึ่งเหตุการณ์ดังกล่าวนี้ อาจเกิดจากในบ้าน หรือในสังคมที่เขาอยู่ก็ได้ ความหวาดกลัวที่เกิดขึ้นอาจมาจาก พ่อแม่ เพื่อน ครู หรือจากปัจจัยต่างๆภายนอก ไม่ว่าจะเป็น ภัยธรรมชาติ (สึนามิ), อุบัติเหตุ (รถชน), การใช้ชีวิตในพื้นที่เสี่ยงอันตราย ซึ่งล้วนแล้วแต่สามารถสร้างบาดแผลทางใจต่อเด็กได้ทั้งสิ้น นอกจากนี้ ความเข้าใจระหว่างความสัมพันธ์ของการเสพติด และบาดแผลทางใจ ก็เริ่มได้รับการยอมรับอย่างแพร่หลาย โดย Dr.Gabor Meta ผู้เชี่ยวชาญด้านการเสพติดชื่อดังของโลก ได้กล่าวไว้ว่า เด็กที่มีระดับคะแนน บาดแผลทางใจ (Adverse childhood experience : …

บาดแผลทางใจในวัยเด็ก สาเหตุ, อาการ และวิธีการบำบัดรักษาที่จะช่วยให้เราเดินก้าวไปข้างหน้าได้ Read More »

หยุดการสนับสนุนให้ผู้เสพติด กระทำเสพติดต่อไปเป็นอีกวิธีหนึ่งที่ครอบครัวสามารถทำได้

5 สิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อช่วยให้คนที่เรารักต่อสู้กับการเสพติด

เมื่อเรารู้ว่าคนในครอบครัวของเรากำลังเผชิญปัญหาและความทุกข์ทรมาณจากภาวะเสพติด การเข้าช่วยเหลือเป็นเรื่องที่ควรทำอย่างเร่งด่วน อย่างไรก็ดี วิธีการที่เราจะใช้ในการเข้าพูดคุยกับเขา เพื่อนำเขาเข้ารับการบำบัดเป็นเรื่องที่สำคัญมาก ดังนั้น การใช้วิธีการที่ถูกต้องในการเข้าหา โดยคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ จึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง บทความนี้จะช่วยทำให้คุณเข้าใจถึงวิธีการในการโน้มน้าวผู้เสพติดให้เข้ารับการรักษาอย่างถูกวิธี 1.ยอมรับว่ามีการเสพติดเกิดขึ้น ขั้นแรกที่จะช่วยเหลือผู้เสพติดในการเลิกยาและสิ่งเสพติดได้ คือ การยอมรับว่าคนที่เรารักมีพฤติกรรมเสพติด ซึ่งพฤติกรรมนี้อาจแสดงให้เห็นได้อย่างชัดเจนต่อบุคคลภายนอก แต่กลับกันคนในครอบครัว ปฏิเสธที่จะยอมรับความจริงในข้อนี้ รวมถึงการมีความสัมพันธ์ที่บกพร่องในครอบครัว (Co-dependent relationship) อย่างไรก็ตาม การยอมรับว่ามีการเสพติดขึ้นอยู่กับว่า คนที่เรารักมีอาการเสพติดอยู่ในขั้นไหน ซึ่งอาจเป็นเรื่องยาก หากผู้เสพติดเริ่มทำตัวออกห่างอันเนื่องมากจาก รูปแบบชีวิตที่เปลี่ยนแปลงไป เพื่อนใหม่ที่เขาให้ความสนิทสนมด้วย หรือการแยกตัวอยู่คนเดียวของผู้เสพติด ทำให้ส่งผลต่อความยากในการประเมินสถานการณ์ การพูดคุยกับคนใกล้ชิด หรือคนในครอบครัวของผู้เสพติดเกี่ยวกับการเปลี่ยนแปลงของพฤติกรรม อันเนื่องจากสารเสพติด เป็นข้อมูลที่สำคัญ เช่น การเสพติดเกิดขึ้นแบบทันทีทันใด หรือค่อยเป็นค่อยไป ยิ่งเรายอมรับว่าคนที่เรารักเสพติดเร็วแค่ไหน ยิ่งสิ่งผลดีต่อการรักษามากขึ้นเท่านั้น 2. หยุดการสนับสนุนที่ส่งผลให้ผู้เสพติดเสพติดต่อไป เพื่อที่จะช่วยผู้เสพติดให้เลิกยาและสิ่งเสพติดได้ บุคคลใกล้ชิด หรือสมาชิกในครอบครัวจะต้องยอมรับว่า ตนเองอาจมีส่วนช่วยทำให้ผู้เสพติดมีพฤติกรรมในการเสพติดต่อไป แม้ว่าการทำความเข้าใจจะใช้เวลา และรับการแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ​ ดังนั้นการยอมรับว่า ตัวเราอาจมีส่วนช่วยให้คนที่เรารักเสพติด จะสามารถสร้างความระมัดระวัง และช่วยเหลือผู้เสพติดได้ ตัวอย่าง พฤติกรรมที่เป็นการช่วยสนับสนุนผู้เสพติดให้เสพติดต่อไป ได้แก่ การให้เงินผู้เสพติดซึ่งอาจจะนำไปใช้ในการซื้อยาเสพติด ไม่จริงจัง …

