การบำบัดพฤติกรรมแบบวิภาษวิธี (DBT)

เพื่อรักษาบุคลิกภาพผิดปกติชนิดก้ำกึ่ง และ ปัญหาสุขภาพจิตอื่นๆ

การบำบัดพฤติกรรมแบบวิภาษวิธีคืออะไร

การบำบัดรูปแบบนี้ได้รับการพัฒนาขึ้นระหว่างปีของค.ศ. 1980 การบำบัดพฤติกรรมแบบวิภาษวิธี (Dialectical Behaviour Therapy :DBT) เป็นแนวทางการบำบัดที่มีประสิทธิภาพและให้ผลลัพธ์ที่ดีกว่าแนวทางอื่นในการให้ความช่วยเหลือผู้ป่วยที่มีความผิดปกติทางบุคลิกภาพชนิดก้ำกึ่ง (Borderline personality disorder) เนื่องด้วยเป็นแนวทางที่เน้นการบำบัดความคิด บวกกับความเข้าใจเพื่อให้ผู้เข้ารับการรักษามีสุขภาวะที่ดีขึ้น การบำบัดพฤติกรรมแบบวิภาษวิธีนี้จึงสามารถช่วยบรรเทาความเจ็บปวดทางจิตใจที่เกิดขึ้นเพราะความเครียดและความวิตกกังวลได้อย่างชัดเจน

การฝึกเจริญสติ การยอมรับความเปลี่ยนแปลง ความอดทนต่อสภาวะความเครียดและการฝึกกำกับอารมณ์ คือทักษะสำคัญในการบำบัดรูปแบบนี้ ทักษะเหล่านี้จะถูกถ่ายทอดให้กับผู้เข้ารับการรักษาพร้อมด้วยวิธีการบำบัดที่เกื้อหนุนจิตใจของนักจิตบำบัด แบบแผนของการยอมรับความเปลี่ยนแปลงซึ่งถูกสาธิตหรือแสดงให้ดูในชั่วโมงของการบำบัดและการให้คำปรึกษาจะกลายเป็นพื้นฐานสำคัญสำหรับผู้เข้ารับการรักษาในการพัฒนาตนเองเพื่อมุ่งสู่สันติสุขและสุขภาวะที่ดี

แม้ว่าในตอนแรกเริ่ม การบำบัดพฤติกรรมแบบวิภาษวิธีจะมุ่งเน้นช่วยเหลือเฉพาะผู้ที่ต้องเผชิญกับความทุกข์ใจเนื่องจากความผิดปกติทางบุคลิกภาพชนิดก้ำกึ่งเท่านั้น แต่การบำบัดในรูปแบบนี้ได้รับการยอมรับถึงประสิทธิภาพในการช่วยเหลือโรคสุขภาพจิตอื่นๆ เช่น อารมณ์แปรปรวน รวมถึงผู้ที่ตกอยู่ในภาวะสะเทือนใจอย่างรุนแรงหรือ PTSD หรือ การช่วยเหลือบุคคลที่มีภาวะเสพติด จุดสำคัญของการบำบัดพฤติกรรมแบบวิภาษวิธีคือการค้นหาความสมดุลและความมั่นคงทางอารมณ์ ซึ่งเป็นวิธีการที่ได้รับการยอมรับว่าสามารถสร้างประโยชน์ต่อด้านอื่นๆในชีวิตของคนเราได้ด้วยเช่นกัน ยกตัวอย่างเช่น ช่วยปรับความสัมพันธ์กับคนรอบข้างให้ดีขึ้น หรือแม้แต่การเสริมสร้างทักษะในการเป็นพ่อแม่ที่ดี

