หากคุณกำลังเผชิญกับความเหงาที่รู้สึกค้างติ่งอยู่ภายในจิตใจไม่หายไปแม้อยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย นี้อาจเป็นสัญญาณของปัญหาสุขภาพจิต

ความเหงาไม่รู้หายอาจเป็นสัญญาณที่บอกได้ว่า…คุณกำลังมีปัญหาสุขภาพจิต

ผลพวงจากการระบาดของโรคโควิด-19 ที่ส่งผลให้เกิดการล็อกดาวน์ ทำให้ผู้คนต้องห่างเหินกันไปโดยปริยายเป็นเวลาหลายต่อหลายเดือน ปีนี้จึงดูเหมือนจะเป็นปีอันแสนเงียบเหงาสำหรับคนจำนวนมาก ถึงแม้จะเริ่มมีการคลายล็อกให้ผู้คนกลับมาใช้ชีวิตกันตามปกติได้แล้วก็ตาม และคุณก็ได้มีเวลาออกไปพบเจอผู้คนและออกไปทำกิจกรรมต่างๆ แต่คุณก็รู้สึกว่าความเหงาของคุณไม่ได้จางหายไป คุณก็อาจจำเป็นต้องทำอะไรบางอย่าง เพื่อให้สุขภาพจิตของคุณกลับมาเป็นปกติดังเดิม

เราทุกคนต่างก็เคยรู้สึกเหงาหรือโดดเดี่ยวในจุดใดจุดหนึ่งของชีวิตกันทั้งนั้น และคนส่วนใหญ่ก็มักจะต้องต่อสู้กับความรู้สึกนี้ ในช่วงระยะเวลาหลายเดือนของการล็อคดาวน์เนื่องจากการระบาดของโรคโควิด-19 ที่จริงแล้ว ความเหงาถือเป็นการตอบสนองทางจิตใจที่เป็นเรื่องปกติ เมื่อต้องเจอกับการแยกตัวและความโดดเดี่ยว ความเหงากระตุ้นให้เราแสวงหาการอยู่ร่วมกับผู้อื่น เพื่อที่จะเติมเต็มความต้องการที่มีมาแต่กำเนิดในตัวมนุษย์ทุกคน ในการมีปฏิสัมพันธ์และการสื่อสารกับคนอื่น แต่หากสิ่งที่เกิดขึ้นก็คือ ความรู้สึกว่างโหวงภายในใจที่ไม่อาจเติมเต็มได้ แม้จะกลับมาอยู่ท่ามกลางเพื่อนฝูงและผู้คนมากมายอีกครั้งก็ตาม หรือหากคุณพบว่าคุณไม่สามารถจะมีปฎิสัมพันธ์กับคนอื่นได้อย่างที่เคยเป็น สิ่งเหล่านี้อาจเป็นสัญญาณทางสุขภาพจิตที่บอกว่า บางสิ่งบางอย่างที่ลึกซึ้งไปกว่านั้นกำลังเกิดขึ้นกับคุณ

ต่างบุคลิก ผลกระทบของความเหงาก็ต่างกัน

เมื่อพูดถึงบุคลิกภาพประเภทต่างๆ ของแต่ละคน คุณอาจคิดเอาเองว่าคนที่เป็นอินโทรเวิร์ต (Introvert) หรือบุคลิกภาพแบบชอบเก็บตัว มักจะมีปัญหากับความเหงามากกว่า เนื่องจากคนพวกนี้มักจะไม่ค่อยชอบออกสังคม แต่ที่จริงแล้วคนที่มีบุคลิกภาพแบบเอ็กซ์โทรเวิร์ต (Extrovert) หรือพวกที่ชอบเข้าสังคมมีแนวโน้มที่จะรู้สึกเหงาได้มากกว่าคนที่ชอบเก็บตัว พวกที่ชอบเข้าสังคมจะได้รับพลังงานจากการมีปฏิสัมพันธ์ทางสังคม และจะรู้สึกสดชื่นมีพลังเมื่อมีผู้คนอยู่รอบตัว ลักษณะบุคลิกภาพแบบนี้มีโอกาสที่จะทำให้เกิด “จิตตก” หรือหดหู่ได้มากกว่าเวลาที่ต้องอยู่คนเดียว

แต่นั่นก็ไม่ได้หมายความว่าพวกที่ชอบเก็บตัวไม่รู้สึกถึงความเหงา ถึงแม้พวกที่ชอบเก็บตัวจะรู้สึกสบายดีเวลาที่อยู่ตามลำพังในสถานการณ์ปกติ หากมีความรู้สึกที่ขาดหายไป หรือขาดการเชื่อมโยงโดยสิ้นเชิงกับคนอื่น โดยเฉพาะกับเพื่อนและครอบครัว นี่ก็อาจบ่งชี้ได้ว่าความเหงากำลังครอบงำพวกเขาอยู่