5 สิ่งที่เราสามารถทำได้เพื่อช่วยให้คนที่เรารักต่อสู้กับการเสพติด Read More »

หญิงวัยทำงานกำลังประสบปัญหาสุขภาพจิต ภาวะเครียดและวิตกกังวล

วิธีการจัดการกับโรควิตกกังวลที่กำลังทำร้ายเราหรือคนที่เรารัก

เราทุกคนล้วนแล้วเคยมีความรู้สึกวิตกกังวล บ่อยครั้งความรู้สึกนี้สร้างประโยชน์ให้กับเรา เพื่อให้เราได้เตรียมการรับมือกับเรื่องที่กำลังจะเกิดขึ้น อย่างไรก็ตาม หากความวิตกกังวลมีความรุนแรง หรือกินระยะเวลานานจนเกินไป หากไม่ได้รับการรักษาที่ถูกวิธี สามารถพัฒนาเป็นโรควิตกกังวลได้ อาการวิตกกังวล เป็นอย่างไร ในประเทศไทยมีประชากรกว่า 1.4 แสนคน กำลังประสบปัญหาของโรควิตกกังวล ตามรายงานของกรมสุขภาพจิต อาการวิตกกังวล จะทำให้เรารู้สึก ตื่นตระหนก กังวล หวาดกลัว หรือรู้สึกไม่สบายใจ ซึ่งมักเกิดขึ้นเมื่อเรากำลังจะเผชิญกับบางสิ่งบางอย่างที่เรารู้สึกว่ามันคือปัญหา หรือสิ่งที่เราไม่คุ้นชิน ซึ่งส่วนมากมักเป็นสิ่งที่มีผลต่อชีวิตของเรา เช่น การเริ่มงานใหม่ การย้ายบ้านใหม่ การมีลูก การแต่งงาน/หย่าร้าง ได้รับการวินิจฉัยว่ามีปัญหาด้านสุขภาพ อาการวิตกกังวลยังสามารถเกิดขึ้นได้ในหลากหลายสถานการณ์ และคนที่มีความรู้สึกวิตกกังวลมักรู้สึกว่า พวกเขาไม่สามารถผ่อนคลายตัวเองจากสิ่งที่พวกเขาวิตกกังวลได้โดยง่าย อาการวิตกกังวล เป็นอาการที่พบในหลายๆ โรคทางจิตเวช ซึ่งเป็นอาการที่สร้างผลกระทบต่อบุคคลนั้นๆ ไม่ว่าจะเป็น ด้านอารมณ์ความรู้สึก พฤติกรรมการแสดงออก รวมไปถึงอาการที่เกิดขึ้นกับร่างกาย เช่น ตัวสั่น เหงื่อแตก หัวใจเต้นเร็ว หรือรู้สึกเวียนศีรษะ เป็นต้น เมื่อเกิดอาการวิตกกังวลขึ้นในระดับต่ำ เราอาจรู้สึก ขุ่นมัว และกังวลใจ ในขณะที่อาการวิตกกังวลที่มีความรุนแรง จะส่งผลต่อความสามารถในการทำกิจกรรมในชีวิตประจำวัน เช่น พยายามหลีกเลี่ยงการทำกิจกรรมบางอย่างซึ่งสร้างความรู้สึกวิตกกังวลให้กับเรา  …

วิธีการจัดการกับโรควิตกกังวลที่กำลังทำร้ายเราหรือคนที่เรารัก Read More »

การเสพติดเป็นหนึ่งในโรคร้ายภายในครอบครัว

ทำไมการเสพติดถูกเรียกว่า เป็นโรคร้ายของครอบครัว?