การบำบัดพฤติกรรมแบบวิภาษวิธีเป็นรูปแบบหนึ่งของการบำบัดที่เน้นการปรับเปลี่ยนความคิดและพฤติกรรม (Cognitive Behavioural Therapy: CBT) เนื่องด้วยการบำบัดในรูปแบบนี้จะมีศูนย์กลางการเยียวยารักษาอยู่ที่การให้ความสำคัญต่อการใช้ปฏิสัมพันธ์ทางสังคมเพื่อช่วยกำหนดถึงแบบแผนความคิดด้านลบ หลังจากนั้นการบำบัดจะเน้นพึ่งพาแนวทางหรือยุทธวิธีที่ได้รับการวางแผนอย่างดีเพื่อจัดการและระบุถึงรายละเอียดของความคิดด้านลบเหล่านั้นเพื่อเสริมสร้างให้เกิดผลลัพธ์ที่ดีขึ้น  อย่างไรก็ตาม การบำบัดพฤติกรรมแบบวิภาษวิธีได้เพิ่มแนวทางอื่นๆ เข้ามาในการบำบัด ประกอบด้วย การฝึกเจริญสติ การยอมรับในความจริงที่เป็นอยู่และความเปลี่ยนแปลง ความอดทนต่อสภาวะความเครียดและสาเหตุที่ทำให้เกิดความเครียดเหล่านั้น

การบำบัดพฤติกรรมแบบวิภาษวิธีช่วยเหลือผู้เข้ารับการรักษาได้อย่างไร?

หัวใจหลักของการบำบัดพฤติกรรมแบบวิภาษวิธีคือ การใช้เทคนิคนี้อย่างต่อเนื่องในชั่วโมงบำบัดกลุ่มและบำบัดเดี่ยว การบำบัดจะเน้นการรักษาตามความรุนแรงของแต่ละพฤติกรรม พฤติกรรมที่จัดอยู่ในหมวดรุนแรงที่สุดคือพฤติกรรมที่เกี่ยวกับการทำร้ายตัวเอง หลังจากนั้นจะค่อยมาปรับพฤติกรรมซึ่งเป็นสาเหตุของความเครียดและความเจ็บปวดในชีวิตของผู้เข้ารับการรักษา พร้อมกับการเน้นถึงความสำคัญของการใช้ชีวิตที่เสริมสร้างการมีสุขภาพที่ดีซึ่งเป็นส่วนหนึ่งในแนวทางการบำบัดนี้

ที่ศูนย์สุขภาพจิตเดอะดอว์น การบำบัดพฤติกรรมแบบวิภาษวิธีจะเน้นให้ความสำคัญในเรื่องการยอมรับพร้อมกับความรู้และความเชื่อที่ว่าชีวิตสามารถเปลี่ยนแปลงไปทางที่ดีขึ้นได้ ผู้เข้ารับการรักษาจะได้เรียนรู้ถึงการก้าวข้ามผ่านสิ่งเร้าอารมณ์ด้านลบในขณะที่พวกเขากำลังพยายามเสาะแสวงหาทางเดินเพื่อมุ่งสู่การเปลี่ยนแปลงด้านบวกที่เกิดขึ้นภายในจิตใจ การฝึกสมาธิเจริญสติและกิจกรรมอื่นๆ ที่ส่งเสริมความสงบภายในใจ ล้วนมีส่วนช่วยสนับสนุนในความพยายามดังกล่าวของผู้เข้ารับการรักษา นอกจากนั้นพวกเขายังจะได้รับประโยชน์จากกิจกรรมอื่นๆที่ช่วยปรับหรือหันเหจิตใจและความคิดของพวกเขาออกจากอารมณ์รุนแรงด้านลบที่พลุ่งพล่านขึ้นมาในขณะนั้น

ผู้เข้ารับการรักษาจะได้เรียนรู้และฝึกฝนทักษะการกำกับอารมณ์อย่างละเอียดเพื่อลดความเปราะบางของตัวเองและสามารถควบคุมการใช้ชีวิตในสังคมต่อไปได้ นอกจากนั้น ระยะการเข้ารับการรักษามีผลอย่างยิ่งต่อการฝึกและเสริมสร้างทักษะเหล่านี้ให้แข็งแกร่งขึ้น

ต้องการข้อมูลเพิ่มเติมเกี่ยวกับการบำบัดพฤติกรรมแบบวิภาษวิธี (DBT)

