ผู้ชายเมื่อมีปัญหาสุขภาพจิตมักเก็บซ่อนเอาไว้ไม่บอกใคร

“เป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง” เมื่อต้องเก็บงำปัญหาสุขภาพจิตและเผชิญกับมันอย่างเดียวดาย

“เฮ้ย! เป็นผู้ชายหรือเปล่าวะ” “เเค่นี้ทำไมต้องเศร้าด้วยเหรอ” เป็นทัศนคติผิดๆที่ทำให้ผู้ชายไม่กล้าขอความช่วยเหลือเมื่อตนเองประสบปัญหาที่มีผลกระทบต่อสุขภาพจิต สิ่งที่ตามมาก็คือผู้ชายต้องแบกรับกับความรู้สึกที่เจ็บปวดอย่างเดียวดาย จนทำให้ชีวิตแย่ลงเรื่อยๆ เรามาเปลี่ยนทัศนคติใหม่ว่าผู้ชายที่ยอมรับว่าตนกำลังเผชิญปัญหาสุขภาพจิตและขอความเหลือไม่ได้ทำให้พวกเขาเป็นคนอ่อนแอ แต่กลับทำให้เค้าสามารถกลับมาดำเนินชีวิตได้อย่างสมบูรณ์ในสังคม

เมื่อนักร้องชื่อดัง แห่งวง Linkin Park เชสเตอร์ เบนนิงตัน เสียชีวิตด้วยการฆ่าตัวตายในวัย 41 ปี การจากไปอย่างกระทันหันของเขาสร้างความตกใจให้กับแฟนเพลง และคนใกล้ชิดเป็นอย่างมาก เขาเป็นนักดนตรีที่ประสบความสำเร็จ เป็นที่นับถือ และเชื่อมโยงกับผู้คนทั่วโลก ความคิดที่เขาจะฆ่าตัวตายจึงเป็นเรื่องที่ไม่น่าที่จะเป็นไปได้สำหรับหลายๆ คน  แม้ว่าเขาจะมีประวัติเรื่องของปัญหาด้านจัดการอารมณ์ ซึ่งคนใกล้ชิดได้ให้ข้อมูลว่า เขาได้เริ่มทำการรักษา แต่อย่างไรก็ตาม เชสเตอร์ มองปัญหาเรื่องภาวะซึมเศร้าของเขาเป็นเพียงเรื่องเล็กๆ และ พูดอยู่เสมอๆ ว่า ก็ไม่เห็นเขามีปัญหาอะไร อีกอย่างเขาเป็นผู้ชายด้วย เขาสามารถหาทางออกของเขาเองได้ การสูญเสียที่น่าเศร้าในครั้งนี้ กลายเป็นสิ่งที่สังคมนำมาวิพากวิจารณ์เกี่ยวกับวิกฤตความเป็นชาย และการมีปัญหาสุขภาพจิตในผู้ชาย

ผู้ชายจำนวนมากจมอยู่กับความทุกข์ทรมานจากปัญหาด้านสุขภาพจิต เนื่องจาก ความคิดที่ว่า การยอมรับว่าตัวเองกำลังมีปัญหาด้านสุขภาพจิตเป็นเรื่องที่น่าอับอายสำหรับลูกผู้ชาย ส่งผลให้พวกเขาไม่ยอมหาทางรักษา และแก้ปัญหาโดยการแยกตัวเองออกจากสังคม ทำให้มีปัญหาอื่นๆ ตามมา ได้แก่ การหันมาดื่มเครื่องดื่มแอลกอฮอล์มากขึ้น การใช้สารเสพติด รวมไปถึง การมีภาวะซึมเศร้า และการฆ่าตัวตาย ซึ่งเป็นสาเหตุอันดับต้นๆ ของการเสียชีวิตของเพศชาย

ความเข้าใจผิดเกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพจิต

แม้ว่าในปัจจุบัน ความรู้ความเข้าใจเกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพจิตจะมีมากยิ่งขึ้น เช่น ความรู้ที่ว่าปัญหาด้านสุขภาพจิตต้องทำการรักษาโดยผู้เชี่ยวชาญ เช่นเดียวกับโรคเบาหวาน โรคหัวใจ หรือ โรคมะเร็ง แต่อย่างไรก็ตาม สำหรับบางคน ความรู้สึกอับอายเมื่อตัวเองมีปัญหาด้านสุขภาพจิต ก็ยังมีอยู่ในปัจจุบัน โดยเฉพาะในเพศชาย ซึ่งมีความเข้าใจว่า การมีปัญหาด้านสุขภาพจิต คือ “ความอ่อนแอ” ทำให้พวกเขาต้องทนทุกข์ทรมานกับโรคด้านสุขภาพจิตด้วยตัวเอง โดยไม่ได้กล้าที่จะขอความช่วยเหลือเพื่อเข้ารับการรักษา

