เรียนรู้ 3 สัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพจิตที่อาจส่งผลกระทบอย่างรุนแรงในชีวิต

3 สัญญาณเตือนภัยของปัญหาสุขภาพจิตที่คุณอาจคิดไม่ถึง

ปัญหาความเครียด เป็นที่มาของปัญหาสุขภาพจิตหลายอย่าง เมื่อปี 2563 คนไทยมีความเครียดสูงเป็นอันดับ 5 ของโลก และร้อยละ 91 ยอมรับว่าตนเองมีความเครียด แต่มีเพียงร้อยละ 13 เท่านั้น ที่เข้าพบนักจิตวิทยาหรือจิตแพทย์

เมื่อพูดถึงเรื่องสุขภาพจิต เราอาจมองเห็นไม่ชัดเจนเสมอไปว่า อะไรคือสัญญาณเตือนภัยที่เราควรจะต้องระวัง การได้รู้ว่าอะไรที่อาจเป็นสัญญาณเตือนของปัญหาสุขภาพจิต จึงเป็นจุดเริ่มต้นสำคัญของการรับมือกับปัญหานี้ได้แต่เนิ่นๆ และนี่คือ 3 สัญญาณเตือนภัยสำคัญที่คุณอาจมองข้ามโดยไม่รู้ตัว


อย่างเช่น คุณอาจรู้สึกอ่อนล้าและจมดิ่งอยู่กับความเศร้า แต่นั่นแปลว่าคุณเป็นโรคซึมเศร้าหรือเปล่า หรือเพื่อนสนิทของคุณมักจะรู้สึกเครียดและท้อแท้สิ้นหวังกับสิ่งต่างๆ ที่ประเดประดังเข้ามา แต่นั่นเกี่ยวข้องกับการเป็นโรควิตกกังวลหรือเปล่า ส่วนคู่รักของคุณ ก็ดูไม่ค่อยมีสมาธิ แต่เขาเป็นโรคสมาธิสั้นหรือเปล่านะ

ดังนั้น ก่อนที่เราจะฟันธงว่า สถานการณ์แบบไหนเป็นเรื่อง “ปกติ” หรือ “ไม่ปกติ” สิ่งที่สำคัญที่สุดก็คือ การเริ่มต้นด้วยคำถามว่า อะไรคือพฤติกรรมที่เรียกว่า “ปกติ” และพฤติกรรมอะไรที่อาจสัมพันธ์กับสภาวะของการมีปัญหาสุขภาพจิต

ความผิดปกติทางจิตใจคืออะไร

ก่อนอื่น สิ่งแรกเลยที่ควรต้องรู้ก็คือ ความผิดปกติทางจิตใจ (Mental Health Disorder) คืออะไร ความผิดปกติทางจิตใจก็คือ ภาวะที่ส่งผลกระทบต่อความรู้สึก อารมณ์ และพฤติกรรมของคนเรา โดยสาเหตุของความผิดปกติทางจิตใจเชื่อมโยงกับปัจจัยหลายประการ ทั้งประวัติครอบครัว พันธุกรรม สารเคมีในสมองของแต่ละคน ประสบการณ์ชีวิต และสภาพแวดล้อมที่ทำให้พบกับตัวกระตุ้นความเครียด แอลกอฮอล์ หรือยาเสพติด นอกจากนี้สถานการณ์อื่นๆ ที่อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดความผิดปกติทางจิตใจก็คือ

  • การถูกทอดทิ้งหรือถูกทำร้ายในวัยเด็ก
  • บาดแผลทางใจ
  • ครอบครัวที่มีประวัติการเจ็บป่วยทางจิต
  • อาการบาดเจ็บทางสมอง
  • พบกับเหตุการณ์ในชีวิตที่มีความเครียดสูง เช่น การหย่าร้าง หรือการสูญเสียคนอันเป็นที่รัก
  • การใช้แอลกอฮอล์หรือยาในทางที่ผิด
  • อาการเจ็บป่วยเรื้อรัง
  • เคยเจ็บป่วยทางจิตมาก่อน
  • การอยู่ตัวคนเดียวหรือไม่ค่อยมีคนใกล้ชิด