จะบอกได้อย่างไรว่า..ตัวเองกำลังเหงาเรื้อรัง

สำหรับบางคน ความเหงาเรื้อรังเป็นภาวะที่สามารถระบุได้อย่างง่ายดาย แต่สำหรับบางคนแล้ว อาจเป็นเรื่องยากที่จะระบุได้ว่าเกิดอะไรขึ้น การทำความคุ้นเคยกับสัญญาณของความเหงา จะสามารถช่วยให้คุณแยกแยะและบ่งชี้ได้ว่า อะไรที่กำลังให้คุณรู้สึกไม่สบายใจ 

และต่อไปนี้คือสัญญาณที่เป็นไปได้ของความเหงาเรื้อรัง

  • ความรู้สึกที่ขาดการเชื่อมโยงกับคนอื่น คุณออกไปข้างนอกกับเพื่อนๆ กับผู้คนที่คุณเคยชอบเคยสนุกด้วย แต่คุณกลับรู้สึกว่าคุณไม่ได้ชอบอะไรเหมือนกัน หรือไม่มีอะไรที่จะทำกับคนเหล่านั้นได้ การมีปฏิสัมพันธ์ของคุณอาจกระอักกระอ่วน หรือรู้สึกเหมือนถูกบังคับ และคุณไม่รู้สึกเติมเต็มจากการอยู่กับคนเหล่านั้น คุณอาจสังเกตได้ว่าคุณไม่เคยมีปัญหานี้มาก่อน แต่ตอนนี้กลับไม่รู้เลยว่าจะแก้ปัญหานี้อย่างไร
  • คุณไม่มีคนที่คุณรู้สึกใกล้ชิดสนิทสนมด้วย คุณดูเหมือนจะมีความสัมพันธ์กับผู้คน แต่กลับไม่มีเพื่อนสนิท หรือสนิทสนมกับสมาชิกในครอบครัวคนไหนเลย คุณรู้สึกว่าไม่มีใครที่รู้จักคุณจริงๆ หรือทุ่มเทในความสัมพันธ์อย่างจริงใจกับคุณ
  • มีอาการหลับๆ ตื่นๆ ไม่สามารถนอนหลับได้ยาวแบบรวดเดียว การศึกษาแสดงให้เห็นว่าความเหงาทำให้คนเราตื่นขึ้นกลางดึกหลายครั้ง ทำให้นอนหลับไม่สนิทหรือหลับๆ ตื่นๆ ส่งผลให้รู้สึกอ่อนเพลียและเกิดอาการซึมเศร้า ซึ่งเป็นเรื่องที่พบได้บ่อยในคนที่รู้สึกเหงา
  • ความรู้สึกโดดเดี่ยวในเวลาที่ไม่ได้โดดเดี่ยว คุณอยู่ท่ามกลางผู้คนมากมาย ไม่ว่าจะบนรถโดยสาร ในที่ทำงาน ในการประชุม หรือกำลังดูการแข่งกีฬา แต่คุณก็ยังรู้สึกเหงาและแยกตัวออกจากผู้คนที่อยู่รอบข้างคุณ
  • ผูกติดกับสิ่งของ ของตัวเองอย่างหนัก เมื่อสิ่งของบางอย่างเริ่มมีความสำคัญต่อคุณมากขึ้น มันอาจเป็นสัญญาณว่า คุณกำลังพยายามชดเชยการขาดความสัมพันธ์ของคุณผ่านทางสิ่งที่เป็นวัตถุ
  • โหยหาความอบอุ่น หากคุณหมกมุ่นอยู่กับการแช่อ่างอาบน้ำอุ่นสบาย การดื่มชาหรือกาแฟร้อนควันกรุ่น หรือชอบหมกตัวอยู่ใต้ผ้าห่ม คุณอาจไม่ได้หนาวหรอก แต่กำลังเหงาต่างหาก งานวิจัยชี้ว่าคนที่ขาด “ความอบอุ่นทางสังคม” มักจะพยายามหาความอบอุ่นจากหนทางอื่น
  • รู้สึกอ่อนเพลียในยามออกสังคม หากคุณรู้สึกว่าต้องใช้ความพยายามอย่างหนักในการออกไปกินข้าวกับเพื่อน ไปดูหนัง หรือแม้แต่คุยโทรศัพท์กับคนอื่น นี่ก็อาจเป็นสัญญาณของความเหงา ความรู้สึกนี้มักมาคู่กับความรู้สึกซึมเศร้า สงสัยในตัวเอง หรือขาดสำนึกถึงคุณค่าของตัวเอง
  • เริ่มหรือเพิ่มการใช้สิ่งเสพติด ความเหงาสามารถนำไปสู่การใช้สิ่งเสพติดเพิ่มขึ้น จนถึงจุดของการพึ่งพิงสิ่งเสพติด หากคุณพบว่าตัวเองเริ่มแหกกฎที่ตัวเองเคยตั้งไว้ (เช่น “ฉันรู้ว่าฉันเคยบอกว่าจะไม่ดื่มคนเดียว แต่…”) คุณก็อาจควรต้องเริ่มใส่ใจในความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ระหว่างการขาดปฏิสัมพันธ์ทางสังคมกับการใช้สิ่งเสพติด

