นักธุรกิจประสบปัญหาการควบคุมความอยากดื่มเหล้าแต่สามารถทำงานได้ปกติ

ดื่มเหล้าทุกวัน แต่ยังทำงานได้ปกติ
นี่เราติดเหล้ารึปล่าว ทำความรู้จักผู้ที่ติดเหล้าประเภทศักยภาพสูง

หลายคนมักมีความเชื่อเดิมๆ ว่า ผู้ที่มีปัญหาติดแอลกอฮอล์จะต้องมีสภาพร่างกายทรุดโทรม ไม่ทำงานทำการ ไร้บ้าน หรือแสดงอาการเมาขาดสติให้เห็นตลอดเวลา แต่ในความเป็นจริงแล้ว ยังมีผู้ป่วยอีกกลุ่มหนึ่งที่เรียกว่า ผู้ติดเหล้าศักยภาพสูง (High-Functioning Alcoholics) ซึ่งมักเป็นคนที่มีหน้าที่การงานมั่นคง มีการศึกษาสูง มีความรับผิดชอบดี และดูภายนอกเหมือนคนปกติทั่วไปทุกอย่าง ทว่าเบื้องหลังชีวิตประจำวันกลับดื่มสุราในปริมาณมากอย่างต่อเนื่อง จนเริ่มเกิดภาวะติดสุราโดยไม่รู้ตัว

แม้ผู้ป่วยกลุ่มนี้จะสามารถจัดการชีวิตประจำวันได้ราบรื่น แต่ผลกระทบจากแอลกอฮอล์ก็ยังคงสะสมและทำลายสุขภาพกาย สุขภาพจิต รวมถึงความสัมพันธ์กับคนรอบข้างทีละน้อย การทำความเข้าใจเกี่ยวกับภาวะนี้จึงเป็นสิ่งสำคัญที่จะช่วยหยุดยั้งปัญหาก่อนจะสายเกินไป

1. สัญญาณเตือนที่บอกว่า คุณหรือคนใกล้ชิดอาจเป็นผู้ติดเหล้าศักยภาพสูง

การสังเกตว่าใครติดเหล้าไม่ได้วัดกันที่ปริมาณเพียงอย่างเดียว แต่ดูที่ความสามารถในการควบคุมตนเองและการพึ่งพาแอลกอฮอล์ทางจิตใจและร่างกาย หากคุณกำลังสงสัยว่าตนเองหรือคนในครอบครัวเข้าข่ายภาวะนี้หรือไม่ ลองพิจารณาจากพฤติกรรมต่อไปนี้

  • ดื่มแอลกอฮอล์แทนมื้ออาหาร: มักไม่ค่อยรับประทานอาหารตามปกติ แต่เลือกใช้มื้ออาหารหรือการเข้าสังคมเป็นข้ออ้างในการดื่ม
  • ไม่ค่อยแสดงอาการเมาค้าง: ร่างกายเริ่มมีความทนต่อแอลกอฮอล์ (Tolerance) สูงขึ้น ทำให้ดื่มปริมาณมากได้โดยไม่แสดงอาการเมาให้เห็นในวันถัดไป
  • เริ่มหงุดหงิดเมื่อไม่ได้ดื่ม: เกิดความรู้สึกกระสับกระส่าย วิตกกังวล หรืออารมณ์เสียทันทีเมื่ออยู่ในสถานที่ที่ไม่มีเครื่องดื่มแอลกอฮอล์
  • ควบคุมปริมาณไม่ได้: แม้จะตั้งใจดื่มเพียงแก้วหรือสองแก้ว แต่สุดท้ายมักจบลงด้วยการดื่มหนักจนเมา และมักพูดว่า “ขออีกแก้วเดียว” เสมอ
  • แอบซ่อนเครื่องดื่มแอลกอฮอล์: มีพฤติกรรมซ่อนขวดเหล้าไว้ตามจุดต่างๆ เช่น ในรถ โต๊ะทำงาน หรือห้องนอน เพื่อแอบดื่มคนเดียวโดยไม่ให้คนอื่นรู้
  • มีช่วงเวลาดื่มจนจำอะไรไม่ได้ (Blackout): เคยเผชิญภาวะความจำขาดหายไปชั่วคราวหลังจากการดื่มหนัก
  • ปฏิเสธและโกรธเมื่อถูกถาม: หากมีคนทักหรือถามเกี่ยวกับพฤติกรรมการดื่ม มักจะแสดงอาการโกรธ ปฏิเสธ หรือพยายามเปลี่ยนเรื่องคุยทันที