การเสพติดเป็นโรคร้ายที่มีความรุนแรงและส่งผลกระทบต่อผู้เสพติดทั้งทางร่างกาย และจิตใจ จากอาการอยากยา จะผลักดันให้ผู้เสพติดทำทุกวิถีทางเพื่อได้ยาเสพติดมา มีทั้งพฤติกรรมโน้มน้าวชักจูง กดดัน ก้าวร้าว และการโกหกคนใกล้ชิด รวมทั้งการขโมยเงินหรือของในบ้าน สิ่งเหล่านี้ทำลายความสัมพันธ์ของคนในครอบครัว และสถานะทางการเงิน ซึ่งส่งผลกระทบต่อสุขภาพจิตของคนทั้งบ้าน จึงเป็นที่มาของคำว่า การติดยาเสพติดเป็นโรคร้ายของครอบครัวนั่นเอง เรามักจะกล่าวโทษผู้เสพติดว่าเป็นต้นเหตุของปัญหาต่างๆที่เกิดขึ้น อย่างไรก็ดี บ่อยครั้งที่คนในครอบครัวเองก็มีส่วนที่ทำให้การเสพติดดำเนินต่อไป อันเนื่องมาจากความสามารถของผู้เสพติดในการโน้มน้าวชักจูง จนทำให้คนในครอบครัวไม่สามารถที่จะปฏิเสธต่อสิ่งที่พวกเขาร้องขอได้ พฤติกรรมการโกหกเกิดขึ้นบ่อยครั้ง ทำให้คนในครอบครัวไม่สามารถที่จะแยกแยะได้ว่า เรื่องไหนเป็นเรื่องจริง หรือเรื่องไหนเป็นเรื่องโกหก เช่น ผู้เสพติดอาจมาขอเงินเพื่อนำไปซื้อของใช้ที่จำเป็น หรือนำไปจ่ายค่าเช่าที่พักอาศัย แต่กลับนำเงินนั้นไปซื้อยาเสพติด  ความสัมพันธ์ในครอบครัวที่มีสมาชิกเป็นผู้เสพติด เรียกว่า ความสัมพันธ์แบบพึ่งพา (Codependent Relationship) สิ่งที่มักพบเห็นได้ทั่วไปของครอบครัวที่มีความสัมพันธ์แบบพึ่งพาก็คือ คนในครอบครัวพยายามที่จะเอาใจผู้เสพติด พวกเขาต้องการได้รับความสนใจจากตัวผู้เสพติด  โดยส่วนใหญ่แล้วผู้เสพติดจะให้ความสนใจแต่สิ่งที่เขาได้ประโยชน์ เช่น การได้เงินเพื่อเอาไปซื้อยาเสพติด และเนื่องจากการเสพติดกินเวลาหลายปี ผลกระทบที่เกิดขึ้นกับครอบครัวจึงมีความรุนแรง และยากที่จะแก้ไข พลังงานและเวลาของคนในครอบครัว จึงหมดไปกับความพยายามที่จะช่วยเหลือผู้เสพติดให้เลิกสารเสพติด แต่ก็ไม่ประสบความสำเร็จ จนไม่มีเวลานำไปพัฒนาความสัมพันธ์ที่มีความหมายระหว่างบุคคลในครอบครัวเลย โดยส่วนมากคนในครอบครัวของผู้เสพติดมักมีความเครียดเป็นอย่างมาก อันเนื่องมาจาก ความกังวลในตัวผู้เสพติด เช่น ไม่รู้ว่าตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน หรือไม่รู้ว่าเขายังมีชีวิตอยู่หรือไม่ ด้วยภาวะความเครียด และความวิตกกังวลที่สะสมมาเป็นระยะเวลานาน ส่งผลต่อทั้งสุขภาพกายและสุขภาพจิตของคนในครอบครัว จึงไม่น่าแปลกใจเลยว่า …

ทำไมการเสพติดถูกเรียกว่า เป็นโรคร้ายของครอบครัว? Read More »