ถึงแม้คุณจะทราบดีว่าคุณต้องการความช่วยเหลือเพิ่มเติม ในการเยียวยารักษาปัญหาด้านสุขภาพจิต คุณก็ยังคงพบว่า มันเรื่องที่ยากลำบากที่จะขอความช่วยเหลือ ดังนั้นขอให้คุณรู้ว่า คุณไม่ใช่คนเดียวที่รู้สึกแบบนี้

เพราะเหตุใด คนที่พยายามเข้มแข็ง ไม่บอกใคร ต้องทนทุกข์ทรมาน

ด้วยความคิดฝังหัวว่า เป็นผู้ชายต้องเข้มแข็ง ทำให้ผู้ชายหลีกเลี่ยงที่จะเข้ารับรักษาปัญหาด้านสุขภาพจิต ความคิดแบบโบราณที่ว่า ลูกผู้ชายจะต้องเข้มแข็ง จัดการทุกอย่างได้ เป็นผู้นำ และมีความอดทนอดกลั้น และต้องไม่อ่อนแอให้เห็น ซึ่งอันที่จริงแล้ว ก็ไม่ใช่ความคิดที่เลวร้ายอะไร เพียงแต่เป็นความคิด ที่ทำให้ผู้ชายมีข้อจำกัดในการแสดงออกด้านอารมณ์ หรือ และทำให้พวกเขาเผชิญกับความยากลำบากที่จะเข้ารับรักษาอาการป่วยทางสุขภาพจิตของตนเอง

ในปัจจุบัน ความเข้าใจที่มากขึ้นบวกกับความเปิดกว้างของสังคม ทำให้มีคำพูดที่ว่า “วิกฤตความเป็นชาย”​ (Toxic Masculinity) ซึ่งก็คือ ความคาดหวังของสังคมเกี่ยวกับพฤติกรรม และ การแสดงออกทางอารมณ์ของเพศชาย ที่ทำให้ผู้ชายต้องกดความรู้สึกของตัวเองเอาไว้ ไม่รับรู้และทำความเข้าใจกับความรู้สึกของตัวเอง หรือแม้แต่พูดคุยเกี่ยวกับความรู้สึกของตัวเองกับผู้อื่น ตัวอย่างเช่น ในประเทศอังกฤษ จำนวนเพศชายที่เข้าทำการรักษาอาการทางสุขภาพจิตมีจำนวนน้อยกว่าเพศหญิง และเพศชายมักจะไม่คุยเปิดอกเกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพจิตกับคนในครอบครัว หรือ เพื่อน แต่จะใช้วิธีการเก็บงำเอาไว้และพยายามจัดการความเครียดในแนวทางที่ส่งผลเสียต่อตนเอง เช่น เการใช้ยาเสพติด หรือ การดื่มแอลกอฮอล์ ทำให้อาการทางสุขภาพจิตที่ไม่ได้รับการรักษาแย่ลงเรื่อยๆ

คุณไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว: ปัญหาสุขภาพจิตของเพศชาย

แม้ว่า ทั้งเพศชายและเพศหญิงจะได้รับผลกระทบทางสุขภาพจิตเหมือนๆ กัน แต่ความแตกต่างก็คือ เพศชาย มักจะมีปัญหาด้านสุขภาพจิตเนื่องจากการใช้สารเสพติดมากกว่าเพศหญิง รวมไปถึงพฤติกรรมการต่อต้านสังคมด้วย ผู้ชายมักจะมีปัญหาจากการเสพติดร่วมกับปัญหาด้านสุขภาพจิต เช่น โรควิตกกังวล หรือ โรคซึมเศร้า เป็นต้น 

นอกจากนั้นปัญหาอื่นๆ ที่ส่งผลกระทบกับเพศชายได้แก่

  • โรควิตกกังวล
  • โรคสมาธิสั้น (ADD/ADHD)
  • โรคอารมณ์สองขั้ว
  • โรคบุคลิกภาพผิดปกติ
  • โรคซึมเศร้า
  • โรคการกินแบบผิดปกติ
  • โรคย้ำคิดย้ำทำ (OCD)