2. ปัจจัยเสี่ยงและสาเหตุที่ทำให้เกิดภาวะติดสุรา

การติดเหล้าเกิดจากการดื่มปริมาณมากต่อเนื่องจนเข้าไปเปลี่ยนแปลงระดับสารเคมีในสมอง สมองจะเริ่มเสพติดความรู้สึกผ่อนคลายจากการดื่ม และเมื่อฤทธิ์แอลกอฮอล์หมดลง ร่างกายจะส่งสัญญาณความเครียดและความไม่สบายตัว ทำให้ผู้ป่วยต้องกลับไปดื่มซ้ำเพื่อปรับอารมณ์ให้รู้สึกเป็นปกติ โดยปัจจัยเสี่ยงหลักๆ ได้แก่:

  1. ปริมาณการดื่มที่เสี่ยงสูง: การดื่มมากกว่า 12-15 ดื่มมาตรฐานต่อสัปดาห์ หรือการดื่มหนักแบบครั้งเดียวมากๆ (Binge Drinking)
  2. ปัญหาสุขภาพจิตที่ซ่อนอยู่: ผู้ที่มีสภาวะวิตกกังวล ภาวะซึมเศร้า หรือเครียดสะสมจากงาน มักใช้แอลกอฮอล์เป็นกลไกการรับมือ (Coping Mechanism)
  3. ปัจจัยทางพันธุกรรมและครอบครัว: การมีประวัติคนในครอบครัวติดสุรา หรือเติบโตมาในสภาพแวดล้อมที่มองว่าการดื่มเหล้าหนักเป็นเรื่องปกติ
  4. การเห็นคุณค่าในตนเองต่ำ (Low Self-Esteem): ใช้การดื่มเพื่อสร้างความมั่นใจในการเข้าสังคมหรือกลบความรู้สึกไม่มั่นคงภายในใจ

3. ระดับความรุนแรงของอาการติดเหล้า

ภาวะติดแอลกอฮอล์เป็นโรคเรื้อรังทางจิตเวชชนิดหนึ่งที่มีพัฒนาการของโรคเรื้อรังไปตามเวลา หากไม่ได้รับการบำบัดรักษาอย่างถูกวิธี โดยแบ่งออกเป็น 4 ระดับ ดังนี้

ระดับของอาการ ลักษณะพฤติกรรมและผลกระทบที่เกิดขึ้น
ระดับที่ 1: ยับยั้งใจไม่ได้ ไม่สามารถควบคุมปริมาณการดื่มได้เมื่อเริ่มแก้วแรก
มักดื่มหนักช่วงวันหยุดเพื่อตั้งใจให้เมา
ระดับที่ 2: ใช้เหล้าแก้ปัญหา เริ่มใช้แอลกอฮอล์เป็นเครื่องมือคลายเครียดหรืออ้างโอกาสต่างๆ ในชีวิตเพื่อดื่มบ่อยขึ้นวง
ระดับที่ 3: พฤติกรรมเปลี่ยนไปหา เริ่มแยกตัวออกจากสังคม เลี่ยงการเจอครอบครัว
เพื่อปิดบังพฤติกรรมการดื่มของตนเองยขึ้นวง
ระดับที่ 4: ร่างกายเริ่มถูกทำลาย สุขภาพกายเสื่อมโทรม ตับถูกทำลาย ความดันโลหิตสูง แต่ยังคงปฏิเสธและอ้างว่าทำงานได้

4. ผลกระทบต่อความสัมพันธ์และพฤติกรรมพึ่งพา (Codependency)

ปัญหาติดเหล้าเรื้อรังไม่ได้ส่งผลเสียแค่ตัวผู้ป่วยเท่านั้น แต่ยังสร้างบาดแผลทางใจให้คนใกล้ชิด โดยเฉพาะลูกที่เติบโตมาในครอบครัวผู้ติดสุรา ซึ่งมักประสบปัญหาขาดความมั่นใจในตนเอง และกลัวความสัมพันธ์

นอกจากนี้ คนในครอบครัวมักเกิดพฤติกรรมที่เรียกว่า ภาวะพึ่งพา (Codependency) คือการที่คนรักพยายามช่วยเหลือผู้ป่วยทุกทางด้วยความหวังดี เช่น ให้เงินตามใจ ทำหน้าที่แทน หรือคอยออกรับแทนเมื่อเกิดเรื่องเสียหาย แม้จะทำด้วยความห่วงใย แต่พฤติกรรมเหล่านี้กลับเป็นการสร้างข้ออ้างให้ผู้ป่วยดื่มต่อไปเรื่อยๆ การปล่อยให้ผู้ป่วยได้เรียนรู้และรับผิดชอบผลกระทบจากการกระทำของตนเองอย่างมีขอบเขต จึงเป็นขั้นตอนสำคัญที่จะช่วยกระตุ้นให้ผู้ป่วยยินยอมเข้ารับการรักษา