ความต่างระหว่างภาวะซึมเศร้ากับโรคซึมเศร้า

เศร้าไม่หายสักที: ความต่างระหว่างภาวะซึมเศร้ากับโรคซึมเศร้า

อารมณ์เศร้าเกิดขึ้นกับเราได้ตลอดเวลา แต่หากความรู้สึกแย่ๆ ไม่หายเป็นเดือน เราจะรู้ได้อย่างไร ว่าภาวะที่เป็นอยู่เกิดจากผลกระทบจากเหตุการณ์บางอย่างที่ทำให้เรารู้สึกเศร้าเป็นระยะหนึ่ง หรือเรานั้นกำลังเผชิญกับโรคซึมเศร้า ภาวะซึมเศร้าเนื่องจากสถานการณ์ร้ายแรงเป็นตัวกระตุ้น (Situational depression) เป็นสิ่งที่เกิดขึ้นได้กับบุคคลที่เผชิญกับเหตุการณ์หรือเรื่องราวที่มากระทบกระเทือนจิตใจของพวกเขาอย่างรุนแรง เช่น การเสียชีวิตของคนใกล้ชิด การตกงาน หรือการหย่าร้าง ซึ่งระยะเวลาของภาวะนี้จะเกิดขึ้นเป็นระยะหนึ่ง อาจเป็นเดือนหรือหลายเดือน และจะค่อยๆหายไป แต่อย่างไรก็ตาม หากภาวะซึมเศร้าเนื่องจากสถานการณ์รุนแรงนี้ ไม่ได้รับการรักษาเยียวยา ก็อาจทวีความรุนแรงขึ้น และส่งผลให้เกิดเป็นโรคซึมเศร้า (Clinical depression)  วิธีในการรักษาภาวะซึมเศร้าจากสถานการณ์ร้ายแรง และโรคซึมเศร้า มีความแตกต่างกัน ดังนั้น จึงเป็นเรื่องสำคัญ ที่เราควรจะมีความเข้าใจถึงความแตกต่างระหว่างอาการของภาวะซึมเศร้าจากสถานการณ์ร้ายแรง และอาการของโรคซึมเศร้า ภาวะซึมเศร้าจากสถานการณ์ร้ายแรงคืออะไร (Situational Depression)  ภาวะซึมเศร้าจากสถานการณ์ร้ายแรง เป็นความผิดปกติที่เกิดกับจิตใจ หรือบ่อยครั้งเรียกว่า “ภาวะการปรับตัวผิดปกติ หรือ adjustment disorder” เนื่องจากบุคคลนั้นไม่สามารถรับมือกับความเครียดจากสถานการณ์บางอย่างที่มากระทบกระเทือนจิตใจ ซึ่งมีการศึกษาพบว่า ภาวะซึมเศร้าจากสถานการณ์เกิดขึ้นในผู้ใหญ่เป็นอัตราร้อยละ 10% และเกิดขึ้นในเด็กวัยรุ่นถึง 30% อะไรคือสัญญาณของภาวะซึมเศร้าจากสถานการณ์ร้ายแรง คนที่มีภาวะซึมเศร้าจากสถานการณ์จะรู้สึกเศร้าอย่างมาก ร้องไห้มากกว่าปกติ และรู้สึกสิ้นหวัง อาการอื่นๆ ที่เป็นสัญญาณของภาวะซึมเศร้าจากสถานการณ์ มีดังต่อไปนี้ รู้สึกไม่มีกะจิตกะใจจะทำอะไร …

เศร้าไม่หายสักที: ความต่างระหว่างภาวะซึมเศร้ากับโรคซึมเศร้า Read More »

การบำบัดที่ศูนย์บำบัดยาเสพติดและเหล้าที่เดอะดอว์น

การบำบัดที่ศูนย์บำบัดยาเสพติดและเหล้าได้ผลดีอย่างไร

เมื่อคุณมีชีวิตอยู่ในวงจรสิ่งเสพติด คุณอาจรู้สึกว่ามันยากที่จะหลุดพ้นออกมา แต่อย่างไรก็ตาม การเลิกสิ่งเสพติดเป็นเรื่องที่สามารถทำได้ ก้าวแรกที่สำคัญในการเลิกเหล้าเลิกยา คือการเข้ารับการบำบัดรักษา ซึ่งคุณอาจรู้สึกกังวลใจ อับอาย และเต็มไปด้วยคำถามว่า ศูนย์บำบัดเหล้าและยาเสพติดจะสามารถช่วยคุณได้จริงหรือไม่ บทความนี้มีคำตอบให้กับคุณ ที่ศูนย์บำบัดแบบอยู่ประจำ คุณจะมีพื้นที่ส่วนตัว และเวลาเพื่อที่จะเยียวยาตัวเอง การบำบัดแบบอยู่ประจำมีโอกาสในสำเร็จมากกว่าการบำบัดแบบไป-กลับ เนื่องจากคุณจะได้แยกตัวออกจากปัจจัยกระตุ้นต่างๆ ที่คุณพบในชีวิตประจำวัน สิ่งที่สำคัญที่สุดสำหรับผู้ที่ต้องการบำบัดรักษาการเสพติดนั้นคือ การมีพื้นที่ เวลาในการโฟกัสกับตัวเอง และจดจ่อการบำบัดรักษาเพื่อที่จะเลิกยาเสพติด รวมไปถึงการมีผู้เชี่ยวชาญคอยให้การดูแล จะส่งผลให้การบำบัดนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น ที่ศูนย์บำบัด คุณจะได้รับการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง ทำให้คุณสามารถที่จะโฟกัสในการบำบัดรักษา ผู้เข้ารับการบำบัดแต่ละท่านจะได้รับการวินิจฉัยและวางแผนการรักษาที่เหมาะสมกับอาการของคุณโดยเฉพาะ ซึ่งแผนการรักษาในศูนย์บำบัดเอกชน จะประกอบไปด้วย การถอนพิษ การบำบัดโดยการพูดคุยและรับคำปรึกษาจากนักจิตบำบัด รวมไปถึงได้รับคำแนะนำและเรียนรู้เครื่องมือในการจัดการกับตนเองเพื่อไม่ให้คุณกลับไปใช้สารเสพติดอีกครั้งด้วย นอกจากนี้ ในการบำบัดรักษาที่ศูนย์บำบัดแบบอยู่ประจำ จะเปิดโอกาสให้คุณได้สร้างความสัมพันธ์ที่มีความหมาย กับผู้เข้ารับการบำบัดที่กำลังเดินไปในเส้นทางการเลิกเสพติดกับคุณ อีกด้วย ที่ศูนย์บำบัดมีการบำบัดรักษาภาวะเสพติดแบบใดบ้าง? ศุนย์บำบัดรักษาผู้ติดแอลกอฮอล์และยาเสพติดส่วนมาก ทำการบำบัดรักษาผู้เข้าบำบัดในภาวะดังต่อไปนี้ การติดยาเสพติด การติดสุรา (ติดเหล้า) การมีพฤติกรรมเสพติด (เสพติดการพนันหรือเสพติดเซ็กซ์) โดยหลักสูตรการรักษาส่วนมากใช้ระยะเวลาประมาณ 1-3 เดือน และผู้เข้ารับการบำบัดสามารถขอขยายเวลาการรักษาได้ หากต้องการ โดยส่วนใหญ่แล้วพบว่าผู้ติดยาเสพติดจำนวนมากมักมีอาการผิดปกติทางจิตร่วมด้วย เช่น โรคซึมเศร้า …