ในบ้านเรา สถานการณ์ของความผิดปกติทางจิตใจถือเป็นปัญหาใหญ่ที่ไม่ควรละเลย โดยการสำรวจสถานการณ์ปัญหาสุขภาพจิตเมื่อปี 2556 ซึ่งสำรวจทุก 5  ปี พบว่าคนไทยที่มีอายุ 18 ปีขึ้นไป มีปัญหาสุขภาพจิตประมาณ 7 ล้านคน โดยโรคจิตเวชที่พบมากที่สุดในคนไทย จากรายงานของมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ ก็คือ 

  • โรคซึมเศร้า (Depression) 
  • โรคจิตเภท (Schizophrenia) 
  • โรควิตกกังวล (Anxiety) 
  • โรคจิตเวชเนื่องมาจากสารเสพติด (Substance Induced Mental Illness)
  • โรคอารมณ์แปรปรวนสองขั้ว (Bipolar Disorder)

สัญญาณเตือนภัยอะไรที่คุณต้องระวัง

ความผิดปกติทางจิตใจสามารถส่งผลเสียต่อคุณภาพชีวิตของคนเราในหลายๆ ด้าน การรับรู้ถึงสัญญาณเตือนเรื่องความผิดปกติทางจิตใจ และการรับเข้าการรักษาแต่เนิ่นๆ จึงเป็นเรื่องสำคัญยิ่งต่อสุขภาพที่ดีโดยรวมของเรา และนี่คือ 3 สัญญาณเตือนภัยที่คุณต้องระวัง

สัญญาณเตือนภัยที่ 1 : มีอาการที่เชื่อมโยงกับความผิดปกติทางจิต

การทำความเข้าใจในอาการทั่วไปของความผิดปกติทางจิต เป็นก้าวแรกในการเริ่มประเมินว่า นี่อาจเป็นสิ่งที่อยู่เบื้องหลังสิ่งที่คุณหรือคนที่คุณรักกำลังพบอยู่หรือเปลา ในขณะที่อาการผิดปกติทางจิตใจมีอยู่หลายอย่าง และทั้งหมดต่างมีอาการเฉพาะตัว แต่ก็มีสิ่งที่อาจบ่งชี้ได้อย่างกว้างๆ ได้แก่

  • ความโกรธเกรี้ยวที่ไม่อาจอธิบายได้ หรือรุนแรงเกินไป
  • ความสับสน ไม่สามารถเรียบเรียงความคิดได้
  • อารมณ์สุดขั้ว ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ดีสุดๆ หรือเศร้าสุดๆ
  • ไม่มีแรงจูงใจหรือไม่สนใจในสิ่งใดๆ
  • มีพฤติกรรมเสพติดหรือใช้สารเสพติด
  • ประสาทหลอน (อาจจะเป็นอาการหลอนทางสัมผัส การเห็นภาพหลอน หรือทางการได้ยิน เช่น หูแว่ว)
  • มีความคิดหรือการรับรู้ที่ไม่ตรงกับความเป็นจริง
  • ขาดความใส่ใจในการรักษาความสะอาดและการดูแลตนเอง หรือความสะอาดในที่อยู่อาศัย
  • พฤติกรรมการกินหรือการนอนหรือความต้องการทางเพศเปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน
  • รู้สึกเศร้าหรือหงุดหงิดไม่หาย
  • ถอนตัวออกห่างจากเพื่อนหรือครอบครัว
  • เป็นกังวลหรือกลัวในแบบที่เกินเลย
  • มีอาการเจ็บป่วยทางกายที่อธิบายไม่ได้แบบเรื้อรัง
  • มีความคิดที่จะฆ่าตัวตาย

อย่างไรก็ตาม พึงระลึกไว้ด้วยว่า อาการเหล่านี้ส่วนใหญ่อาจเชื่อมโยงกับปัญหาอื่นก็ได้เช่นกัน เช่น การเปลี่ยนแปลงยาที่กิน การอยู่ในช่วงเวลาของความตึงเครียดสูงแบบไม่ปกติ หรือการเจอเหตุการณ์สำคัญในชีวิต ก็อาจส่งผลกระทบต่อความรู้สึก อารมณ์ และพฤติกรรมได้ แต่หากคุณสังเกตเห็นอาการอย่างใดอย่างหนึ่งเหล่านี้ ร่วมกับสัญญาณเตือนอื่นๆ ตามรายการข้างล่าง ก็อาจถึงเวลาที่จะขอความช่วยเหลือจากมืออาชีพได้แล้ว