5. วิธีพูดคุยให้ผู้ติดสุรายินยอมเข้ารับการบำบัดรักษา

ผู้ติดเหล้าศักยภาพสูงมักมีเกราะป้องกันตนเองสูงและไม่ยอมรับว่าตนเองป่วย การเปิดใจพูดคุยจึงต้องใช้ศิลปะและความเข้าใจ

  • เลือกช่วงเวลาที่เหมาะสม: สื่อสารในเวลาที่ผู้ป่วยสงบและไม่มีฤทธิ์แอลกอฮอล์อยู่ในร่างกาย
  • ใช้ความห่วงใยแทนการตำหนิ: เน้นพูดถึงความรู้สึกและผลกระทบต่อสุขภาพ โดยไม่ใช้อารมณ์ตัดสินหรือต่อว่า
  • เตรียมข้อมูลการรักษาให้พร้อม: นำเสนอทางเลือกและแนวทางการรักษาที่ปลอดภัย เพื่อให้ผู้ป่วยเห็นภาพว่าการบำบัดไม่ใช่เรื่องน่ากลัว
  • ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญก่อนเริ่มคุย: หากกังวลว่าจะเกิดการปะทะ สามารถขอคำแนะนำจากจิตแพทย์หรือนักบำบัดเพื่อวางแผนบทสนทนาอย่างถูกต้อง

6. ฟื้นฟูและถอนพิษสุราอย่างปลอดภัยที่ เดอะดอว์น เชียงใหม่ (The Dawn Wellness Centre Chiang Mai)

หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังเผชิญกับภาวะติดสุรา และต้องการเริ่มต้นชีวิตใหม่ การเข้ารับการรักษาในสถานบำบัดสุราเรื้อรังที่ได้มาตรฐานถือเป็นทางออกที่ปลอดภัยและยั่งยืนที่สุด

เดอะดอว์น เชียงใหม่ (The Dawn Wellness Centre Chiang Mai) ในฐานะสถานที่บำบัดเหล้า และสถานบำบัดยาเสพติดเอกชนชั้นนำ พร้อมให้บริการบำบัดฟื้นฟูผู้ติดสุราและผู้ที่มีปัญหาสุขภาพจิตร่วมอย่างครบวงจร

ศูนย์บำบัดสุรา เดอะดอว์นเชียงใหม่ บำบัดผู้ประสบปัญหาติดเหล้าด้วยทีมผู้เชี่ยวชาญด้านการบำบัดสุรา

จุดเด่นของการบำบัดรักษาที่ เดอะดอว์น เชียงใหม่
(The Dawn Wellness Centre Chiang Mai)

  • บริการถอนพิษแอลกอฮอล์ (Alcohol Detoxification): มีทีมแพทย์และพยาบาลคอยดูแลใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ช่วยบรรเทาอาการถอนยาและอาการเสี่ยงทางการแพทย์ในระยะถอนพิษอย่างปลอดภัย
  • บรรยากาศบำบัดแบบผู้ป่วยใน (Residential Program): พักผ่อนและฟื้นฟูร่างกายในสถานบำบัดยาเสพติดกินนอน ท่ามกลางธรรมชาติที่สงบ ร่มรื่น และเป็นส่วนตัว ปราศจากสิ่งกระตุ้นภายนอก
  • จิตบำบัดเฉพาะบุคคลมาตรฐานสากล: ผสมผสานการบำบัดความคิดและพฤติกรรม (CBT) การทำกลุ่มบำบัด และการดูแลทางจิตเวชสำหรับผู้ที่มีอาการซึมเศร้า หรือวิตกกังวลร่วม
  • โปรแกรมรับประกันการป้องกันเสพซ้ำ (Relapse Guarantee): สำหรับผู้ที่เข้ารับการบำบัดครบตามระยะเวลาที่กำหนด เพื่อตอกย้ำความมั่นใจให้ผู้ป่วยกลับไปใช้ชีวิตในสังคมได้อย่างยั่งยืน

“ หากคุณต้องการสอบถามเกี่ยวกับค่าใช้จ่ายในการบำบัดสุรา, ค่าใช้จ่ายสถานบำบัดยาเสพติดเอกชน หรือต้องการคำแนะนำเรื่องการปรับพฤติกรรม สามารถติดต่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญของเดอะดอว์น เชียงใหม่ (The Dawn Wellness Centre Chiang Mai) เพื่อรับคำปรึกษาเบื้องต้นเป็นความลับได้ตั้งแต่วันนี้

โทร. +66 52 135 122

ทุกปัญหามีทางออก พบกับแสงสว่างปลายอุโมงค์​

ให้เราช่วยคุณตั้งแต่วันนี้









Scroll to Top