การบำบัดที่ศูนย์บำบัดยาเสพติดและเหล้าได้ผลดีอย่างไร Read More »

ผู้ชายเมื่อมีปัญหาสุขภาพจิตมักเก็บซ่อนเอาไว้ไม่บอกใคร

“เป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง” เมื่อต้องเก็บงำปัญหาสุขภาพจิตและเผชิญกับมันอย่างเดียวดาย

“เฮ้ย! เป็นผู้ชายหรือเปล่าวะ” “เเค่นี้ทำไมต้องเศร้าด้วยเหรอ” เป็นทัศนคติผิดๆที่ทำให้ผู้ชายไม่กล้าขอความช่วยเหลือเมื่อตนเองประสบปัญหาที่มีผลกระทบต่อสุขภาพจิต สิ่งที่ตามมาก็คือผู้ชายต้องแบกรับกับความรู้สึกที่เจ็บปวดอย่างเดียวดาย จนทำให้ชีวิตแย่ลงเรื่อยๆ เรามาเปลี่ยนทัศนคติใหม่ว่าผู้ชายที่ยอมรับว่าตนกำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิตและขอความเหลือไม่ได้ทำให้พวกเขาเป็นคนอ่อนแอ แต่กลับทำให้เค้าสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ในสังคม เมื่อนักร้องชื่อดัง แห่งวง Linkin Park เชสเตอร์ เบนนิงตัน เสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายในวัย 41 ปี การจากไปอย่างกระทันหันของเขาสร้างความตกใจให้กับแฟนเพลง และคนใกล้ชิดเป็นอย่างมาก เขาเป็นนักดนตรีที่ประสบความสำเร็จ เป็นที่นับถือ และเชื่อมโยงกับผู้คนทั่วโลก ความคิดที่เขาจะฆ่าตัวตายจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าที่จะเป็นไปได้สำหรับหลายๆ คน  แม้ว่าเขาจะมีประวัติเรื่องของปัญหาด้านจัดการอารมณ์ ซึ่งคนใกล้ชิดได้ให้ข้อมูลว่า เขาได้เริ่มทำการรักษา แต่อย่างไรก็ตาม เชสเตอร์ มองปัญหาเรื่องภาวะซึมเศร้าของเขาเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ และ พูดอยู่เสมอๆ ว่า ก็ไม่เห็นเขามีปัญหาอะไร อีกอย่างเขาเป็นผู้ชายด้วย เขาสามารถหาทางออกของเขาเองได้ การสูญเสียที่น่าเศร้าในครั้งนี้ กลายเป็นสิ่งที่สังคมนำมาวิพากวิจารณ์เกี่ยวกับวิกฤตความเป็นชาย และการมีปัญหาสุขภาพจิตในผู้ชาย ผู้ชายจำนวนมากจมอยู่กับความทุกข์ทรมานจากปัญหาด้านสุขภาพจิต เนื่องจาก ความคิดที่ว่า การยอมรับว่าตัวเองกำลังมีปัญหาด้านสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่น่าอับอายสำหรับลูกผู้ชาย ส่งผลให้พวกเขาไม่ยอมหาทางรักษา และแก้ปัญหาโดยการแยกตัวเองออกจากสังคม ทำให้มีปัญหาอื่นๆ ตามมา ได้แก่ การหันมาดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น การใช้สารเสพติด รวมไปถึง การมีภาวะซึมเศร้า และการฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเสียชีวิตของเพศชาย …

“เป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง” เมื่อต้องเก็บงำปัญหาสุขภาพจิตและเผชิญกับมันอย่างเดียวดาย Read More »

