เรียนรู้สาเหตุว่าเหตุใดคุณสามารถติดกัญชาได้หากขาดความรู้และใช้อย่างไม่ระวัง

วิธีเลิกกัญชา และข้อเท็จจริงเกี่ยวกับโทษของกัญชาที่คุณควรรู้

แม้ในปัจจุบันพืชกัญชาจะได้รับความสนใจอย่างแพร่หลายในมิติทางการแพทย์เพื่อใช้บรรเทาอาการเจ็บป่วย แต่การใช้โดยปราศจากความเข้าใจหรือใช้เพื่อการสันทนาการอย่างต่อเนื่อง ถือเป็นหลุมพรางอันตรายที่นำไปสู่ภาวะติดกัญชาได้ไม่ต่างจากสารเสพติดประเภทอื่น หลายคนมีความเชื่อที่คลาดเคลื่อนว่ากัญชาเป็นพืชธรรมชาติที่ไม่ก่อให้เกิดการเสพติด จนมองข้ามสัญญาณเตือนและปล่อยให้ตนเองถลำลึก การทำความเข้าใจผลกระทบต่อระบบประสาท สัญญาณเตือน และวิธีเลิกกัญชาอย่างถูกวิธีทางการแพทย์ จึงเป็นสิ่งสำคัญในการปกป้องสุขภาพกายและสุขภาพจิตในระยะยาว

1. ประโยชน์ทางการแพทย์ vs โทษภัยที่ซ่อนอยู่ของกัญชา

กัญชาประกอบด้วยสารสำคัญในกลุ่มแคนนาบินอยด์ (Cannabinoids) สองชนิดหลัก คือ สาร CBD (Cannabidiol) ซึ่งมีสรรพคุณช่วยลดอาการปวดและบรรเทาอาการชัก และสาร THC (Tetrahydroclavine / Tetrahydrocannabinol) ซึ่งเป็นสารออกฤทธิ์ต่อจิตและประสาท

ในทางการแพทย์ สาร THC ในปริมาณที่พอเหมาะช่วยลดอาการเกร็งของกล้ามเนื้อและบรรเทาอาการคลื่นไส้จากการรักษาโรคบางชนิดได้ แต่หากได้รับในปริมาณสูงหรือใช้เป็นประจำ สาร THC จะส่งผลเสียรุนแรงต่อสมองและร่างกาย ดังนี้

  • ทำลายระบบประสาทและสมอง: สาร THC ขัดขวางการทำงานของสมองส่วนที่เกี่ยวข้องกับความจำ สมาธิ และการเรียนรู้ ส่งผลให้เชาวน์ปัญญา (IQ) ถดถอย และการตอบสนองของร่างกายช้าลง
  • ผลกระทบต่อระบบหัวใจและทางเดินหายใจ: การสูบกัญชาส่งผลให้หัวใจเต้นเร็วผิดปกติ เสี่ยงต่อภาวะกล้ามเนื้อหัวใจขาดเลือดฉับพลัน ตลอดจนก่อให้เกิดอาการไอเรื้อรัง หลอดลมอักเสบ และเสี่ยงต่อมะเร็งปอด
  • เสี่ยงต่อโรคจิตเวชรุนแรง: ข้อมูลทางการแพทย์ชี้ว่า ผู้ที่ติดกัญชามีสถิติเกิดภาวะจิตเวชแทรกซ้อนสูง ไม่ว่าจะเป็นโรคจิตเวชที่มีอาการหูแว่ว ภาพหลอน หวาดระแวง โรคซึมเศร้า และโรควิตกกังวล

2. ความเสี่ยงในการเสพติด และปรากฏการณ์ประตูบานแรก

ข้อมูลจากสถาบันการศึกษาสารเสพติดแห่งชาติ สหรัฐอเมริกา (NIDA) ระบุว่า ประมาณร้อยละ 9 ของผู้ใช้กัญชาจะพัฒนาไปสู่ภาวะเสพติด และตัวเลขนี้จะพุ่งสูงขึ้นถึงร้อยละ 17 ในกลุ่มที่เริ่มใช้ตั้งแต่วัยรุ่น รวมถึงสูงถึงร้อยละ 25-50 ในกลุ่มผู้ที่ใช้กัญชาทุกวัน