ความเหงาที่เกิดขึ้นในช่วงเวลาสั้นๆ จะสามารถหายไปได้หลังได้ใช้เวลาดีๆ กับคนที่คุณรัก เป็นเรื่องปกติของชีวิต แต่ความเหงาที่ยาวนานสามารถส่งผลกระทบอย่างมากต่อสุขภาพกาย และสุขภาพจิตของคนผู้นั้นได้

ความเหงากับผลกระทบต่อสุขภาพ

ความเหงาสามารถส่งผลกระทบในระยะยาวได้ทั้งร่างกายและจิตใจ ความรู้สึกเหงาทำให้ระดับของฮอร์โมนคอร์ติซอล หรือฮอร์โมนความเครียดเพิ่มขึ้น และในขณะเดียวกันก็กระตุ้นผลข้างเคียงหลายอย่างที่สัมพันธ์กัน เช่น น้ำหนักเพิ่มขึ้น เกิดอาการอักเสบในร่างกาย มีปัญหาในการรวบรวมสมาธิ และอื่นๆ

ความเหงายังเชื่อมโยงกับปัญหาสุขภาพจิตหลักๆ อย่างเช่น โรคซึมเศร้า เพิ่มความเสี่ยงในการใช้สิ่งเสพติด ทำให้เกิดความดันโลหิตสูง โรคหัวใจ และความผิดปกติในการนอน

ความรู้สึกเหงายังอาจส่งผลกระทบต่อการรับรู้ของสมอง โดยมีความเชื่อมโยงที่เป็นไปได้ในการเกิดโรคสมองเสื่อมและปัญหาความทรงจำ และเกิดความเหงาและรู้สึกโดดเดี่ยวอย่างต่อเนื่อง ปัญหาสุขภาพเหล่านี้ทำให้เห็นชัดเจนว่า เราควรต้องรับมือกับความเหงา ในฐานะที่มันอาจทำให้เกิดผลกระทบที่ร้ายแรงตามมาได้

วิธีต่อสู้กับความเหงาและเสริมสุขภาพจิตให้แข็งแรง

ในการต่อสู้กับความเหงา และหยุดความโดดเดี่ยวทางสังคม คุณต้องมีการปรับเปลี่ยนพฤติกรรมเกี่ยวกับวิธีการออกสังคมของคุณ ต่อไปนี้เป็นคำแนะนำสองสามอย่างที่จะช่วยให้คุณเริ่มต้นเชื่อมโยงกับคนอื่นได้อีกครั้ง

  • ออกไปนอกบ้าน และออกกำลังกาย 

หากความเหงาของคุณทำให้คุณรู้สึกอ่อนเพลียและซึมเศร้า หนึ่งในสิ่งแรกๆ ที่คุณสามารถทำได้ก็คือออกไปนอกบ้าน ใช้เวลาอยู่ท่ามกลางแสงแดดอ่อนๆ และออกกำลังกาย นี่จะช่วยเพิ่มระดับของเอนดอร์ฟินส์ และเซโรโทนินในสมอง สารสื่อประสาทที่ทำให้ “รู้สึกดี” เหล่านี้สามารถทำให้คุณมีเรี่ยวแรงและรู้สึกดีขึ้นได้