อาการของปัญหาด้านสุขภาพจิต

คุณอาจจะสงสัยว่า อาการที่คุณเป็นอยู่จัดว่าเป็นสัญญาณของปัญหาด้านสุขภาพจิตหรือไม่ บางครั้งอาจเป็นเรื่องยากที่จะแยกแยะว่า อาการที่เราเป็นอยู่ เป็นเพียง ความเครียด ความรู้สึกสูญเสีย หรือ ความรู้สึกโกรธที่เกิดขึ้นทั่วไป หรือ สัญญาณของปัญญาด้านสุขภาพจิต สัญญาณต่อไปนี้เป็นสัญญาณที่กำลังบอกว่าคุณอาจมีปัญหาด้านสุขภาพจิต

  • รู้สึกถึงความเปลี่ยนแปลงของระดับพลังงาน อารมณ์ และความรู้สึกอยากอาหาร
  • รู้สึกโกรธ หงุดหงุด และโมโหง่าย
  • มีความรู้สึกเครียด และกังวลมากขึ้น
  • ดื่มเหล้า หรือใช้สารเสพติดแบบผิดวิธี
  • รู้สึก เฉยๆ หรือ รู้สึกสังกะตาย
  • มีปัญหาด้านการนอน (นอนไม่หลับ หรือ นอนมากเกินไป)
  • มีความคิดเกี่ยวกับการฆ่าตัวตาย
  • มีผลกระทบด้านร่างกาย โดยไม่มีสาเหตุ เช่น รู้สึกปวดเมื่อย ปวดหัว หรือ มีปัญหาเกี่ยวกับระบบการย่อยอาหาร
  • รู้สึกเศร้า และสิ้นหวัง ตลอดเวลา
  • เอาตัวเองไปเกี่ยวข้องกับกิจกรรมที่มีความเสี่ยง

การไม่เยียวยารักษา ปัญหาด้านสุขภาพจิต อาจส่งผลเสียต่อความสัมพันธ์ส่วนตัว และ ความสัมพันธ์ทางด้านการทำงาน รวมไปถึง ผลเสียต่อสุขภาพร่างกายด้วย หากคุณสังเกตว่าตัวเองมีอาการดังกล่าวข้างต้น การเข้าพบพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญเพื่อทำการบำบัดรักษาจึงเป็นเรื่องที่จำเป็นอย่างยิ่ง 

การเยียวยารักษา

หากคุณมีความสงสัยว่าคุณอาจมีปัญหาด้านสุขภาพจิต ไม่แปลกเลยที่คุณจะมีความรู้สึกไม่มั่นใจ และไม่รู้ว่าจะต้องทำอย่างไรต่อไป ซึ่งหลายคนหันไปใช้ยาเสพติด หรือ ดื่มแอลกอฮอล์ ในการจัดการกับปัญหาเหล่านี้แทนที่จะขอความช่วยเหลือ ซึ่งด้วยวิธีการนี้ นำไปสู่ปัญหาการเสพติด และทำให้ปัญหาที่มีอยู่แย่ลง และยากที่จะเยียวยารักษาต่อไป

มีวิธีการเยียวยารักษาปัญหาด้านสุขภาพจิตมากมาย ซึ่งคนส่วนมากมักใช้วิธีการเข้าพูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญ ซึ่งเป็นวิธีการที่ดีในในผู้เชี่ยวชาญช่วยวินัจฉัยและยืนยันข้อสันนิษฐานเกี่ยวกับปัญหาด้านสุขภาพจิตที่เป็นอยู่ ว่าเป็นจริงหรือไม่ รวมไปถึงหารือเกี่ยวกับวิธีการในการรักษาต่อไป

สำหรับเพื่อน และ ครอบครัว เป็นบุคคลใกล้ชิดที่มีบทบาทสำคัญที่จะช่วยให้กำลังใจ และ สนับสนุนให้ผู้ป่วยผ่านกระบวนการรักษาได้อย่างสำเร็จ สิ่งที่สำคัญก็คือ ผู้ชายควรที่จะต้องทำความเข้าใจว่า การเข้ารับการช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญ เพื่อให้เรากลับมามีสุขภาพที่ดี มีชีวิตที่มีความสุข ไม่ใช่เรื่องที่น่าอายแต่อย่างใด 