มารู้จักกับความหมายและสาเหตุของการเสพติด

“การเสพติด” เอ๊ะ คำนี้คุ้นๆ: มารู้จักกับความหมายและสาเหตุของมัน

การเสพติด เป็นคำที่มักได้ยินกันจนชินหู แต่มีคนจำนวนไม่มากที่เข้าใจความหมายที่ถูกต้องของคำๆ นี้ ในปัจจุบันผู้เสพติดและอัตราการเสพติดมีจำนวนเพิ่มสูงขึ้นในประเทศไทย สิ่งที่จำเป็นอย่างยิ่งสำหรับทุกคนก็คือ ความรู้ และ ความเข้าใจ เกี่ยวกับภาวะเสพติด เช่น อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนเสพติด สถานที่ ที่ให้การช่วยเหลือผู้เสพติดหากต้องการบำบัดรักษา วันนี้เรามาชวนคุณเรียนรู้ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับภาวะเสพติด เพื่อนำไปปรับประยุกต์ใช้เพื่อช่วยเหลือผู้เสพติดในครอบครัว  การเสพติดเป็นโรคเรื้อรังทางสมอง สิ่งแรกที่ทุกคนควรที่จะต้องทำความเข้าใจก็คือ การเสพติดก็เปรียบเสมือนกับเรากำลังเป็นโรคร้าย หลายคนมีความเข้าใจที่ผิดเกี่ยวกับการเสพติดว่า ทุกคนสามารถเลิกเสพติดได้หากต้องการที่จะเลิกและมีจิตใจที่เข้มแข็งพอ อย่างไรก็ตาม การเสพได้ถูกบัญญัติในทางการแพทย์ให้เป็นโรคเรื้อรังทางสมอง  ทั้งแพทย์และผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจิตเปรียบเทียบการเสพติดเหมือนกับโรคร้ายแรง และมีความคิดเห็นพ้องกันว่า การเสพติดมีผลกระทบที่รุนแรงต่อทั้งทางร่างกาย และจิตใจ เหมือนกับโรคเรื้อรังอื่นๆ เช่น เบาหวานและมะเร็ง เพราะหากเข้ารับการรักษาและมั่นดูแลตัวเอง เราก็สามารถดำเนินชีวิตได้อย่างมีประสิทธิภาพ  อะไรเป็นสาเหตุของการเสพติด? จากที่ได้กล่าวไปข้างต้นแล้วว่า การเสพติด ก็เปรียบเสมือนการเป็นโรคร้าย คำถามที่ตามมาก็คือ อะไรคือสาเหตุที่ทำให้คนเสพติด ทำไมบางคนเสพติด และบางคนไม่เสพติด จากจำนวนปริมาณการใช้สารเสพติดและผู้เสพติดทั่วโลกจำนวนมาก ทำให้มีงานวิจัยเกี่ยวกับสาเหตุของการเสพติดออกมาอย่างต่อเนื่อง ซึ่งผลที่นักวิจัยพบก็คือ การเสพติดเกิดขึ้นจากหลายสาเหตุและหลายปัจจัย ได้แก่  พันธุกรรม  ประวัติครอบครัว  สภาพแวดล้อมที่อยู่อาศัย  ปัจจัยต่างๆ ทางสังคม  การมีภาวะโรคทางสุขภาพจิต เช่น โรคซึมเศร้า โรควิตกกังวล และโรคอารมณ์สองขั้ว …

“การเสพติด” เอ๊ะ คำนี้คุ้นๆ: มารู้จักกับความหมายและสาเหตุของมัน Read More »

หญิงสาวทุกข์ทรมานกับโรคซึมเศร้าและพยายามหาทางออก

โรคซึมเศร้าส่งผลร้ายแรงแค่ไหน ทำไมเราจึงต้องเข้ารับการรักษาโรคซึมเศร้า?