นอกจากนี้ กัญชายังถือเป็น “ประตูบานแรก” (Gateway Drug) ที่ชี้นำให้ผู้ใช้ โดยเฉพาะเยาวชน ก้าวไปสู่การทดลองใช้สารเสพติดชนิดอื่นที่รุนแรงขึ้น เช่น ยาไอซ์ หรือ ยาเค การเข้าถึงที่ง่ายดายขึ้นในปัจจุบันจึงทำให้เกิดภาวะเสพติดซ่อนเร้นที่ส่งผลกระทบต่อสัมพันธภาพในครอบครัวและการดำเนินชีวิตประจำวันอย่างมหาศาล

3. สัญญาณเตือนและอาการของผู้ที่ติดกัญชา

หากคุณสงสัยว่าตนเองหรือคนใกล้ชิดกำลังเผชิญกับภาวะติดกัญชา สามารถสังเกตสัญญาณเตือนเบื้องต้นได้ดังนี้

ด้านการสังเกต พฤติกรรมและอาการที่พบ
สัญญาณทางกายภาพ ตาแดงก่ำ ริมฝีปากแห้ง เฉื่อยชา ปฏิกิริยาตอบสนองช้าลง น้ำหนักขึ้นเนื่องจากมีความอยากอาหารมากกว่าปกติ
สัญญาณทางพฤติกรรม ละทิ้งงานหรือกิจกรรมที่เคยชอบ หมกมุ่นกับการหากัญชามาเสพ สื่อสารไม่รู้เรื่อง มีพฤติกรรมหวาดระแวง
สัญญาณทางจิตวิทยา ต้องการใช้ปริมาณมากขึ้นเพื่อให้ได้ฤทธิ์เท่าเดิม พยายามหยุดใช้แต่ไม่สำเร็จ มีอาการอารมณ์ดิ่งหรือวิตกกังวล

4. อาการถอนยาจากการเลิกกัญชา และการรับมืออย่างถูกต้อง

เมื่อผู้ป่วยที่เสพติดกัญชาอย่างหนักพยายามหยุดใช้สารทันที ร่างกายจะเกิดภาวะปรับตัวไม่ทัน ทำให้เผชิญกับอาการถอนยาจิตเวช หรือภาวะลงแดง โดยอาการมักจะแสดงออกชัดเจนที่สุดในช่วง 48-72 ชั่วโมงแรก และอาจยาวนานต่อเนื่อง 2-3 สัปดาห์

อาการถอนกัญชาที่พบบ่อย ได้แก่ อาการนอนไม่หลับ ฝันร้าย เหงื่อออกมาก หนาวสั่น เบื่ออาหาร ปวดท้อง คลื่นไส้ ร่วมกับสภาวะอารมณ์ที่หงุดหงิด วิตกกังวล หรือซึมเศร้าอย่างรุนแรง การพยายามหักดิบด้วยตนเองโดยปราศจากการดูแลทางการแพทย์ อาจทำให้ผู้ป่วยทนความทรมานไม่ไหวจนต้องกลับไปเสพซ้ำ ดังนั้น การเข้ารับกระบวนการถอนพิษยาภายใต้การดูแลของแพทย์ในสถานบำบัดยาเสพติดกินนอน จึงเป็นทางเลือกที่ปลอดภัยที่สุด