ออกจากวังวนเดิมๆและเริ่มต้นชีวิตใหม่ที่สดใส ที่ ศูนย์สุขภาพจิต เดอะดอว์น เชียงใหม่

ศูนย์สุขภาพจิต เดอะดอว์น เชียงใหม่ให้การรักษาสุขภาพจิตเพื่อให้คุณเริ่มต้นชีวิตที่สดใสอย่างยั่งยืน

เดอะดอว์น เชียงใหม่ เป็นศูนย์รักษาและฟื้นฟูสุขภาพจิต เรามีเป้าหมายที่จะช่วยสนับสนุนให้ผู้เข้ารับการรักษา ได้บำบัด เยียวยา รวมถึงสามารถเปลี่ยนแปลงชีวิตไปในทางที่ดีขึ้น เรามีแผนการรักษาที่ออกแบบโดยเฉพาะสำหรับแต่ละบุคคล เพื่อให้แน่ใจว่า ทุกท่านได้รับการรักษาที่มีประสิทธิภาพสูงสุด และหายจากปัญหาทางสุขภาพจิตได้อย่างยั่งยืน

เมื่อพูดถึงปัญหาด้านสุขภาพจิต เราทราบดีว่า วิธีที่จะใช้ในการรักษาจะต้องเป็นวิธีที่เสริมสร้าง

ความเข้มแข็งให้ทั้งทางจิตใจและร่างกายไปพร้อมกัน ทีมงานของเราได้ออกแบบแผนการรักษาที่ผสมผสานระหว่างศาสตร์ตะวันตก และศาสตร์ทางตะวันออก เพื่อช่วยให้คุณสามารถสร้างพฤติกรรม และมีวิธีในการจัดการกับปัญหาทางสุขภาพจิตของคุณได้ เมื่อเข้ารับการรักษากับเรา สิ่งที่คุณจะได้รับเป็นอย่างน้อยได้แก่

    • มีความเข้าใจเกี่ยวกับอาการป่วยของคุณอย่างลึกซึ้งขึ้น
    • สอนทักษะในการจัดการปัญหาของคุณ

ทำไมจึงต้องเข้ารับการรักษาที่ ศูนย์รักษาสุขภาพจิต เดอะดอว์น

ปัจจัยด้านความเครียด ความวิตกกังวล และการมีเวลาส่วนตัวที่มีไม่มากนัก ส่งผลต่ออาการของปัญหาด้านสุขภาพจิต ศูนย์รักษาโรคซึมเศร้า เดอะดอว์น ได้รับใบอนุญาตประกอบกิจการจากกระทรวงสาธารณสุข ศูนย์ของเราตั้งอยู่ริมแม่น้ำปิง นอกตัวเมืองเชียงใหม่ ศูนย์ของเราเงียบสงบ ห่างไกลจากปัจจัยกระตุ้นต่างๆ ในชีวิตประจำวัน คุณจะได้สัมผัสกับ ความสวยงามของธรรมชาติ และเข้าถึงสิ่งอำนวยความสะดวกภายในศูนย์ต่างๆ ไม่ว่าสระว่ายน้ำ และฟิตเนส นอกจากนี้ผู้เข้าทำการบำบัดรักษาทุกท่านจะมีห้องพักส่วนตัว และได้รับการดูแลตลอด 24 ชั่วโมง จากผู้เชี่ยวชาญของเรา ช่วยให้คุณสามารถโฟกัสกับการรักษาปัญหาด้านสุขภาพจิตของคุณได้อย่างมีประสิทธิภาพ

หากคุณกำลังเผชิญกับปัญหาด้านสุขภาพจิต อย่ากลัวที่จะพูดคุยกับใครสักคนเพื่อหาทางออกเพื่อหาทางรักษาอาการป่วยนั้น การมีสุขภาพจิตที่แข็งแรงและความสุขในชีวิต สามารถสร้างได้ด้วยตัวของคุณเอง ติดต่อผู้เชี่ยวชาญของเราวันนี้ เพื่อขอทราบข้อมูลเกี่ยวกับแผนการรักษา เพื่อให้คุณกลับมาเริ่มต้นใช้ชีวิตที่สดใสได้อีกครั้ง

Scroll to Top

ให้เราช่วยคุณเริ่มต้นการเดินทางสู่สุขภาวะที่ดีตั้งแต่วันนี้

โทร: 083 204 8384