คนที่เป็นโรคซึมเศร้า แต่อาการไม่หนัก มักคิดว่าตนเองสามารถรับมือกับมันได้ แต่การปล่อยทิ้งไว้อาจส่งผลรุนแรงจนถึงขั้นฆ่าตัวตาย ดังนั้นควรรีบเข้ารับการรักษา โรคซึมเศร้า เป็นปัญหาสุขภาพจิตที่พบได้จำนวนมากในปัจจุบัน เปรียบเสมือน โรคไข้หวัดที่พบได้ทั่วไป จากข้อมูลขององค์การอนามัยโลก หรือ WHO พบว่า มีจำนวนผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ากว่า 350 ล้านคนทั่วโลก ในขณะที่ผู้ป่วยโรคไข้หวัดสามารถพักผ่อนโดยอาการดื่มน้ำอุ่นๆ พักผ่อนอย่างเพียงพอ ก็จะสามารถหายจากอาการไข้หวัดได้ ต่างจากโรคซึมเศร้าผู้ป่วยจะต้องทนทุกข์กับอาการของโรคซึมเศร้า และความรู้สึกสิ้นหวัง ยาวนานหลายสัปดาห์หรือหลายเดือน ซึ่งการรักษาทำได้โดยการพูดคุยกับนักจิตบำบัด ซึ่งอาจจะใช้วิธีการบำบัดในรูปแบบของการปรับพฤติกรรมและความคิด หรือ CBT ร่วมกับการทานยาต้านโรคซึมเศร้า นอกจากนี้ การเยียวยาโรคซึมเศร้าก็สามารถทำได้โดยการที่ผู้ป่วยเปลี่ยนรูปแบบหรือพฤติกรรมการใช้ชีวิต ซึ่งผู้ป่วยที่เป็นโรคซึมเศร้ามาอย่างยาวนาน ต้องได้รับการดูแลรักษาอย่างใกล้ชิดจากผู้เชี่ยวชาญเพื่อช่วยให้พวกเขากลับมาใช้ชีวิตปกติได้ ดังนั้น วันนี้เรามาชวนคิดว่า เพราะเหตุใดการพิจารณาเข้ารับการรักษาในศูนย์สุขภาพจิตจึงเป็นทางเลือกที่ดี การรักษาโรคซึมเศร้าแบบที่คุณทำอยู่ในปัจจุบันอาจไม่เพียงพอ โดยทั่วไปแล้ว การรักษาโรคซึมเศร้าจะต้องอาศัยระยะเวลา การบำบัดโดยใช้เทคนิคจิตบำบัด CBT เป็นเวลาอย่างน้อย 8 – 10 สัปดาห์ ร่วมกับการทานยารักษาโรคซึมเศร้า ซึ่งจะต้องกินต่อเนื่องเป็นเวลา 4-6 สัปดาห์เพื่อที่จะเริ่มเห็นผลของการรักษา ซึ่งผู้ป่วยจะต้องเข้าใจว่า การใช้เวลา 2-3 เดือน เพื่อติดตามผลการรักษาเป็นสิ่งที่จำเป็น ก่อนที่จะพิจารณาเปลี่ยนวิธีการรักษา หากคุณสังเกตว่าใช้เวลาในการรักษาผ่านไป …

โรคซึมเศร้าส่งผลร้ายแรงแค่ไหน ทำไมเราจึงต้องเข้ารับการรักษาโรคซึมเศร้า? Read More »

6 พฤติกรรมของคุณที่กำลังช่วยคนที่คุณรัก ให้เสพติด ต่อไป

ความต้องการที่จะปกป้องคนที่เรารัก ช่วยเหลือพวกเขาเมื่อเขามีปัญหา เป็นเรื่องที่ดี แต่อย่างไรก็ตาม การช่วยเหลือคนที่เรารักที่กำลังเสพติดอย่างไม่ถูกวิธี จะไม่ช่วยทำให้เค้าหยุดการทำร้ายตัวเองแล้ว แต่ยังเป็นการสนับสนุนให้เค้ามีพฤติกรรมในการเสพติดต่อไป เนื่องจาก เค้าไม่ต้องเผชิญกับผลของการกระทำของตัวเอง ดังนั้นเค้าจึงไม่มีความคิด หรือ ความต้องการที่จะเลิกการเสพติด นั่นเอง การที่ไม่เข้าไปช่วยเหลือ และปล่อยให้เขาได้รับผลกระทบที่เกิดขึ้นอันเนื่องจากการกระทำของพวกเขาเอง อาจเป็นเรื่องที่ทำยาก แต่หากคุณยังคงช่วยเหลือพวกเขาต่อไป ไม่เพียงแต่คุณอาจจะสูญเสียความสัมพันธ์ของคุณระหว่างเขาแล้ว คนที่คุณรักอาจจะต้องติดคุก หรือมีผลกระทบจากการเสพติดจนมีอันตรายต่อชีวิตของพวกเขา วันนี้เรามาชวนสำรวจ 6 พฤติกรรมที่อาจเป็นการส่งเสริมให้คนที่คุณรักไม่สามารถเลิกเสพติด 1. หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงการเสพติด พฤติกรรมนี้พบเห็นได้ทั่วไป กับผู้ใกล้ชิดผู้เสพติด เริ่มตั้งแต่ ช่วงที่ผู้เสพติดเริ่มมีพฤติกรรมการเสพติด ไปจนถึงเมื่อพฤติกรรมการเสพติดของเขาเริ่มส่งผลเสียต่อตัวเขา และคนรอบตัว  การที่เราไม่กล้าที่จะถามคำถามเกี่ยวกับการเสพติด หรือ หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงมันโดยตรงกับผู้เสพติด ซึ่งเป็นคนที่เรารัก อาจมีสาเหตุมาจาก การกลัวที่จะสูญเสียความสัมพันธ์ที่ดีกับตัวผู้เสพติด กลัวสูญเสียความรักที่เขามีให้กับเรา กลัวว่าจะถูกทำร้ายร่างกาย หรือ อาจมาจากอิทธิพลของวัฒนธรรม หรือการเลี้ยงดู ที่เราเติบโตมา โดยเฉพาะอย่างยิ่ง หากเราเติบโตมาในครอบครัว ที่เคยมีคนเสพติด ทำให้คุณไม่อยากที่จะยอมรับความจริงที่ว่า เหตุการณ์นี้เกิดขึ้นกับคุณอีกครั้ง และคุณเองก็หลีกเลี่ยงที่จะพูดถึงมัน การหลีกเลี่ยงที่จะตั้งคำถาม หรือ พูดถึงพฤติกรรมการเสพติด เป็นการปฏิเสธ และไม่ยอมรับความจริงในอีกรูปแบบหนึ่ง ซึ่งด้วยพฤติกรรมนี้จะทำให้ผู้เสพติดยังคงภาวะเสพติดต่อไปเรื่อยๆ …