5. ประโยชน์ที่จะได้รับจากการเลิกกัญชา

การตัดสินใจเข้าสู่กระบวนการวิธีเลิกกัญชามอบผลลัพธ์ที่ดีต่อชีวิตในทุกๆ ด้าน

  1. ฟื้นฟูสุขภาพกายและสมอง: สมองกลับมาคิดวิเคราะห์ได้ดีขึ้น สมาธิและความจำฟื้นตัว ลดความเสี่ยงต่อโรคหัวใจและมะเร็งปอด
  2. ปรับสมดุลสุขภาพจิต: อาการวิตกกังวลและอารมณ์ดิ่งลดลง ร่างกายสามารถสร้างความสุขได้เองตามธรรมชาติโดยไม่ต้องพึ่งพาสารเคมี
  3. ฟื้นฟูความสัมพันธ์และเศรษฐกิจ: ลดปัญหาความขัดแย้งในครอบครัว ประหยัดค่าใช้จ่าย และลดความเสี่ยงจากการทำผิดกฎหมาย

6. ทางเลือกในการบำบัดรักษาที่ เดอะดอว์น เชียงใหม่
(The Dawn Wellness Centre Chiang Mai)

หากคุณกำลังมองหาวิธีเลิกกัญชา หรือต้องการช่วยเหลือคนรักให้หลุดพ้นจากวงจรเสพติด ศูนย์บำบัดยาเสพติด เอกชน และศูนย์สุขภาพจิต เดอะดอว์น เชียงใหม่ (The Dawn Wellness Centre Chiang Mai) พร้อมให้บริการบำบัดรักษาแบบผู้ป่วยในที่ได้มาตรฐานระดับสากล

ศูนย์บำบัดยาเสพติด เอกชน เดอะดอว์น ช่วยคุณและคนที่คุณรักก้าวข้ามผ่านภาวะเสพติดสู่ชีวิตใหม่

ทำไมต้องเลือก เดอะดอว์น เชียงใหม่ (The Dawn Wellness Centre Chiang Mai)?

  • กระบวนการถอนพิษยาที่ปลอดภัย: มีทีมพยาบาลวิชาชีพดูแลอย่างใกล้ชิดตลอด 24 ชั่วโมง ภายใต้การควบคุมของจิตแพทย์ เพื่อบรรเทาอาการถอนยาอย่างนุ่มนวล
  • บำบัดฟื้นฟูสภาพจิตใจเชิงลึก: ประยุกต์ใช้จิตบำบัดปรับความคิดและพฤติกรรม (CBT) ร่วมกับนวัตกรรม TMS รักษาโรคซึมเศร้า เพื่อฟื้นฟูสมองที่ได้รับผลกระทบจากสารเสพติด
  • สภาพแวดล้อมที่เอื้อต่อการเยียวยา: พำนักในสถานที่บำบัดยาเสพติด เอกชน ที่ตั้งอยู่ท่ามกลางธรรมชาติริมแม่น้ำปิง จังหวัดเชียงใหม่ ปราศจากสิ่งกระตุ้นภายนอก
  • ดูแลสุขภาวะแบบองค์รวม: ผสานกิจกรรมปรับสมดุลกายใจ เช่น โยคะ การทำสมาธิ และศิลปะบำบัด เพื่อสร้างทักษะการดำเนินชีวิตใหม่โดยไม่กลับไปเสพซ้ำ

หากคุณต้องการสอบถามเกี่ยวกับวิธีเลิกกัญชา, วิธีเลิกยาไอซ์, วิธีเลิกยาเค, ประเมินราคาในการพบจิตแพทย์หรือรายละเอียดค่าใช้จ่ายสถานบำบัดยาเสพติด เอกชน สามารถติดต่อทีมงานผู้เชี่ยวชาญของ เดอะดอว์น เชียงใหม่ (The Dawn Wellness Centre Chiang Mai) เพื่อรับคำปรึกษาและวางแผนการรักษาได้อย่างปลอดภัยตั้งแต่วันนี้

โทร. +66 52 135 122

ทุกปัญหามีทางออก พบกับแสงสว่างปลายอุโมงค์​

ให้เราช่วยคุณตั้งแต่วันนี้









Scroll to Top