แนวทางการบำบัดพฤติกรรมแบบวิภาษวิธี

ชั่วโมงการบำบัดพฤติกรรมแบบวิภาษวิธีจะเริ่มต้นด้วยการเรียนรู้ในแนวทางของการยอมรับและการเปลี่ยนแปลง ผู้เข้ารับการรักษาจะได้เรียนรู้เพื่อหลีกเลี่ยงการด่วนสรุปและการตัดสิน เพื่อที่พวกเขาสามารถเริ่มต้นที่จะเห็นสถานการณ์ที่เกิดขึ้นในชีวิตของพวกเขาได้ชัดเจนมากยิ่งขึ้น ในขั้นตอนต่อไป ผู้เข้ารับการรักษาและนักจิตบำบัดจะร่วมกันสำรวจและปรับปรุงสิ่งต่างๆในชีวิต เพื่อลดระดับความเครียด และรักษาระดับอารมณ์ความรู้สึกให้นำไปสู่สุขภาวะที่ดี

หลังจากนั้นนักจิตบำบัดและผู้เข้ารับการรักษาจะร่วมกันทบทวนขั้นตอนแห่งการเปลี่ยนแปลง (Stages of Change) เริ่มตั้งแต่ระยะที่ผู้เข้ารับการรักษาไม่พร้อมสำหรับการเปลี่ยนแปลงและไม่ยอมรับว่าพฤติกรรมของตัวเองมีปัญหา แล้วร่วมกันพิจารณาต่อไปถึงการยอมรับในปัญหาที่เกิดขึ้นและการตระหนักว่าปัญหาน่าจะเปลี่ยนแปลงได้ แล้วเริ่มต้นเข้าสู่การวางแผนปรับพฤติกรรม การปฏิบัติตามแผนที่วางไว้ และท้ายสุดคือความสำคัญของความสามารถที่จะปฏิบัติตามแผนที่ได้วางเอาไว้ได้อย่างต่อเนื่อง (อย่างน้อยหกเดือน) ซึ่งเป็นสิ่งที่จะสร้างความมั่นใจได้ว่าความเปลี่ยนแปลงที่จำเป็นต้องเกิดขึ้นจะคงอยู่ได้ในระยะยาว

สิ่งที่เกิดขึ้นพร้อมกับความเปลี่ยนแปลงที่กล่าวถึงข้างต้นก็คือ การเข้ารับคำปรึกษาแบบกลุ่มอย่างต่อเนื่อง เพื่อที่ว่าผู้เข้ารับการรักษาจะได้รับการสนับสนุนจากเพื่อนร่วมกลุ่มและได้รับคำแนะนำที่ใช้ได้จริงพร้อมกับการให้คำปรึกษาของนักจิตบำบัด เทคนิคการหันเหความสนใจจะช่วยเหลือผู้เข้ารับการรักษาให้สามารถแยกตัวออกจากสภาวะอารมณ์รุนแรงบางชนิดได้ ซึ่งจะเปิดโอกาสให้พวกเขาได้พิจารณาถึงแหล่งที่มาของความเครียดจากระยะไกลและยังสามารถรักษาการควบคุมตนเองเอาไว้ได้

การฝึกสมาธิเจริญสติและการฝึกผ่อนคลายตนเองอย่างต่อเนื่อง มีส่วนช่วยบรรเทาความเจ็บปวด และในขณะเดียวกันก็มีส่วนช่วยสร้างลักษณะนิสัยด้านบวกที่ส่งเสริมการมีสุขภาวะที่ดีในตนเอง การเปลี่ยนแปลงในทางบวกที่เกิดขึ้นในรูปแบบต่างๆกับตัวผู้เข้ารับการรักษา จะช่วยให้พวกเขาเข้าถึงโอกาสอันยอดเยี่ยมเพื่อการปรับปรุงชีวิตของพวกเขาให้ดีขึ้นได้ในระยะยาว

ให้เราช่วยคุณเริ่มต้นการเดินทางสู่สุขภาวะที่ดีตั้งแต่วันนี้








Scroll to Top

ให้เราช่วยคุณเริ่มต้นการเดินทางสู่สุขภาวะที่ดีตั้งแต่วันนี้

โทร: 083 204 8384