6 พฤติกรรมของคุณที่กำลังช่วยคนที่คุณรัก ให้เสพติด ต่อไป Read More »

สัญญาณเตือนโรคซึมเศร้าแบบศักยภาพสูง

สัญญาณของโรคซึมเศร้า ที่คนปกติอย่างเราก็มีสิทธิเป็น

ความเจ็บปวดที่ซ่อนเร้น: สัญญาณของโรคซึมเศร้าที่คนปกติอย่างเราก็มีสิทธิเป็น คุณอาจจะเป็นคนปกติ มีชีวิตที่ดี สามารถทำงานได้ยอดเยี่ยม และมีความสัมพันธ์ที่ดีกับคนรอบตัว แต่ภายในกลับรู้สึกเหนื่อย รู้สึกแย่ในทุกๆวัน สวนทางกับภายนอกที่คุณกำลังเป็นอยู่ คุณตั้งคำถามกับตัวเองว่า ทำไมภายในจิตใจคุณกลับรู้สึกเศร้า ว่างเปล่า และไม่เข้าใจว่ากำลังเกิดอะไรขึ้นกับตัวของคุณเอง สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณของโรคซึมเศร้าแบบศักยภาพสูง (High-functioning depression) โรคซึมเศร้ามีหลายระดับตั้งแต่ไม่ค่อยแสดงอาการ ไปจนถึงมีอาการที่รุนแรง โดยโรคซึมเศร้าแบบศักยภาพสูง เป็นระดับที่ยากจะวินิจฉัยได้ เนื่องจาก คนที่อยู่ในกลุ่มนี้มักจะรู้สึกว่าตัวเองไม่มีอาการของโรคซึมเศร้า อาทิเช่น รู้สึกเศร้ามากๆ หรือ มีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย พวกเขาสามารถจัดการตนเองและแสดงอารมณ์ได้เหมือนคนปกติทุกอย่าง ทั้งๆที่ภายในอาจรู้สึกขาดแรงจูงใจในการทำอะไรบางอย่าง สิ้นหวัง อย่างไรก็ตามต่อให้ไม่สามารถสังเกตอาการเหล่านี้ได้ โรคซึมเศร้าแบบศักยภาพสูงก็จัดเป็นโรคทางจิตเวชประเภทหนึ่ง ซึ่งสามารถทำการรักษาให้หายได้ วันนี้เรามาชวนทำความเข้าใจถึงสัญญาณของโรคซึมเศร้าแบบศักยภาพสูง จะช่วยทำให้คุณสามารถพิจารณาการเข้ารับการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งโดยสังเกตจากอาการหรือสัญญาณของโรคซึมเศร้าแบบศักยภาพสูงที่มีดังต่อไปนี้ สัญญาณที่ 1 คุณปฎิเสธความรู้สึกที่เป็นอยู่และฝืนให้รู้สึกในแบบที่คุณต้องการ โดยปกติคนที่เป็นโรคซึมเศร้าแบบศักยภาพสูง จะรู้ว่าตัวเองรู้สึกแย่ แม้ว่าพวกเขาจะไม่เข้าใจอย่างแท้จริงว่าเกิดอะไรขึ้นกับพวกเขาก็ตาม ความรู้สึกแย่ที่เกิดขึ้นถูกจัดการด้วยวิธีการ แสร้งทำเป็นรู้สึกดี ซึ่งอันที่จริงแล้วพวกเขารู้สึกเหนื่อยทั้งทางร่างกายและจิตใจกับความพยายามนี้ เนื่องจากต้องใช้พลังงานไปกับการปกปิดความรู้สึกที่แท้จริงเอาไว้ตลอดเวลา บ่อยครั้งคุณอาจรู้สึกหงุดหงิดตัวเองที่ไม่สามารถจัดการความรู้สึกได้ หรือ รู้สึกหงุดหงิดกับคนอื่น ที่ไม่เข้าใจความรู้สึกที่แท้จริงของตัวคุณเอง สัญญาณที่ 2 คุณจะรู้สึกเฉยๆในวันที่เจอเรื่องดีๆ แต่จะรู้สึกแย่มากๆในวันที่เจอเรื่องแย่ๆ โรคซึมเศร้าเกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ไม่ว่าจะเป็น …

สัญญาณของโรคซึมเศร้า ที่คนปกติอย่างเราก็มีสิทธิเป็น Read More »