สัญญาณเตือนภัยที่ 2 : มีพฤติกรรมและความรู้สึกที่รบกวนการใช้ชีวิตประจำวัน

เมื่อใดก็ตามที่พฤติกรรม ความรู้สึก หรืออารมณ์ของคนๆ หนึ่งกำลังทำให้เกิดปัญหาในชีวิตที่รุนแรงและต่อเนื่องในชีวิตของตนเอง นี่ถือเป็นสัญญาณเตือนในทันทีว่า อาจมีปัญหาทางสุขภาพจิตเข้ามาเกี่ยวข้องด้วย 

ตัวอย่างเช่น การมีอารมณ์ร้ายก็เป็นเรื่องหนึ่ง แต่ก็จะเป็นอีกเรื่องหนึ่ง หากการระเบิดอารมณ์เกิดขึ้นบ่อย จนส่งผลทำให้ถูกไล่ออกจากงาน หรือมีปัญหาในความสัมพันธ์ส่วนตัว 

ความวิตกกังวลเป็นเรื่องปกติของชีวิต เช่น จะต้องตรวจดูว่าประตูล็อกหรือยังก่อนนอน แต่นี่เป็นกิจวัตรประจำวันที่ไม่อาจเปลี่ยนแปลงได้ ไม่ว่าจะเกิดอะไรขึ้นก็ตาม ความวิตกกังวลที่มากจนเกินไป จนไม่สามารถทำให้คุณทำงานให้เสร็จสิ้นได้ และบางครั้งก็พบว่าคุณวิตกกังวลกับเรื่องบางอย่างจนทำให้การเข้าสังคมกับเพื่อนฝูงหรือคนอื่นๆเป็นเรื่องยาก

หากใครบางคนกำลังพยายามที่จะจัดการกับสิ่งที่พวกเขาอ้างว่าเป็น “นิสัย” หรือ “ความแปลกประหลาดส่วนบุคคล” โดยที่ไม่เคยประสบความสำเร็จ นี่ก็อาจเป็นสัญญาณบ่งชี้ได้ว่า มีบางสิ่งที่เกิดขึ้น นอกเหนือจากการควบคุมพฤติกรรมหรือนิสัยของตนเอง และอาจมีความเกี่ยวโยงกับความผิดปกติทางจิตใจที่ซ่อนอยู่ ซึ่งต้องได้รับการเยียวยา

สัญญาณเตือนภัย 3 : ไม่มีเหตุผลที่ชัดเจนหรือสมเหตุสมผลต่อพฤติกรรมหรือความรู้สึกบางอย่าง

หากคุณเพิ่งผ่านเหตุการณ์ที่ร้ายแรงหรือโศกเศร้ามา เป็นเรื่องปกติที่จะรู้สึกถึงความรู้สึกอันรุนแรงที่ไม่เคยเจอ เช่น ความเศร้าโศกจากการสูญเสียบุคคลอันเป็นที่รัก สามารถทำให้เกิดความเศร้าและความโกรธที่ลึกซึ้งและควบคุมไม่ได้

แต่หากคุณหรือคนที่คุณรักกำลังรู้สึกถึงอารมณ์รุนแรงบางอย่าง และการเกิดอารมณ์เหล่านั้นก็ไม่มีสิ่งกระตุ้นอันชัดเจน วนเวียนไปมาไม่จบสิ้น นี่ก็อาจเป็นสัญญาณที่เป็นไปได้ของความผิดปกติทางจิตใจ ที่มากไปกว่าความเครียดหรือความโศกเศร้าตามปกติ

คุณทำอะไรได้บ้างเพื่อรับมือกับปัญหาสุขภาพจิต

ทุกวันนี้ มีการบำบัดรักษาหลายแบบสำหรับผู้ที่มีปัญหาความผิดปกติทางจิตใจ ตั้งแต่จิตบำบัด ไปจนถึงการใช้ยา และการดูแลแบบทางเลือก โดยผู้เชี่ยวชาญจะสามารถช่วยผู้เข้ารับการรักษาในการตัดสินใจเลือกวิธีการอย่างใดอย่างหนึ่งหรือวิธีการแบบผสมผสาน ที่จะให้ประสิทธิภาพสูงสุด