  • พาตัวเองออกไปอยู่ท่ามกลางผู้คน

เราทุกคนต่างรู้จักคำพูดที่ว่า “ยิ่งฝึกก็ยิ่งเก่ง” และถึงแม้เราอาจไม่เคยคิดถึงการนำคำพูดนี้มาใช้ในเรื่องการออกสังคม แต่สิ่งนี้ก็สามารถใช้ได้จริงๆ ลองหาเรื่องออกนอกบ้านไปอยู่กับเพื่อนๆ และพูดคุยกันอย่างสม่ำเสมอ ทำงานอาสาสมัคร หรือสมัครเข้าคลาสอะไรก็ได้ จำไว้ว่าคุณอาจต้องใช้เวลาสักพักกว่าที่คุณจะรู้สึกผ่อนคลายได้อีกครั้งในยามออกสังคม การหลุดออกจากความเหงาเป็นกระบวนการในการเยียวยาตนเอง และการเยียวยาก็ต้องใช้เวลา

  • พูดคุยในสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่

หากคุณมีเพื่อนสนิท หรือสมาชิกครอบครัวที่คุณสามารถเปิดใจได้ ลองพูดคุยถึงความรู้สึกของคุณกับพวกเขา และให้พวกเขารับรู้ในสิ่งที่คุณต้องการ เป็นไปได้ว่าพวกเขาอาจไม่ได้รู้เลยถึงสิ่งที่คุณกำลังเผชิญอยู่ และอาจไม่รู้สึกถึงความห่างเหินแบบเดียวกันกับที่คุณกำลังรู้สึกกับพวกเขา หากนี่เป็นเรื่องยาก และคุณไม่ใกล้ชิดสนิทสนมกับใครเลย ก็ถึงเวลาแล้วที่จะขอความช่วยเหลือจากผู้เชี่ยวชาญทางด้านสุขภาพจิต เพื่อรับคำแนะนำ และแนวทางการรักษาที่เหมาะสม

เอาชนะปัญหาสุขภาพจิตได้ที่ เดอะดอว์น เชียงใหม่

ศูนย์สุขภาพจิต เดอะดอว์น เชียงใหม่มีหลักสูตรรักษาสุขภาพจิตที่ช่วยให้คุณฟื้นฟูจากความเหงาเรื้อรังและกลับมาใช้ชีวิตอย่างมีความสุขในสังคมอีกครั้ง

หากคุณทุกข์ทรมานอยู่กับความรู้สึกเหงา และขาดการเชื่อมโยงกับคนอื่นมาสักพักใหญ่ๆ แล้ว และรู้สึกว่าต้องการความช่วยเหลือเป็นพิเศษในการสร้างสัมพันธภาพขึ้นมาใหม่ เดอะดอว์นสามารถช่วยคุณได้ เราเป็นศูนย์สุขภาพจิต เอกชน ซึ่งตั้งอยู่ที่จังหวัดเชียงใหม่ เรามีโปรแกรมการรักษาแบบอยู่ประจำสำหรับผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตหลากหลายประเภท รวมถึงผู้ที่มีปัญหาติดยาเสพติด เราเชี่ยวชาญในการรักษาภาวะโรคร่วม (Co-occurring Disorder) หรือโรคทางจิตใจที่เกิดร่วมกับการติดยาเสพติด ดังนั้น หากความโดดเดี่ยวของคุณเกี่ยวเนื่องกับปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ หรือความเครียดจากความเหงาทำให้คุณหันไปพึ่งพายาเสพติด เหล้า หรือการพนัน เราสามารถช่วยให้คุณเข้าใจและเอาชนะปัญหาเหล่านี้ได้

เดอะดอว์นจำกัดผู้รับการรักษาเพียงแค่ 25 คนต่อครั้ง เพื่อทำให้การดูแลนั้นเข้าถึงรายบุคคล และทำให้ทุกคนรู้สึกถึงการเป็นชุมชนอันอบอุ่น ที่สามารถพึ่งพากันได้นับตั้งแต่วินาทีแรกที่คุณเข้ามาถึง ทุกคนที่เดอะดอว์นต่างรู้จักและสนิทสนมกันเป็นอย่างดี และผู้รับการรักษาสามารถขอรับความช่วยเหลือจากทีมงานของเราได้ทุกเมื่อที่ต้องการ

หากคุณสนใจเข้ารับการรักษาแบบอยู่ประจำ โทรหาเราวันนี้ เจ้าหน้าที่ฝ่ายแรกรับของเราจะคอยให้ความช่วยเหลือคุณในทุกๆขั้นตอน ให้เราช่วยคุณสร้างสายสัมพันธ์กับคนอื่นขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง และก้าวไปสู่ชีวิตที่สุขภาพดีและมีความสุขยิ่งขึ้น

Scroll to Top

ให้เราช่วยคุณเริ่มต้นการเดินทางสู่สุขภาวะที่ดีตั้งแต่วันนี้

โทร: 083 204 8384