สถานที่ในการรักษาก็อาจแตกต่างกันไป มีทั้งการรักษาแบบผู้ป่วยนอกและผู้ป่วยใน โดยการรักษาแบบผู้ป่วยนอก ทำให้ผู้ป่วยยังได้อยู่ที่บ้าน และจัดการตารางชีวิตของตนเองได้ตามปกติ ขณะที่การรักษาแบบผู้ป่วยในหรือแบบอยู่ประจำในสถานบำบัด ทำให้ผู้ป่วยได้รับการดูแลเอาใจใส่อย่างเต็มที่ต่ออาการผิดปกติทางจิตใจ ในสภาพแวดล้อมที่ห่างไกลจากความเครียดและตัวกระตุ้นอาการ ซึ่งสำคัญเป็นพิเศษสำหรับคนที่มีปัญหารุนแรง หรือคนที่เคยพยายามรักษาตัวมาแล้วก่อนหน้านี้ แต่ล้มเหลว

หากคุณกำลังพิจารณาทางเลือกในการรักษาอยู่ ก็จะเป็นประโยชน์มากกว่า หากได้พูดคุยกับผู้เชี่ยวชาญด้านสุขภาพจิต เพื่อชั่งน้ำหนัก ตัวเลือกและตัดสินใจเลือกสิ่งที่ดีที่สุดสำหรับความต้องการเฉพาะตัวของคุณ

การเยียวยาจิตใจที่เดอะดอว์นช่วยคุณได้

เดอะดอว์น เชียงใหม่ เป็นศูนย์สุขภาพจิต เอกชน ที่ช่วยรักษาปัญหาสุขภาพจิตจากต้นตอของปัญหาเพื่อการเริ่มต้นชีวิตใหม่ของคุณแบบยั่งยืน
ศูนย์สุขภาพจิตเอกชน เดอะดอว์น เชียงใหม่ มีหลักสูตรการบำบัดเยียวยาสุขภาพจิต ซึ่งใช้เทคนิคจิตบำบัดที่มีประสิทธิภาพ ที่เหมาะทั้งสำหรับผู้ที่มีอาการแบบปานกลาง และผู้ที่ได้รับการวินิจฉัยว่ามีอาการเจ็บป่วยทางจิต โดยหลักสูตรการรักษาของเราได้รับการออกแบบมาเป็นพิเศษ เพื่อช่วยให้ผู้เข้ารับการรักษารู้สึกดีขึ้น สามารถเข้าใจในอาการของตัวเองมากขึ้น และเรียนรู้ทักษะในการจัดการกับอาการของตัวเองอย่างมีประสิทธิภาพ 

เดอะดอว์นตั้งอยู่ติดแม่น้ำปิง ท่ามกลางธรรมชาติอันเงียบสงบ ห่างไกลจากสิ่งกระตุ้นจากความเครียด พร้อมทีมงานดูแลที่มีประสบการณ์ เราเน้นการสร้างแผนการรักษาที่เหมาะสำหรับแต่ละบุคคล และตั้งเป้ามิใช่เพียงเรื่องการฟื้นฟูสุขภาพจิตใจ แต่รวมถึงสุขภาพร่างกายด้วย โดยรวมเอาการพัฒนาสุขภาวะแบบองค์รวมเข้ามาไว้ในหลักสูตรการรักษา อย่างเช่น การออกกำลังกาย โยคะและการทำสมาธิ 

หากคุณสังเกตถึงสัญญาณเตือนภัยของปัญหาสุขภาพจิตและต้องการเข้ารับการรักษาที่ศูนย์สุขภาพจิต เดอะดอว์น ติดต่อแผนกแรกรับของเราวันนี้ เพื่อรับข้อมูลเกี่ยวกับขั้นตอนสู่การเข้ารับรักษาที่ศูนย์สุขภาพจิตของเรา

Scroll to Top

ให้เราช่วยคุณเริ่มต้นการเดินทางสู่สุขภาวะที่ดีตั้งแต่วันนี้

โทร: 083 204 8384